ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม

การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 11 ก.ค. 2558 เปิดอ่าน : 7,432 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม

Advertisement

 

การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม

โดย เพชร เหมือนพันธุ์

นับถอยหลัง เหลือเวลาอีกเพียง 6 เดือน หรือ 180 วัน สนามแข่งขัน 10 ประเทศเวทีอาเซียนจะถูกเปิดรั้วประเทศขึ้นในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 กระแสคลื่นของมนุษย์จะเกิดการไหลเวียนขึ้น แผ่นดินใดที่เป็นที่ลุ่มต่ำหรือเป็นที่อุดมสมบูรณ์กว่าก็จะไหลมารวมกัน ณ ที่แหล่งนั้น "น้ำมาปลาก็มา" "ปลามางูก็จะตามมา" ประเทศไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ประชากรจากเพื่อนบ้านหลายประเทศหมายตาจะเข้ามาแสวงโชค มาหาอาชีพ มาหาโอกาส เพราะประเทศเรามีค่าจ้างแรงงานสูง มีค่าครองชีพสูงกว่าหลายประเทศ โอกาสที่จะดึงดูดให้แรงงานจากต่างชาติไหลเข้ามาในประเทศจึงมีสูง โลกในทศวรรษหน้า ต้นศตวรรษที่ 21 กำลังจะเป็นโลกแห่งการแข่งขันอย่างแท้จริง โอกาสและภัยร้ายแรงก็จะแฝงกายตามเข้ามาด้วย ชาติไทยเราเตรียมพร้อมเพียงใดครับ ถามทุกคน ถามทั้งโค้ช ถามทั้งผู้เล่น ถามทั้งผู้ชม

หันไปดูทีมคู่แข่ง สิงคโปร์ มาเลเชีย บรูไน มีทั้งความมั่นคงทางการเมือง ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ มีวัฒนธรรมทางสังคม เศรษฐกิจการเมืองที่มั่นคง นิสัยการเป็นผู้ประกอบการ การใฝ่แสวงหาความรู้ การสืบค้นหาข้อมูลความรู้ มีอยู่ในตัวตนของประชากรเขาทุกคน ทรัพยากรบุคคลของเขามีศักยภาพสูงกว่าเราไปแล้วหลายช่วงตัวครับ

ประเทศที่มีศักยภาพใกล้เคียงกันกับไทย ณ วันนี้คือ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย โอกาสที่เขาจะแซงหน้าเรายังมีอยู่มาก ผู้นำเขามีวิสัยทัศน์ การเมืองมั่นคง ส่วนประเทศที่ตามหลังเราอยู่คือ เวียดนาม ลาว เขมร พม่า ยังวางใจไว้ไม่ได้นาน คนของเขาวันนี้คือกลุ่มที่ไหลเข้ามาทำงานในประเทศไทยค่อนข้างสูงมาก

แต่หลังเข้าสู่อาเซียน เขามีความมุ่งมั่นที่จะแซงหน้าเราให้ได้ ดูจากกีฬาซีเกมส์คราวที่แล้ว เหรียญทองเวียดนามนำหน้าไทยอยู่หลายวัน สร้างความภาคภูมิใจให้คนเวียดนามอย่างเต็มที่ เขาพร้อมจะแซงเราในอนาคต ฟุตบอลทีมชาติเวียดนามเคยชนะไทยครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้ว เขาถึงกับปิดประเทศฉลองกันสามวันสามคืน จับตามองเวียดนามให้ดีครับ ทุกวันนี้ประเทศเวียดนามไม่ได้มองไทยเป็นคู่แข่งของเวียดนามแล้วครับ เขามองข้ามไทยไปที่สิงคโปร์แล้ว

หนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับหนึ่งลงข่าวว่ามาตรฐานการศึกษาของเวียดนามชนะอเมริกาแล้ว จากการรายงานของโต๊ะข่าวเออีซีของหนังสือพิมพ์ดังกล่าว แจ้งว่าสำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ในการทดสอบมาตรฐานการศึกษาในโปรแกรม PISA : Program for International Student Assessment ครั้งล่าสุดในปี 2555 (มีนักเรียน 510,000 คน จาก 65 ประเทศ ซึ่งจัดขึ้นทุก 3 ปี คราวต่อไปจะทดสอบในเดือนกรกฎาคม 2558 นี้) ปรากฏว่าเด็กนักเรียนอายุ 15 ปีจากเวียดนาม ซึ่งส่งเข้าร่วมสอบเป็นปีแรก ได้คะแนนวิชาการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ สูงกว่านักเรียนจากประเทศพัฒนาแล้วจำนวนมาก ผลการทดสอบใน 3 รายวิชา ปรากฏว่าวิชาคณิตศาสตร์ได้ที่ 17 วิชาวิทยาศาสตร์ได้ที่ 8 วิชาการอ่านได้ที่ 19 ซึ่งสูงกว่าเด็กอเมริกันทุกรายวิชา เด็กอเมริกันสอบวิชาคณิตศาสตร์ได้ที่ 36 วิทยาศาสตร์ได้ที่ 28 และการอ่านได้ที่ 23 และข้อมูลล่าสุด ประกาศจากโออีซีดี เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 ปรากฏว่าการศึกษามาตรฐานของเวียดนามวัดผลจาก 2 รายวิชา คือ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ อยู่ในลำดับที่ 12 ขณะที่สหรัฐอเมริกาอยู่ลำดับที่ 28

ปัจจัยที่บีบีซีระบุว่าทำให้เวียดนามมีมาตรฐานคุณภาพการศึกษาสูง

มีอยู่ 3 ปัจจัย คือ

1) ความมุ่งมั่นของผู้นำประเทศ
2) หลักสูตรที่เจาะลึก และ
3) ครูที่มีคุณภาพ

ขยายความว่าผู้นำระดับสูงของประเทศให้ความสำคัญต่อการศึกษาของคนรุ่นใหม่อย่างจริงจัง เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีผู้นำมองการณ์ไกลและมุ่งมั่นในการเตรียมคนรุ่นใหม่ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการและฝึกอบรมของเวียดนามมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้จากประเทศที่มาตรฐานการศึกษาสูง และทุ่มเทงบประมาณอย่างฉลาดในการพัฒนาการศึกษาของประเทศ หลักสูตรยังมีการออกแบบให้นักเรียนได้รู้ลึกในแก่นความคิดและทักษะของแต่ละรายวิชา การสอบวัดผล เด็กเวียดนามจะสอบด้วยการเขียนตอบ (Written Examination) มากกว่าการกา ก ข ค และ ง ในคำตอบที่ครูจัดสรรมาไว้ให้เลือก เด็กเขาจึงต้องอ่านมาก เฉลี่ย 60 เล่ม/ปี/คน ฝึกเขียนมาก เพราะต้องฝึกเขียนคำตอบบรรยายขยายความรู้ เขียนแสดงเหตุผลประกอบคำตอบในเวลาสอบ

นักเรียนเวียดนามเมื่อเรียนจบมาแล้ว จึงไม่ใช่แค่ท่องจำวิชามาเท่านั้น จะต้องสามารถประยุกต์ใช้วิชาความรู้ ทักษะที่เรียนมาในภาคปฏิบัติในสถานการณ์ต่างๆ มาใช้ในชีวิตจริงได้ ครูเวียดนามจึงต้องตั้งคำถามที่ยากๆ ให้นักเรียนหาคำตอบด้วยตนเอง เป็นการสอนเน้นให้นักเรียนพัฒนาตนเองขึ้นไปเรื่อยๆ

 

การปลูกฝังค่านิยมด้วยคำถาม 5 ข้อ คือ การสร้างค่านิยม ความกตัญญู การทำความดี การติดตามข้อมูลข่าวสาร การรู้ทันการเปลี่ยนแปลงและการรู้ทันความเคลื่อนไหวในโลก ในโรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษาในภาคกลางของประเทศจะมีการบ้านให้เด็กตอบ 5 ข้อทุกวัน คือ

1) วันนี้หนูช่วยพ่อแม่ทำงานอะไรบ้าง
2) วันนี้หนูทำความดีกับคนอื่นอะไรบ้าง
3) ที่หมู่บ้านของหนูมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง
4 ) มีข่าวการเปลี่ยนแปลงอะไรในประเทศของเธอบ้าง และ
5 ) ในโลกของเรามีข่าวอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง

เด็กเวียดนามจึงตื่นตัวตลอดเวลา

การเรียนของเด็กเวียดนาม เด็กทุกคนตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดเพื่อเตรียมตัวเป็นพลเมืองของอาเซียนที่มีคุณภาพ ทุกรายวิชาที่เรียนต้องรู้ลึก รู้จริง รู้กว้าง รู้เท่าทัน (ใฝ่หาความรู้ตลอดเวลา) ในทุกภาคเรียนครูจะจัดการประเมินความรู้เด็กเพื่อจัดลำดับที่ในประเทศและจัดลำดับในต่างประเทศด้วย นักเรียนจะประเมินความสามารถของเพื่อนนักเรียนด้วยกันเองด้วย มีการจัดการศึกษาสำหรับเด็กอัจฉริยะเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ คือวิชาที่คนเวียดนามให้ความสำคัญที่สุด ครูได้รับการยกย่องและนับถือสูง ให้อิสระแก่ครูและโรงเรียนจัดการหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยตนเองสูง โรงเรียนมีระบบที่ได้รับความน่าเชื่อถือ มีหน้าที่จัดความสมดุลระหว่างโรงเรียนกับนโยบายกลางของรัฐบาล หลักสูตรทุกระดับสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้

รัฐบาลเวียดนามปฏิรูปการศึกษาได้ชัดเจนมาก แบ่งการปฏิรูปออกเป็น 5 ระดับ คือ

1) ปฏิรูปการศึกษาก่อนวัยเรียน
2) ปฏิรูปการศึกษาระดับประถมศึกษา
3) ปฏิรูปการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
4) ปฏิรูปการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และ
5) ปฏิรูปการศึกษาระดับอาชีวศึกษา มีการส่งเสริมหลักสูตรระยะสั้นเพื่อฝึกอบรมคนเข้าสู่ตลาดแรงงานได้

บีบีซีระบุว่า ปัญหาของเวียดนามขณะนี้ไม่ใช่เรื่องของการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะสูง แต่อยู่ที่เศรษฐกิจของเวียดนามจะพัฒนาไปให้ทันใช้แรงงานทักษะ และคนที่มีระดับการศึกษาที่ดีในอนาคต นักวิเคราะห์บางท่านระบุว่าไม่น่าห่วงเลยสำหรับเวียดนาม เมื่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเปิดขึ้น คนเวียดนามที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถไปทำงานในประเทศต่างๆ ได้สบาย ตัวอักษรภาษาเวียดนามใช้ตัวอักษร Arabic การเรียนภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศสจึงไม่ใช่เรื่องยาก

ครับ ระฆังเตือนครั้งสุดท้าย คู่แข่งที่อยู่นอกสายตาจ่อก้นและแซงไปแล้วในหลายสนาม สนามอาเซียนกำลังจะพิชิตในเร็ววันนี้ ทรัพยากรที่เขาใช้ในการพัฒนาการศึกษาน้อยกว่าเรามาก ปัจจัยทางอาคารสถานที่ อาคารเรียน วัสดุอุปกรณ์ก็สู้เราไม่ได้ แต่เพราะการจัดการที่ฉลาด แบบทุ่มเท มุ่งมั่น มุมานะสุดตัว ทำให้เวียดนามทำสถิติโลกก้าวข้ามคู่แข่งขันในอาเซียนไปแล้ว เรียนรู้จากเขา เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเขาเพื่อจะได้เข้าใจเขา เอาบทเรียนของเขามาเป็นแบบฝึกหัดของเรา เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ครับ ยอมรับเขา ชื่นชมเขา รับรองว่าไม่เสียหน้า

เวียดนามเคยรบชนะฝรั่งเศสในสงครามเมืองเดียนเบียนฟู รบชนะอเมริกาในสงครามเวียดนาม โดยไม่มีอาวุธทรงอานุภาพ ไม่มีบี 52 โดยไม่มีเอฟ16 ไม่มีปืนใหญ่สมรรถนะสูง เพียงเขาหันมา เศรษฐกิจพอเพียง หรือเนื้อเต่ายำเตา เอาอาวุธของศัตรูมาฆ่าศัตรู บวกกับความมุมานะ มุ่งมั่นของทุกคนในชาติเห็นภัยที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคต การจัดการที่ชาญฉลาด เขาจึงชนะได้

 

กลไกการจัดการศึกษาของเราน่าจะมีอะไรผิดพลาดหรือไม่ หรือว่าคู่แข่งเขามีคาถาพิเศษที่เหนือกว่า ถ้ายังปล่อยให้การขับเคลื่อนทางการศึกษายังเป็นไปเช่นทุกวันนี้ หายนะน่าจะมาถึงแน่นอน

คำถามของประเทศไทย ทำไมเด็กไทยจึงสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษไม่ได้ ทำไมเด็กไทยจึงขาดความกล้า ทำไมเด็กไทยจึงไม่มีนิสัยรักการอ่าน ทำไมเด็กไทยจึงเขียนหนังสือไม่เป็น ทำไมเด็กไทยไม่มีนิสัยในการทำงานหนัก มาโรงเรียนทุกวัน เรียนมากกว่าหลายประเทศ แต่ยังคิดวิเคราะห์ไม่เป็น ทำไมเด็กไทยจึงเลี้ยงไม่โต

ทำไมเด็กที่เรียนในระดับอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัยยังไล่ฆ่าไล่แทงไล่ยิงกันอยู่

โค้ชนักกีฬาทีมชาติทุกประเภท หากขาดการประเมินคู่แข่งขันก็ยากที่จะเอาเหรียญทองกลับมาบ้านได้ เมื่อประเมินคู่แข่งแล้ว รู้ว่าคู่แข่งเก่งอย่างไร ก็ต้องกลับมาแก้ไข กลับมาพัฒนาทีม

มีหลายชาติที่ยอมส่งโค้ชส่งนักกีฬามาเรียนอยู่ในไทย เช่น เกาหลีใต้ส่งนักกีฬา ส่งโค้ช มาเรียนกีฬาตะกร้อหรือมวยไทย เป็นต้น มองดูโค้ชนักกีฬาสายการศึกษาไทยแล้วอ่อนใจ น่าเห็นใจ เพราะยังไม่รู้ว่าทีมของตนเองมีจุดอ่อนตรงจุดใด จุดแข็งอยู่ตรงไหน จับจุดไหนก็ดูมีปัญหาไปทุกเรื่อง ป่วยไปหมดทั้งองค์กร หมอที่มารักษาโรคก็วินิจฉัยโรคไม่ถูกรักษาอาการป่วยไม่ถูกวิธี

แถมยังไม่กล้าหาญที่จะส่งโค้ชส่งนักกีฬาไปเรียนรู้จากประเทศข้างบ้านอีกต่างหาก งบประมาณที่ทุ่มเทลงไปจึงเหมือนตำพริกละลายแม่น้ำ แล้วเราจะไปแข่งกับใครได้ครับ

 

ที่มา: มติชนรายวัน 10 ก.ค.2558

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม , การศึกษาเวียดนาม , จับตาการศึกษาเวียดนาม , บทความการศึกษาเวียดนาม << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ระบบการศึกษาไม่สมดุล (จบ)

ระบบการศึกษาไม่สมดุล (จบ)
เปิดอ่าน 5,624 ครั้ง
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
กระทรวงศึกษาธิการกับการปรับโครงสร้าง☕ คลิกอ่านเลย
กระทรวงศึกษาธิการกับการปรับโครงสร้าง
เปิดอ่าน 13,329 ครั้ง
"ครู" ผู้เปลี่ยนชีวิต "ศิษย์"☕ คลิกอ่านเลย
"ครู" ผู้เปลี่ยนชีวิต "ศิษย์"
เปิดอ่าน 7,432 ครั้ง
การศึกษาของเด็กไทยยุค Digital Society☕ คลิกอ่านเลย
การศึกษาของเด็กไทยยุค Digital Society
เปิดอ่าน 6,820 ครั้ง
ไขคำตอบ "โรงเรียน ครู อยู่อย่างไรในยุค4.0?"☕ คลิกอ่านเลย
ไขคำตอบ "โรงเรียน ครู อยู่อย่างไรในยุค4.0?"
เปิดอ่าน 37,514 ครั้ง
Speed Leader 5 กุญแจความสำเร็จสร้างผู้นำ☕ คลิกอ่านเลย
Speed Leader 5 กุญแจความสำเร็จสร้างผู้นำ
เปิดอ่าน 9,062 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ดาวน์โหลดหนังสือ Brain-based Learning (BBL) 7 เล่ม เขียนโดย อ.พรพิไล เลิศวิชาดาวน์โหลดหนังสือ Brain-based Learning (BBL) 7 เล่ม เขียนโดย อ.พรพิไล เลิศวิชา
เปิดอ่าน 101,009 ครั้ง
อารยธรรมกรีกโบราณอารยธรรมกรีกโบราณ
เปิดอ่าน 17,862 ครั้ง
เกณฑ์มาตรฐานการเสนอเค้าโครงวิทยานิพนธ์ เกณฑ์มาตรฐานการเสนอเค้าโครงวิทยานิพนธ์
เปิดอ่าน 19,953 ครั้ง
ป้องกันกลิ่นตัว ในหน้าร้อนป้องกันกลิ่นตัว ในหน้าร้อน
เปิดอ่าน 10,160 ครั้ง
(ก.ค.ศ.)การพัฒนารูปแบบการนำครูใหม่เข้าสู่งาน ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน(ก.ค.ศ.)การพัฒนารูปแบบการนำครูใหม่เข้าสู่งาน ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
เปิดอ่าน 13,276 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ