ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมข่าวการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ถามสังคมรับได้หรือไม่ ลอยแพป.6 เรียนแย่


ข่าวการศึกษา 27 เม.ย. 2559 เวลา 10:33 น.

18,314

views
Advertisement


ถามสังคมรับได้หรือไม่ ลอยแพป.6 เรียนแย่

"ดาว์พงษ์" ยังต้องหารือรายละเอียดแนวคิดของประธานผู้ตรวจการแผ่นดินให้เด็ก ป.6 เกรดไม่ถึง 2.5 จ่ายค่าเทอมชั้น ม.1 เอง ชี้หลักๆ ต้องถามสังคมเห็นด้วยหรือไม่ หวั่นกระทบมีเด็กตกหล่นออกกลางคันมากยิ่งขึ้น

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่นายศรีราชา วงศารยางกูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้จัดทำข้อเสนอในการแก้ปัญหานโยบายการศึกษา ปัญหาโครงสร้างการศึกษา ระบบจัดการศึกษา รวมถึงปัญหาคุณภาพผู้เรียน โดยขอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการแก้กฎหมายการศึกษา 15 ฉบับ โดยไม่ต้องผ่านที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เช่น ให้จัดการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ตั้งแต่ปฐมวัยถึงประถมศึกษาปีที่ 6 แยกสายสามัญและสายอาชีวะตั้งแต่ชั้น ม.1 และเสนอให้ตั้งสถาบันครูศึกษา เพิ่มประสิทธิภาพและผลิตครู และการันตีเงินเดือนครูต้องไม่ต่ำกว่าแพทย์ รวมถึงยังมีแนวคิดให้เด็กที่จบชั้นป.6 แต่ได้เกรดเฉลี่ยไม่ถึง 2.5 เมื่อเข้าเรียนชั้น ม.1 จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด หรือหากไม่มีเงินทุน ก็ให้กู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ทั้งนี้เพื่อให้เด็กตั้งใจเรียน ทำคะแนนให้ดี ว่า ตนเห็นข้อเสนอดังกล่าวแล้ว ผ่านทางสื่อต่างๆ ซึ่งตนก็อยากคุยรายละเอียดกับทางผู้ตรวจการฯ เหมือนกัน ว่าคิดเห็นอย่างไรและมีข้อมูลใดประกอบแนวคิด ตอนนี้คงไม่สามารถตอบได้ว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า การเสนอเปลี่ยนการศึกษาภาคบังคับจากชั้น ป.1-ม.3 เป็นปฐมวัยถึง ป.6 ขณะนี้ในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับประชามติ) มาตรา 54 ระบุว่า รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปีตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ซึ่งปัจจุบันการศึกษาภาคบังคับถึงชั้น ม.3 ยังสะดุ้งกัน กลัวเด็กจะหลุดออกนอกระบบ ดังนั้น หากบังคับตามที่ผู้ตรวจการฯ เสนอก็มีโอกาสที่เด็กจะออกนอกระบบการศึกษามากขึ้น

"ส่วนที่ให้เสนอให้เด็กที่จบชั้น ป.6 แต่เกรดเฉลี่ยไม่ถึง 2.5 ให้เสียค่าใช้จ่ายเองเมื่อเรียนต่อชั้น ม.1 นั้น ต้องไปถามสังคมเองว่าเห็นด้วยหรือไม่ ผมคงไม่สามารถตอบได้ ผมเคารพความคิดของทุกคน เพียงแค่การเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์แล้วไปแสดงความคิดเห็น ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรนั้น ผมคงต้องพูดคุยรายละเอียดให้เข้าใจก่อน"

ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า ข้อเสนอหลายข้อเป็นประโยชน์ แต่มีบางประเด็นที่ตนไม่เห็นด้วย เช่น กำหนดการศึกษาภาคบังคับถึงชั้น ป.6 ควรจะบังคับเรียนถึง ม.3 เช่นเดิม แต่หากจะให้ความสำคัญกับปฐมวัย ก็ควรขยายบังคับเรียนเพิ่มในระดับอนุบาล 3 ปี ไม่ใช่ตัดมัธยมศึกษาตอนต้นทิ้ง รวมถึงแนวคิดให้เด็กจบชั้น ป.6 แต่เกรดเฉลี่ยไม่ถึง 2.5 ต้องจ่ายค่าเทอมเองนั้น จะกระทบต่อเด็กยากจน เพราะส่วนใหญ่จะเรียนไม่ดี เนื่องจากผลการเรียนมีตัวแปรหลายเรื่อง ทั้งฐานะทางเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อม หากเอาตัวเลขผลการเรียนมาตัดสิน ก็จะยิ่งสร้างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามากขึ้น อีกทั้ง มาตรฐานในการวัดประเมินผลของครูแต่ละโรงเรียนก็มีความหลากหลาย อีกทั้งยังจะส่งผลให้ตัวเลขเด็กออกกลางคันเพิ่มขึ้นด้วย ส่วนการให้แยกเรียนสายสามัญกับสายอาชีพ ตั้งแต่ชั้น ม.1 นั้น อาจขัดกับปรัชญาของการจัดการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ที่มีเป้าหมายให้เด็กได้สำรวจความถนัดของตนเองว่ามีความถนัด สนใจอาชีพประเภทไหน ดังนั้น การให้แยกสายการเรียนในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจะเหมาะสมกว่า

"การใช้ ม.44 ควรต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ หากเห็นว่าเรื่องไหนที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะเป็นเครื่องมือที่ทำให้การปฏิรูปการศึกษาขับเคลื่อน และทำให้นโยบายของรัฐบาลประสบความสำเร็จในช่วง 2 ปีนี้ก็ใช้ แต่ถ้าเรื่องไหนไม่เร่งด่วนก็ควรรอให้มีการพิจารณาผ่านตามขั้นตอนตามปกติ โดยเฉพาะในข้อเสนอที่เป็นประเด็นกระทบกับคนวงกว้าง" นายชัยพฤกษ์กล่าว

ด้านนายพะโยม ชิณวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ในการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สนผ.) สพฐ.ได้รายงานผลสำรวจปัญหาเด็กออกกลางคันของโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ซึ่งได้ทำการสำรวจ 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มเด็กตกหล่น คือ ผู้ที่ไม่เคยผ่านระบบการศึกษา 2.เด็กออกกลางคัน คือ เด็กที่เข้าสู่ระบบการศึกษาแล้วมีเหตุให้ต้องออกจากการศึกษา เช่น มีปัญหาครอบครัว สมรสในช่วงที่เรียนในการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีปัญหาเรื่องการปรับตัว ต้องคดี เป็นต้น สำหรับกลุ่มเด็กตกหล่น กำลังอยู่ในขั้นตอนการสำรวจ และตรวจสอบตามฐานข้อมูลประชากรของกระทรวงมหาดไทย (มท.) และกลุ่มเด็กออกกลางคันนั้น สำรวจได้จำนวน 8,814 คน เป็นข้อมูลเฉพาะสังกัด สพฐ. ซึ่ง สพฐ.ได้ทำหนังสือแจ้งกำชับไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต (สพท.) ว่าในปีการศึกษา 2559 นี้ จะต้องเข้าไปช่วยเหลือเด็กที่กระจายอยู่ในพื้นที่แต่ละจังหวัด เพื่อผลักดันให้เข้ามาสู่ระบบการศึกษา โดยร่วมกับสำนักบริหารงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ในการรับเด็กเข้าเรียน ส่วนในระยะยาว ได้หารือวางระบบการส่งต่อเด็กหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เพื่อรับผิดชอบดูแลเด็กกลุ่มนี้โดยเฉพาะ. 

 

ที่มา ไทยโพสต์ วันที่ 27 เมษายน 2559


ถามสังคมรับได้หรือไม่ ลอยแพป.6 เรียนแย่ถามสังคมรับได้หรือไม่ลอยแพป.6เรียนแย่

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

:: เรื่องปักหมุด ::

ผลการประชุม "ก.ค.ศ." ครั้งที่ 7/2569 วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ผลการประชุม "ก.ค.ศ." ครั้งที่ 7/2569 วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เปิดอ่าน 5,878 ☕ 27 ก.ค. 2569

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
รัฐบาลเดินหน้า Thailand Zero Dropout ดึงเด็กหลุดระบบกลับเข้าเรียนแล้วกว่า 3 หมื่นราย พร้อมอนุมัติโฮมสคูล 153 ครอบครัว
รัฐบาลเดินหน้า Thailand Zero Dropout ดึงเด็กหลุดระบบกลับเข้าเรียนแล้วกว่า 3 หมื่นราย พร้อมอนุมัติโฮมสคูล 153 ครอบครัว
เปิดอ่าน 178 ☕ 12 ส.ค. 2569

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ เรื่อง การปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ ตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอ
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ เรื่อง การปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ ตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอ
เปิดอ่าน 455 ☕ 12 ส.ค. 2569

ครม.ไฟเขียวขยายโครงการนมโรงเรียน ถึงนักเรียน ม.1 - ม.3 โรงเรียนขยายโอกาส เริ่มปีการศึกษา 2570
ครม.ไฟเขียวขยายโครงการนมโรงเรียน ถึงนักเรียน ม.1 - ม.3 โรงเรียนขยายโอกาส เริ่มปีการศึกษา 2570
เปิดอ่าน 177 ☕ 12 ส.ค. 2569

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา
เปิดอ่าน 946 ☕ 12 ส.ค. 2569

ศธ.เอาจริง! ประกาศ "School Safety Zone" ทั่วประเทศ ตรวจอาวุธ-สัมภาระก่อนเข้าโรงเรียน
ศธ.เอาจริง! ประกาศ "School Safety Zone" ทั่วประเทศ ตรวจอาวุธ-สัมภาระก่อนเข้าโรงเรียน
เปิดอ่าน 230 ☕ 12 ส.ค. 2569

ศธ.ระดมความเห็นแก้ปัญหาโซเชียล-AI กระทบจิตใจผู้เรียน
ศธ.ระดมความเห็นแก้ปัญหาโซเชียล-AI กระทบจิตใจผู้เรียน
เปิดอ่าน 260 ☕ 11 ส.ค. 2569

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

สรุปสูตรวงรี
สรุปสูตรวงรี
เปิดอ่าน 86,128 ครั้ง

วิธีฉีดน้ำหอมที่ถูกวิธี
วิธีฉีดน้ำหอมที่ถูกวิธี
เปิดอ่าน 13,807 ครั้ง

5 ไอเดียเก็บรักษาปากกาสำหรับนักสะสม ให้สภาพสมบูรณ์ สวยใหม่อยู่เสมอ
5 ไอเดียเก็บรักษาปากกาสำหรับนักสะสม ให้สภาพสมบูรณ์ สวยใหม่อยู่เสมอ
เปิดอ่าน 2,347 ครั้ง

แอปเปิ้ลหลากสีหลากประโยชน์
แอปเปิ้ลหลากสีหลากประโยชน์
เปิดอ่าน 17,343 ครั้ง

วิธีลดต้นแขนแบบง่าย ๆ ได้ผลชัวร์
วิธีลดต้นแขนแบบง่าย ๆ ได้ผลชัวร์
เปิดอ่าน 22,025 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ