ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม

การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 11 ก.ค. 2558 เปิดอ่าน : 5,798 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
 

การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม

โดย เพชร เหมือนพันธุ์

นับถอยหลัง เหลือเวลาอีกเพียง 6 เดือน หรือ 180 วัน สนามแข่งขัน 10 ประเทศเวทีอาเซียนจะถูกเปิดรั้วประเทศขึ้นในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 กระแสคลื่นของมนุษย์จะเกิดการไหลเวียนขึ้น แผ่นดินใดที่เป็นที่ลุ่มต่ำหรือเป็นที่อุดมสมบูรณ์กว่าก็จะไหลมารวมกัน ณ ที่แหล่งนั้น "น้ำมาปลาก็มา" "ปลามางูก็จะตามมา" ประเทศไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ประชากรจากเพื่อนบ้านหลายประเทศหมายตาจะเข้ามาแสวงโชค มาหาอาชีพ มาหาโอกาส เพราะประเทศเรามีค่าจ้างแรงงานสูง มีค่าครองชีพสูงกว่าหลายประเทศ โอกาสที่จะดึงดูดให้แรงงานจากต่างชาติไหลเข้ามาในประเทศจึงมีสูง โลกในทศวรรษหน้า ต้นศตวรรษที่ 21 กำลังจะเป็นโลกแห่งการแข่งขันอย่างแท้จริง โอกาสและภัยร้ายแรงก็จะแฝงกายตามเข้ามาด้วย ชาติไทยเราเตรียมพร้อมเพียงใดครับ ถามทุกคน ถามทั้งโค้ช ถามทั้งผู้เล่น ถามทั้งผู้ชม

หันไปดูทีมคู่แข่ง สิงคโปร์ มาเลเชีย บรูไน มีทั้งความมั่นคงทางการเมือง ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ มีวัฒนธรรมทางสังคม เศรษฐกิจการเมืองที่มั่นคง นิสัยการเป็นผู้ประกอบการ การใฝ่แสวงหาความรู้ การสืบค้นหาข้อมูลความรู้ มีอยู่ในตัวตนของประชากรเขาทุกคน ทรัพยากรบุคคลของเขามีศักยภาพสูงกว่าเราไปแล้วหลายช่วงตัวครับ

ประเทศที่มีศักยภาพใกล้เคียงกันกับไทย ณ วันนี้คือ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย โอกาสที่เขาจะแซงหน้าเรายังมีอยู่มาก ผู้นำเขามีวิสัยทัศน์ การเมืองมั่นคง ส่วนประเทศที่ตามหลังเราอยู่คือ เวียดนาม ลาว เขมร พม่า ยังวางใจไว้ไม่ได้นาน คนของเขาวันนี้คือกลุ่มที่ไหลเข้ามาทำงานในประเทศไทยค่อนข้างสูงมาก

แต่หลังเข้าสู่อาเซียน เขามีความมุ่งมั่นที่จะแซงหน้าเราให้ได้ ดูจากกีฬาซีเกมส์คราวที่แล้ว เหรียญทองเวียดนามนำหน้าไทยอยู่หลายวัน สร้างความภาคภูมิใจให้คนเวียดนามอย่างเต็มที่ เขาพร้อมจะแซงเราในอนาคต ฟุตบอลทีมชาติเวียดนามเคยชนะไทยครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้ว เขาถึงกับปิดประเทศฉลองกันสามวันสามคืน จับตามองเวียดนามให้ดีครับ ทุกวันนี้ประเทศเวียดนามไม่ได้มองไทยเป็นคู่แข่งของเวียดนามแล้วครับ เขามองข้ามไทยไปที่สิงคโปร์แล้ว

หนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับหนึ่งลงข่าวว่ามาตรฐานการศึกษาของเวียดนามชนะอเมริกาแล้ว จากการรายงานของโต๊ะข่าวเออีซีของหนังสือพิมพ์ดังกล่าว แจ้งว่าสำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ในการทดสอบมาตรฐานการศึกษาในโปรแกรม PISA : Program for International Student Assessment ครั้งล่าสุดในปี 2555 (มีนักเรียน 510,000 คน จาก 65 ประเทศ ซึ่งจัดขึ้นทุก 3 ปี คราวต่อไปจะทดสอบในเดือนกรกฎาคม 2558 นี้) ปรากฏว่าเด็กนักเรียนอายุ 15 ปีจากเวียดนาม ซึ่งส่งเข้าร่วมสอบเป็นปีแรก ได้คะแนนวิชาการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ สูงกว่านักเรียนจากประเทศพัฒนาแล้วจำนวนมาก ผลการทดสอบใน 3 รายวิชา ปรากฏว่าวิชาคณิตศาสตร์ได้ที่ 17 วิชาวิทยาศาสตร์ได้ที่ 8 วิชาการอ่านได้ที่ 19 ซึ่งสูงกว่าเด็กอเมริกันทุกรายวิชา เด็กอเมริกันสอบวิชาคณิตศาสตร์ได้ที่ 36 วิทยาศาสตร์ได้ที่ 28 และการอ่านได้ที่ 23 และข้อมูลล่าสุด ประกาศจากโออีซีดี เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 ปรากฏว่าการศึกษามาตรฐานของเวียดนามวัดผลจาก 2 รายวิชา คือ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ อยู่ในลำดับที่ 12 ขณะที่สหรัฐอเมริกาอยู่ลำดับที่ 28

ปัจจัยที่บีบีซีระบุว่าทำให้เวียดนามมีมาตรฐานคุณภาพการศึกษาสูง

มีอยู่ 3 ปัจจัย คือ

1) ความมุ่งมั่นของผู้นำประเทศ
2) หลักสูตรที่เจาะลึก และ
3) ครูที่มีคุณภาพ

ขยายความว่าผู้นำระดับสูงของประเทศให้ความสำคัญต่อการศึกษาของคนรุ่นใหม่อย่างจริงจัง เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีผู้นำมองการณ์ไกลและมุ่งมั่นในการเตรียมคนรุ่นใหม่ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการและฝึกอบรมของเวียดนามมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้จากประเทศที่มาตรฐานการศึกษาสูง และทุ่มเทงบประมาณอย่างฉลาดในการพัฒนาการศึกษาของประเทศ หลักสูตรยังมีการออกแบบให้นักเรียนได้รู้ลึกในแก่นความคิดและทักษะของแต่ละรายวิชา การสอบวัดผล เด็กเวียดนามจะสอบด้วยการเขียนตอบ (Written Examination) มากกว่าการกา ก ข ค และ ง ในคำตอบที่ครูจัดสรรมาไว้ให้เลือก เด็กเขาจึงต้องอ่านมาก เฉลี่ย 60 เล่ม/ปี/คน ฝึกเขียนมาก เพราะต้องฝึกเขียนคำตอบบรรยายขยายความรู้ เขียนแสดงเหตุผลประกอบคำตอบในเวลาสอบ

นักเรียนเวียดนามเมื่อเรียนจบมาแล้ว จึงไม่ใช่แค่ท่องจำวิชามาเท่านั้น จะต้องสามารถประยุกต์ใช้วิชาความรู้ ทักษะที่เรียนมาในภาคปฏิบัติในสถานการณ์ต่างๆ มาใช้ในชีวิตจริงได้ ครูเวียดนามจึงต้องตั้งคำถามที่ยากๆ ให้นักเรียนหาคำตอบด้วยตนเอง เป็นการสอนเน้นให้นักเรียนพัฒนาตนเองขึ้นไปเรื่อยๆ

 

การปลูกฝังค่านิยมด้วยคำถาม 5 ข้อ คือ การสร้างค่านิยม ความกตัญญู การทำความดี การติดตามข้อมูลข่าวสาร การรู้ทันการเปลี่ยนแปลงและการรู้ทันความเคลื่อนไหวในโลก ในโรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษาในภาคกลางของประเทศจะมีการบ้านให้เด็กตอบ 5 ข้อทุกวัน คือ

1) วันนี้หนูช่วยพ่อแม่ทำงานอะไรบ้าง
2) วันนี้หนูทำความดีกับคนอื่นอะไรบ้าง
3) ที่หมู่บ้านของหนูมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง
4 ) มีข่าวการเปลี่ยนแปลงอะไรในประเทศของเธอบ้าง และ
5 ) ในโลกของเรามีข่าวอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง

เด็กเวียดนามจึงตื่นตัวตลอดเวลา

การเรียนของเด็กเวียดนาม เด็กทุกคนตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดเพื่อเตรียมตัวเป็นพลเมืองของอาเซียนที่มีคุณภาพ ทุกรายวิชาที่เรียนต้องรู้ลึก รู้จริง รู้กว้าง รู้เท่าทัน (ใฝ่หาความรู้ตลอดเวลา) ในทุกภาคเรียนครูจะจัดการประเมินความรู้เด็กเพื่อจัดลำดับที่ในประเทศและจัดลำดับในต่างประเทศด้วย นักเรียนจะประเมินความสามารถของเพื่อนนักเรียนด้วยกันเองด้วย มีการจัดการศึกษาสำหรับเด็กอัจฉริยะเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ คือวิชาที่คนเวียดนามให้ความสำคัญที่สุด ครูได้รับการยกย่องและนับถือสูง ให้อิสระแก่ครูและโรงเรียนจัดการหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยตนเองสูง โรงเรียนมีระบบที่ได้รับความน่าเชื่อถือ มีหน้าที่จัดความสมดุลระหว่างโรงเรียนกับนโยบายกลางของรัฐบาล หลักสูตรทุกระดับสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้

รัฐบาลเวียดนามปฏิรูปการศึกษาได้ชัดเจนมาก แบ่งการปฏิรูปออกเป็น 5 ระดับ คือ

1) ปฏิรูปการศึกษาก่อนวัยเรียน
2) ปฏิรูปการศึกษาระดับประถมศึกษา
3) ปฏิรูปการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
4) ปฏิรูปการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และ
5) ปฏิรูปการศึกษาระดับอาชีวศึกษา มีการส่งเสริมหลักสูตรระยะสั้นเพื่อฝึกอบรมคนเข้าสู่ตลาดแรงงานได้

บีบีซีระบุว่า ปัญหาของเวียดนามขณะนี้ไม่ใช่เรื่องของการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะสูง แต่อยู่ที่เศรษฐกิจของเวียดนามจะพัฒนาไปให้ทันใช้แรงงานทักษะ และคนที่มีระดับการศึกษาที่ดีในอนาคต นักวิเคราะห์บางท่านระบุว่าไม่น่าห่วงเลยสำหรับเวียดนาม เมื่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเปิดขึ้น คนเวียดนามที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถไปทำงานในประเทศต่างๆ ได้สบาย ตัวอักษรภาษาเวียดนามใช้ตัวอักษร Arabic การเรียนภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศสจึงไม่ใช่เรื่องยาก

ครับ ระฆังเตือนครั้งสุดท้าย คู่แข่งที่อยู่นอกสายตาจ่อก้นและแซงไปแล้วในหลายสนาม สนามอาเซียนกำลังจะพิชิตในเร็ววันนี้ ทรัพยากรที่เขาใช้ในการพัฒนาการศึกษาน้อยกว่าเรามาก ปัจจัยทางอาคารสถานที่ อาคารเรียน วัสดุอุปกรณ์ก็สู้เราไม่ได้ แต่เพราะการจัดการที่ฉลาด แบบทุ่มเท มุ่งมั่น มุมานะสุดตัว ทำให้เวียดนามทำสถิติโลกก้าวข้ามคู่แข่งขันในอาเซียนไปแล้ว เรียนรู้จากเขา เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเขาเพื่อจะได้เข้าใจเขา เอาบทเรียนของเขามาเป็นแบบฝึกหัดของเรา เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ครับ ยอมรับเขา ชื่นชมเขา รับรองว่าไม่เสียหน้า

เวียดนามเคยรบชนะฝรั่งเศสในสงครามเมืองเดียนเบียนฟู รบชนะอเมริกาในสงครามเวียดนาม โดยไม่มีอาวุธทรงอานุภาพ ไม่มีบี 52 โดยไม่มีเอฟ16 ไม่มีปืนใหญ่สมรรถนะสูง เพียงเขาหันมา เศรษฐกิจพอเพียง หรือเนื้อเต่ายำเตา เอาอาวุธของศัตรูมาฆ่าศัตรู บวกกับความมุมานะ มุ่งมั่นของทุกคนในชาติเห็นภัยที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคต การจัดการที่ชาญฉลาด เขาจึงชนะได้

 

กลไกการจัดการศึกษาของเราน่าจะมีอะไรผิดพลาดหรือไม่ หรือว่าคู่แข่งเขามีคาถาพิเศษที่เหนือกว่า ถ้ายังปล่อยให้การขับเคลื่อนทางการศึกษายังเป็นไปเช่นทุกวันนี้ หายนะน่าจะมาถึงแน่นอน

คำถามของประเทศไทย ทำไมเด็กไทยจึงสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษไม่ได้ ทำไมเด็กไทยจึงขาดความกล้า ทำไมเด็กไทยจึงไม่มีนิสัยรักการอ่าน ทำไมเด็กไทยจึงเขียนหนังสือไม่เป็น ทำไมเด็กไทยไม่มีนิสัยในการทำงานหนัก มาโรงเรียนทุกวัน เรียนมากกว่าหลายประเทศ แต่ยังคิดวิเคราะห์ไม่เป็น ทำไมเด็กไทยจึงเลี้ยงไม่โต

ทำไมเด็กที่เรียนในระดับอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัยยังไล่ฆ่าไล่แทงไล่ยิงกันอยู่

โค้ชนักกีฬาทีมชาติทุกประเภท หากขาดการประเมินคู่แข่งขันก็ยากที่จะเอาเหรียญทองกลับมาบ้านได้ เมื่อประเมินคู่แข่งแล้ว รู้ว่าคู่แข่งเก่งอย่างไร ก็ต้องกลับมาแก้ไข กลับมาพัฒนาทีม

มีหลายชาติที่ยอมส่งโค้ชส่งนักกีฬามาเรียนอยู่ในไทย เช่น เกาหลีใต้ส่งนักกีฬา ส่งโค้ช มาเรียนกีฬาตะกร้อหรือมวยไทย เป็นต้น มองดูโค้ชนักกีฬาสายการศึกษาไทยแล้วอ่อนใจ น่าเห็นใจ เพราะยังไม่รู้ว่าทีมของตนเองมีจุดอ่อนตรงจุดใด จุดแข็งอยู่ตรงไหน จับจุดไหนก็ดูมีปัญหาไปทุกเรื่อง ป่วยไปหมดทั้งองค์กร หมอที่มารักษาโรคก็วินิจฉัยโรคไม่ถูกรักษาอาการป่วยไม่ถูกวิธี

แถมยังไม่กล้าหาญที่จะส่งโค้ชส่งนักกีฬาไปเรียนรู้จากประเทศข้างบ้านอีกต่างหาก งบประมาณที่ทุ่มเทลงไปจึงเหมือนตำพริกละลายแม่น้ำ แล้วเราจะไปแข่งกับใครได้ครับ

 

ที่มา: มติชนรายวัน 10 ก.ค.2558

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม , การศึกษาเวียดนาม , จับตาการศึกษาเวียดนาม , บทความการศึกษาเวียดนาม << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ข้อคิดและข้อควรระวังในการบริหารสถานศึกษา☕ คลิกอ่านเลย
ข้อคิดและข้อควรระวังในการบริหารสถานศึกษา
เปิดอ่าน 2,730 ครั้ง
ถอดบทเรียน ครอบครัว-การศึกษา สร้าง “เด็ก” เเตกต่าง “เก่ง” ในทางของตัวเอง☕ คลิกอ่านเลย
ถอดบทเรียน ครอบครัว-การศึกษา สร้าง “เด็ก” เเตกต่าง “เก่ง” ในทางของตัวเอง
เปิดอ่าน 4,522 ครั้ง
เฉลยข้อสอบอัตนัยด้วย FACEBOOKLIVE☕ คลิกอ่านเลย
เฉลยข้อสอบอัตนัยด้วย FACEBOOKLIVE
เปิดอ่าน 1,922 ครั้ง
ความผิดพลาด 3 ประการ ในการสร้าง “คน” ที่ “ล้มเหลว” คอลัมน์มติชนมติครู...ณิชาพันธุ์ เถกิงเกียรติคุณ☕ คลิกอ่านเลย
ความผิดพลาด 3 ประการ ในการสร้าง “คน” ที่ “ล้มเหลว” คอลัมน์มติชนมติครู...ณิชาพันธุ์ เถกิงเกียรติคุณ
เปิดอ่าน 2,848 ครั้ง
จะยกคุณภาพ..การศึกษา ต้องพัฒนา “ครู”☕ คลิกอ่านเลย
จะยกคุณภาพ..การศึกษา ต้องพัฒนา “ครู”
เปิดอ่าน 11,219 ครั้ง

Advertisement
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ระวัง นุ่งกางเกงคับรัดติ้ว แข้งขาเป็นเหน็บชาได้ระวัง นุ่งกางเกงคับรัดติ้ว แข้งขาเป็นเหน็บชาได้
เปิดอ่าน 6,945 ครั้ง
ครม.ตั้ง "จ.บึงกาฬ" จังหวัดที่77 แยกจากหนองคายครม.ตั้ง "จ.บึงกาฬ" จังหวัดที่77 แยกจากหนองคาย
เปิดอ่าน 12,472 ครั้ง
อาถรรพณ์"นรกซานติก้า" ที่ดินนี้มีตำนาน..."เลือด"!!!อาถรรพณ์"นรกซานติก้า" ที่ดินนี้มีตำนาน..."เลือด"!!!
เปิดอ่าน 108,175 ครั้ง
สัมภาษณ์ ดร.พิษณุ ตุลสุข เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. "ปัญหาหนี้สินครู"สัมภาษณ์ ดร.พิษณุ ตุลสุข เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. "ปัญหาหนี้สินครู"
เปิดอ่าน 22,465 ครั้ง
เกมส์วันเกิด 30 ปีของ PAC-MANเกมส์วันเกิด 30 ปีของ PAC-MAN
เปิดอ่าน 12,817 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม