ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > ปรนัย-อัตนัย เรียงความ-ย่อความ

ปรนัย-อัตนัย เรียงความ-ย่อความ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 21 ก.ย. 2558 เปิดอ่าน : 8,233 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ปรนัย-อัตนัย เรียงความ-ย่อความ

Advertisement

ปรนัย-อัตนัย เรียงความ-ย่อความ

เมื่อรัฐมนตรีศึกษาคนใหม่ขอให้โรงเรียนใช้ “อัตนัย” ในการทดสอบความรู้ของนักเรียน

มากขึ้นกว่าเดิม ควรจะได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครอง และผู้สนใจการปฏิรูปการศึกษาที่จริงจัง

ข่าวบอกว่านโยบาย “ลดปรนัย เพิ่มอัตนัย” ในการออกข้อสอบนั้นจะเริ่มในระดับประถมก่อน โดยจะนำร่องวิชาภาษาไทยในสัดส่วนอัตนัยไม่เกิน 20% และในแต่ละวิชา ข้อสอบอัตนัยจะไม่เกิน 20%

นโยบายนี้สถาบันทดลองการศึกษาแห่งชาติ หรือ สทศ. บอกว่าการสอบจะแบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่สอบปรนัย 80% และอัตนัย 20%

และข้อสอบอัตนัยก็จะเป็นการเขียนสั้น ๆ ไม่ถึงกับเป็นเรียงความหรือย่อความ และออกใกล้เคียงกับข้อสอบ PISA โดยจะเริ่มใช้ปีการศึกษา 2559 นี้ทันที
ส่วนข้อสอบ O-Net ม. 3 และ ม. 6 อาจจะยังไม่เริ่มทันที เพราะจะไม่ยุติธรรมกับเด็ก ม. ปลายที่เตรียมตัวแบบเก่ามาแล้ว โดยจะให้ทดลองกับเด็ก ป. 6 เพื่อประเมินว่าจะได้ผลมากน้อยเพียงใด และหากจะใช้กับนักเรียน ม. 3 กับ ม. 6 ก็จะมีการประกาศให้ทราบล่วงหน้าแน่นอน

นี่เป็นแนวทางของรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยศึกษาใหม่ ที่ประกาศเป็นแนวทางที่ต้องการให้เด็กไทยได้สอบด้วยการ “เขียน” มากกว่าการ “ขีดถูกขีดผิด” หรือ “เติมคำในช่องว่าง” อย่างที่ทำมายาวนานจนเกิดคำถามว่า วิธีการสอนและสอบเช่นนี้ทำให้เด็กไทยฉลาดขึ้นหรือไม่

การสอบแบบปรนัยในแนวทางใหม่ที่มีถึง 80% นั้นแปลว่าที่ผ่านมาเป็นการขีดถูกขีดผิดถึงเกือบ 100% ซึ่งย่อมไม่ใช่วิธีการสอนให้เด็กไทยคิดเอง วิเคราะห์เองและมองหาเหตุและผลของสิ่งที่ได้เรียนรู้

เพราะหากส่วนใหญ่ของข้อสอบคือปรนัย ก็ย่อมหมายถึงความเคยชิน ของการเพียงแค่เติมคำในช่องว่างและกากบาทเท่านั้น แต่ความสามารถที่สำคัญกว่านั้นคือความสามารถในการแสดงออก การแยกแยะ วิเคราะห์และนำเสนอแนวทางที่ผ่านมาเรียนรู้ ค้นคว้า และตระหนักความจริงที่ว่าไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียวเท่านั้น

สัดส่วนของข้อสอบปรนัยกับอัตนัยจึงควรจะต้องไม่ต่ำกว่า 50:50 เพราะนี่คือการสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับเด็กไทย เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กอื่น ๆ ในอาเซียนโดยเฉพาะกับเด็กสิงคโปร์ มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น

ไม่ต้องพูดถึงเด็กจีนวันนี้ที่ระบบการศึกษาของเขามีความเข้มข้นมากขึ้น สอนให้วิเคราะห์ ถกแถลงและค้นคว้าข้อมูลเองเพื่อสามารถสร้างสังคมอุดมปัญญาอย่างแท้จริง

ดังนั้น ระบบการเรียนการสอนที่จะปฏิรูป จึงต้องเน้นให้เขียนเรียงความและย่อความมากขึ้นกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ จึงจะสามารถฝึกปรือวิธีคิดและการจับประเด็นของเนื้อหาได้อย่างถูกต้อง

วิชาเรียงความและย่อความคือหัวใจของการสร้างให้เด็กไทยคิดเป็น วิเคราะห์เป็นและแยกแยะว่าอะไรเป็นสาระอะไรเป็นกะพี้ อันเป็นหัวใจของระบบการศึกษาที่ “สร้างคนให้มีปัญญา” มิใช่เป็นไปตามแนวโน้ม “จ่ายครบจบแน่” ที่กำลังคุกคามคุณภาพการศึกษาของประเทศทุกวันนี้

ที่เราเห็นและได้ยินนักการเมืองและนักวิชาการ พูดจาเพ้อเจ้อไร้เหตุผล และขาดความสำนึกในความรับผิดชอบนั้น ก็เพราะระบบการศึกษาที่ไม่มีมาตรฐานของการ “เรียงความ” อันหมายถึงความสามารถ ในการเรียงความคิดความอ่านให้ถูกต้องและชัดเจน สมเหตุสมผล และ “ย่อความ” ซึ่งเป็นวิชาที่สอนให้จับประเด็นและเนื้อหาที่เป็นสาระจริง ๆ

การปฏิรูปการศึกษาจึงต้องเน้นการสอนเรียงความ, ย่อความและข้อสอบต้องให้เป็นอัตนัย ในสัดส่วนที่สูงขึ้นกว่าปัจจุบันอย่างมาก

หาไม่แล้ว เด็กไทยที่สอบตก “อ่านเอาเรื่อง” ก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ “พูดจาไม่รู้เรื่อง” อย่างที่เราเห็นกันเกลื่อนกลาดทุกวันนี้
 

 

ขอบคุณที่มาจาก กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 21 กันยายน 2558

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ปรนัย-อัตนัย เรียงความ-ย่อความ , ปฏิรูปการศึกษา , ลดปรนัย เพิ่มอัตนัย , เรียงความ , ย่อความ , ขีดถูกขีดผิด , เติมคำในช่องว่าง << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
แสงส่องทางจากการศึกษา

แสงส่องทางจากการศึกษา
เปิดอ่าน 9,521 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ข้อคิดและข้อควรระวังในการบริหารสถานศึกษา☕ คลิกอ่านเลย
ข้อคิดและข้อควรระวังในการบริหารสถานศึกษา
เปิดอ่าน 26,329 ครั้ง
สร้าง "คนเก่ง" ให้เป็น "ครูสอนดี"☕ คลิกอ่านเลย
สร้าง "คนเก่ง" ให้เป็น "ครูสอนดี"
เปิดอ่าน 8,529 ครั้ง
ถอดบทเรียนปฏิรูปการศึกษาเวียดนาม ทำอย่างไรถึงสำเร็จ☕ คลิกอ่านเลย
ถอดบทเรียนปฏิรูปการศึกษาเวียดนาม ทำอย่างไรถึงสำเร็จ
เปิดอ่าน 12,766 ครั้ง
ปัจจัยฉุดรั้งการศึกษา (1)☕ คลิกอ่านเลย
ปัจจัยฉุดรั้งการศึกษา (1)
เปิดอ่าน 9,643 ครั้ง
บทความพิเศษ "เมื่อระบบการศึกษาของไทยล้มเหลว"☕ คลิกอ่านเลย
บทความพิเศษ "เมื่อระบบการศึกษาของไทยล้มเหลว"
เปิดอ่าน 13,301 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

Demo BuilderDemo Builder
เปิดอ่าน 20,072 ครั้ง
วัฎจักรการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการวิจัย (Internet research cycle)วัฎจักรการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการวิจัย (Internet research cycle)
เปิดอ่าน 19,082 ครั้ง
หมอแนะกินผัก ผลไม้ป้องกันไข้หวัดใหญ่ หมอแนะกินผัก ผลไม้ป้องกันไข้หวัดใหญ่
เปิดอ่าน 6,710 ครั้ง
"สงสัยไม่ช๊อต" วลีเด็ดลุงใจดี วลีฮิตข้ามคืน "เเก่ ใจดี สปอร์ต กทม.""สงสัยไม่ช๊อต" วลีเด็ดลุงใจดี วลีฮิตข้ามคืน "เเก่ ใจดี สปอร์ต กทม."
เปิดอ่าน 10,306 ครั้ง
แนวโน้มของเทคโนโลยีการศึกษาของไทย แนวโน้มของเทคโนโลยีการศึกษาของไทย
เปิดอ่าน 44,897 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ