ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > 10 วิธีการเป็นพ่อแม่ที่สุดยอด

10 วิธีการเป็นพ่อแม่ที่สุดยอด

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 6 ก.ค. 2558 เปิดอ่าน : 11,116 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
10 วิธีการเป็นพ่อแม่ที่สุดยอด

Advertisement

10 วิธีการเป็นพ่อแม่ที่สุดยอด /ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ

การเป็นพ่อแม่ที่ดี เหมือนกับเราเป็นผู้บ่มเมล็ดพืชที่ดีลงในจิตใจของลูก เพื่อให้ลูกเป็นต้นไม้ที่จะเจริญเติบโตและออกดอกผลที่งดงามในอนาคต สิ่งที่ผู้เขียนจะเขียนต่อไปนี้จะเป็นแนวทางในการเลี้ยงดูลูก และมีหลักข้อควรหลีกเลี่ยงดังต่อไปนี้

1. สิ่งที่เราทำมีผลมากกว่าที่เราพูด ข้อนี้เป็นข้อที่มีผลต่อลูกในระดับต้นๆ ลูกจะเรียนรู้ว่าเราปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไรและทำตาม อย่าปฏิบัติแบบขอไปที หรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แบบขายผ้าเอาหน้ารอด แต่ควรคำนึงผลที่จะตามมาในอนาคต เหมือนการลงทุนที่หวังผลกำไรในสินค้าที่ลงทุนนั้น

2. อย่าโอ๋ลูกมากเกินไป หรือในที่นี้คืออย่าปล่อยลูกจนเสียคนเพราะรักลูกแบบผิดๆ ใครแตะไม่ได้ หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าการโอ๋ลูกมากเกินไปหมายถึงการรักลูกมากเกินไป แต่ในที่นี้หมายถึง การปล่อยปะละเลยและการปกป้องลูกแบบผิดๆ

3. มีส่วนร่วมในชีวิตของลูก ใช้เวลาและทำหน้าที่พ่อแม่ที่ดี คิดวางแผน จัดความสำคัญของงาน เสียสละเวลาส่วนตัวและใช้เวลาทำกิจกรรมที่จำเป็นกับลูก เติมถังอารมณ์ของลูกให้เต็มทั้งด้านร่างกายและจิตใจ แต่นั่นไม่ได้หมายถึงการทำการบ้านให้ลูก การแก้การบ้านให้ลูก เพราะการบ้านเป็นสิ่งที่ลูกควรจะเรียนรู้ด้วยตนเอง ลองผิดลองถูก เพื่อครูจะทราบว่าลูกต้องการความช่วยเหลือด้านใดบ้าง

4. ปรับการเลี้ยงดูเพื่อให้เข้ากับพัฒนาการของลูก รู้ว่าตอนนี้ลูกอยู่ขั้นพัฒนาการขั้นไหน และปรับให้เข้ากับวัยและพฤติกรรม การให้ลูกรู้จักการเป็นตัวของตัวเอง เช่นในกรณีเด็ก 3 ขวบจะปฏิเสธว่าไม่ตลอดเวลาจะเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกในการเข้าห้องน้ำ หรือการทำให้ลูกวัย 13 ปีมีนิสัยอยากรู้อยากเห็น ช่างซักช่างถาม ชอบทดลอง คุณพ่อคุณแม่ที่ดีต้องรู้ขั้นพัฒนาการของลูก

5. ตั้งกฎและข้อปฏิบัติประจำบ้าน ถ้าเราไม่สร้างกฎและปล่อยปละละเลยจะทำให้ลูกเรียนรู้และจัดการกับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ยากเมื่อไม่มีคุณพ่อคุณแม่อยู่ด้วยแล้ว ในช่วงหนึ่งของวันเราจะต้องตอบคำถาม 3 ข้อได้ว่า ตอนนี้ลูกอยู่ที่ไหน ใครอยู่กับลูก และลูกกำลังทำอะไร กฎที่เราสอนลูกจะเข้าไปในชีวิตของลูก แต่เราต้องให้เกียรติลูกและไม่เข้าไปก้าวก่ายในชีวิตลูกมากเกินไป เช่น ลูกอยู่ชั้นมัธยมแล้ว ยังทำการบ้านให้ลูก เลี้ยงตัวเลือกให้ลูกและเข้าไปก้าวก่ายชีวิตของลูกมากเกินไป

6. สอนให้ลูกพึ่งพาตัวเอง มีเสรีภาพที่มีขอบเขต พัฒนา ให้ลูกรู้จักการควบคุมตัวเอง และนั่นจะทำให้ลูกรู้สึกมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง และประสบผลสำเร็จในชีวิต คุณพ่อคุณแม่หลายท่านเข้าใจผิดคิดว่าการให้ลูกเป็นตัวของตัวเองจะทำให้ลูกดื้อและไม่เชื่อฟัง แต่ในความจริงลูกต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง เพราะนั่นเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องการ การควบคุมและไม่ต้องการให้ใครมีควบคุม

7. สม่ำเสมอ ถ้ากฎของเราเป็นไปตามแฟชั่นเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่สม่ำเสมอ ลูกก็จะไม่รู้ว่าสิ่งไหนทำได้หรือทำไม่ได้ อย่าให้มีการต่อรอง หากอำนาจของเราขึ้นอยู่กับความฉลาดไม่ใช่เผด็จการ ลูกจะเรียนรู้ได้ดีขึ้นและไม่พยายามขัดขืน

8. หลีกเลี่ยงการลงวินัยที่รุนแรง คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรตีลูกไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม เด็กที่ได้รับการตี หรือทำร้ายร่างกายมักจะชอบทำร้ายเพื่อน หรือทะเลาะกับคนอื่น อีกทั้งชอบแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงและมีความก้าวร้าว คุณพ่อคุณแม่สามารถมีวิธีการลงวินัยกับลูกมากมายไม่ว่าจะเป็นการให้นั่งนิ่งๆ ซึ่งเป็นการลงโทษที่ได้ผลดีมากกว่า

9. อธิบายถึงกฎและการตัดสินใจ คุณพ่อคุณแม่ที่ดีต้องมีความคาดหวังในข้อประพฤติปฏิบัติ โดยส่วนใหญ่คุณพ่อคุณแม่มักพูดมาก ชอบอธิบายมากเกินไปกับลูกที่เป็นเด็กเล็กส่งผลให้ลูกพูดน้อยเกินไปเมื่อลูกเข้าสู่วัยรุ่น ทำให้เกิดการไม่สมดุล

10. ให้เกียรติลูกหากเราต้องการให้ลูกให้เกียรติเรา เราต้องให้เกียรติลูกด้วย เราควรแสดงให้ลูกเห็นความอ่อนโยน การเคารพผู้ใหญ่ ปู่ย่าตายาย พูดกับลูกอย่างสุภาพ เคารพในความคิดเห็นของซึ่งกันและกัน ใส่ใจเมื่อลูกพูด สอนให้ลูกมีใจเมตตา เพื่อลูกจะปฏิบัติต่อคนอื่นเหมือนที่เราปฏิบัติต่อลูก ความสัมพันธ์ของเราสร้างให้ลูกไปมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้

คุณพ่อคุณแม่ที่ดีต้องรักและเข้าใจลูก ไม่เผด็จการ ฟังความคิดเห็น มีความสม่ำเสมอและเป็นตัวอย่างที่ดี ตามคำสุภาษิตที่ว่า “จงสอนเด็กในทางที่เขาควรเดินไปเพื่อเขาจะไม่พรากจากทางนั้น” เป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวเสมอค่ะ

ข้อมูลอ้างอิง webMD 

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> 10 วิธีการเป็นพ่อแม่ที่สุดยอด , , 10 , วิธีการเป็นพ่อแม่ที่สุดยอด << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เตือนเด็กต่ำกว่า 16 ใช้มือถือ เสี่ยง 5 เท่า เนื้องอกสมอง☕ คลิกอ่านเลย
เตือนเด็กต่ำกว่า 16 ใช้มือถือ เสี่ยง 5 เท่า เนื้องอกสมอง
เปิดอ่าน 7,401 ครั้ง
ตะลึง!!! 90% ของอีเมล์เป็น "สแปม"☕ คลิกอ่านเลย
ตะลึง!!! 90% ของอีเมล์เป็น "สแปม"
เปิดอ่าน 6,300 ครั้ง
"นายกรัฐมนตรี" อธิบาย "ไทยแลนด์ 4.0" และ "คนไทย 4.0" ให้เข้าใจง่าย☕ คลิกอ่านเลย
"นายกรัฐมนตรี" อธิบาย "ไทยแลนด์ 4.0" และ "คนไทย 4.0" ให้เข้าใจง่าย
เปิดอ่าน 55,261 ครั้ง
ชาวเน็ตแห่เล่น "หิมะ" ตกในเมืองไทย☕ คลิกอ่านเลย
ชาวเน็ตแห่เล่น "หิมะ" ตกในเมืองไทย
เปิดอ่าน 12,314 ครั้ง
Google Me เตรียมชนขาใหญ่ Facebook☕ คลิกอ่านเลย
Google Me เตรียมชนขาใหญ่ Facebook
เปิดอ่าน 6,182 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประจำปี 2555ซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประจำปี 2555
เปิดอ่าน 6,668 ครั้ง
การออกกำลังกายยามเช้า ลดน้ำหนักได้มากกว่าการออกกำลังกายยามเช้า ลดน้ำหนักได้มากกว่า
เปิดอ่าน 11,647 ครั้ง
วิธีนำข่าวการศึกษาจากครูบ้านนอก ไปแปะในเว็บท่านวิธีนำข่าวการศึกษาจากครูบ้านนอก ไปแปะในเว็บท่าน
เปิดอ่าน 344,213 ครั้ง
องค์ประกอบ ของความสำเร็จ องค์ประกอบ ของความสำเร็จ
เปิดอ่าน 6,422 ครั้ง
"วันครูโลก" 5 ตุลาคมของทุกปี"วันครูโลก" 5 ตุลาคมของทุกปี
เปิดอ่าน 26,939 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ