ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > ปรนัย-อัตนัย เรียงความ-ย่อความ

ปรนัย-อัตนัย เรียงความ-ย่อความ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 21 ก.ย. 2558 เปิดอ่าน : 7,087 ครั้ง

Advertisement


☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ปรนัย-อัตนัย เรียงความ-ย่อความ

Advertisement

ปรนัย-อัตนัย เรียงความ-ย่อความ

เมื่อรัฐมนตรีศึกษาคนใหม่ขอให้โรงเรียนใช้ “อัตนัย” ในการทดสอบความรู้ของนักเรียน

มากขึ้นกว่าเดิม ควรจะได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครอง และผู้สนใจการปฏิรูปการศึกษาที่จริงจัง

ข่าวบอกว่านโยบาย “ลดปรนัย เพิ่มอัตนัย” ในการออกข้อสอบนั้นจะเริ่มในระดับประถมก่อน โดยจะนำร่องวิชาภาษาไทยในสัดส่วนอัตนัยไม่เกิน 20% และในแต่ละวิชา ข้อสอบอัตนัยจะไม่เกิน 20%

นโยบายนี้สถาบันทดลองการศึกษาแห่งชาติ หรือ สทศ. บอกว่าการสอบจะแบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่สอบปรนัย 80% และอัตนัย 20%

และข้อสอบอัตนัยก็จะเป็นการเขียนสั้น ๆ ไม่ถึงกับเป็นเรียงความหรือย่อความ และออกใกล้เคียงกับข้อสอบ PISA โดยจะเริ่มใช้ปีการศึกษา 2559 นี้ทันที
ส่วนข้อสอบ O-Net ม. 3 และ ม. 6 อาจจะยังไม่เริ่มทันที เพราะจะไม่ยุติธรรมกับเด็ก ม. ปลายที่เตรียมตัวแบบเก่ามาแล้ว โดยจะให้ทดลองกับเด็ก ป. 6 เพื่อประเมินว่าจะได้ผลมากน้อยเพียงใด และหากจะใช้กับนักเรียน ม. 3 กับ ม. 6 ก็จะมีการประกาศให้ทราบล่วงหน้าแน่นอน

นี่เป็นแนวทางของรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยศึกษาใหม่ ที่ประกาศเป็นแนวทางที่ต้องการให้เด็กไทยได้สอบด้วยการ “เขียน” มากกว่าการ “ขีดถูกขีดผิด” หรือ “เติมคำในช่องว่าง” อย่างที่ทำมายาวนานจนเกิดคำถามว่า วิธีการสอนและสอบเช่นนี้ทำให้เด็กไทยฉลาดขึ้นหรือไม่

การสอบแบบปรนัยในแนวทางใหม่ที่มีถึง 80% นั้นแปลว่าที่ผ่านมาเป็นการขีดถูกขีดผิดถึงเกือบ 100% ซึ่งย่อมไม่ใช่วิธีการสอนให้เด็กไทยคิดเอง วิเคราะห์เองและมองหาเหตุและผลของสิ่งที่ได้เรียนรู้

เพราะหากส่วนใหญ่ของข้อสอบคือปรนัย ก็ย่อมหมายถึงความเคยชิน ของการเพียงแค่เติมคำในช่องว่างและกากบาทเท่านั้น แต่ความสามารถที่สำคัญกว่านั้นคือความสามารถในการแสดงออก การแยกแยะ วิเคราะห์และนำเสนอแนวทางที่ผ่านมาเรียนรู้ ค้นคว้า และตระหนักความจริงที่ว่าไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียวเท่านั้น

สัดส่วนของข้อสอบปรนัยกับอัตนัยจึงควรจะต้องไม่ต่ำกว่า 50:50 เพราะนี่คือการสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับเด็กไทย เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กอื่น ๆ ในอาเซียนโดยเฉพาะกับเด็กสิงคโปร์ มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น

ไม่ต้องพูดถึงเด็กจีนวันนี้ที่ระบบการศึกษาของเขามีความเข้มข้นมากขึ้น สอนให้วิเคราะห์ ถกแถลงและค้นคว้าข้อมูลเองเพื่อสามารถสร้างสังคมอุดมปัญญาอย่างแท้จริง

ดังนั้น ระบบการเรียนการสอนที่จะปฏิรูป จึงต้องเน้นให้เขียนเรียงความและย่อความมากขึ้นกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ จึงจะสามารถฝึกปรือวิธีคิดและการจับประเด็นของเนื้อหาได้อย่างถูกต้อง

วิชาเรียงความและย่อความคือหัวใจของการสร้างให้เด็กไทยคิดเป็น วิเคราะห์เป็นและแยกแยะว่าอะไรเป็นสาระอะไรเป็นกะพี้ อันเป็นหัวใจของระบบการศึกษาที่ “สร้างคนให้มีปัญญา” มิใช่เป็นไปตามแนวโน้ม “จ่ายครบจบแน่” ที่กำลังคุกคามคุณภาพการศึกษาของประเทศทุกวันนี้

ที่เราเห็นและได้ยินนักการเมืองและนักวิชาการ พูดจาเพ้อเจ้อไร้เหตุผล และขาดความสำนึกในความรับผิดชอบนั้น ก็เพราะระบบการศึกษาที่ไม่มีมาตรฐานของการ “เรียงความ” อันหมายถึงความสามารถ ในการเรียงความคิดความอ่านให้ถูกต้องและชัดเจน สมเหตุสมผล และ “ย่อความ” ซึ่งเป็นวิชาที่สอนให้จับประเด็นและเนื้อหาที่เป็นสาระจริง ๆ

การปฏิรูปการศึกษาจึงต้องเน้นการสอนเรียงความ, ย่อความและข้อสอบต้องให้เป็นอัตนัย ในสัดส่วนที่สูงขึ้นกว่าปัจจุบันอย่างมาก

หาไม่แล้ว เด็กไทยที่สอบตก “อ่านเอาเรื่อง” ก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ “พูดจาไม่รู้เรื่อง” อย่างที่เราเห็นกันเกลื่อนกลาดทุกวันนี้
 

 

ขอบคุณที่มาจาก กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 21 กันยายน 2558

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ปรนัย-อัตนัย เรียงความ-ย่อความ , ปฏิรูปการศึกษา , ลดปรนัย เพิ่มอัตนัย , เรียงความ , ย่อความ , ขีดถูกขีดผิด , เติมคำในช่องว่าง << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คัดเลือกคนจากสถาบัน

คัดเลือกคนจากสถาบัน
เปิดอ่าน 5,671 ครั้ง
คลิกอ่าน!
โอเน็ต!ยัง โอเค?

โอเน็ต!ยัง โอเค?
เปิดอ่าน 6,444 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ราชภัฏกับธนาคาร

ราชภัฏกับธนาคาร
เปิดอ่าน 5,452 ครั้ง
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
คุณครูกับคนดี โดย กล้า สมุทวณิช☕ คลิกอ่านเลย
คุณครูกับคนดี โดย กล้า สมุทวณิช
เปิดอ่าน 5,970 ครั้ง
หนี้การศึกษา☕ คลิกอ่านเลย
หนี้การศึกษา
เปิดอ่าน 5,735 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาไม่มีวันสำเร็จ ถ้าไม่รื้อรากความงมงาย☕ คลิกอ่านเลย
ปฏิรูปการศึกษาไม่มีวันสำเร็จ ถ้าไม่รื้อรากความงมงาย
เปิดอ่าน 9,034 ครั้ง
10 งานด่วนภายใน 6 เดือนที่ "รมต.ศธ." ควรทำ☕ คลิกอ่านเลย
10 งานด่วนภายใน 6 เดือนที่ "รมต.ศธ." ควรทำ
เปิดอ่าน 16,018 ครั้ง
ปัจจัยฉุดรั้งการศึกษา (จบ)☕ คลิกอ่านเลย
ปัจจัยฉุดรั้งการศึกษา (จบ)
เปิดอ่าน 5,315 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

3 steps พุงยุบใน 2 weeks3 steps พุงยุบใน 2 weeks
เปิดอ่าน 18,992 ครั้ง
หลักการออกแบบของ ADDIE modelหลักการออกแบบของ ADDIE model
เปิดอ่าน 134,156 ครั้ง
กินแก้โรค ข้าวสมุนไพรหลากสีกินแก้โรค ข้าวสมุนไพรหลากสี
เปิดอ่าน 13,903 ครั้ง
หน้าใสด้วยสมุนไพร - สูตรผสมจากว่านหางจระเข้หน้าใสด้วยสมุนไพร - สูตรผสมจากว่านหางจระเข้
เปิดอ่าน 8,665 ครั้ง
คู่มือการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาคู่มือการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
เปิดอ่าน 18,391 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ