ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > โละพีเอครูสอนเยอะรู้มากรับวิทยฐานะ

โละพีเอครูสอนเยอะรู้มากรับวิทยฐานะ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 3 ก.พ. 2560 เปิดอ่าน : 47,207 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
โละพีเอครูสอนเยอะรู้มากรับวิทยฐานะ

Advertisement

“หมอธี”สั่งก.ค.ศ.เปลี่ยนเกณฑ์ประเมินขอมี-คงวิทยฐานะใหม่ ไม่เอาเกณฑ์พีเอ ดูครูจากความสามารถที่มีอยู่ว่าสอนเยอะแค่ไหน-พัฒนาตนเองอย่างไร-สะสมข้อมูลทางไอที ลั่น 3 เดือนเห็นวิธีการชัดเจน

วันนี้ (2 ก.พ.) นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ตนได้มอบนโยบายเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะและหลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคลอื่น ให้แก่ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่าการประเมินวิทยฐานะแนวใหม่ จะยึดพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ดูความสามารถที่มีอยู่ในตัวคน ว่ามีความรู้ ประสบการณ์มากน้อยแค่ไหน โดยดูจาก 2 อย่างคือ 1.การสอน ว่ามีปริมาณการสอนมากน้อยแค่ไหน ความยุ่งยากในการสอน เช่น สอนหลายวิชา สอนหลายชั้น หรือสอนเด็กจำนวนมาก เป็นต้น และ2.การพัฒนาตนเอง ที่สะท้อนถึงความสามารถ เช่น การพัฒนาที่โรงเรียน การอบรมตามหลักสูตรที่ได้รับการรับรอง ซึ่งในการพิจารณาจะดูแฟ้มสะสมผลงาน หรือ พอร์ตฟอลิโอ ที่ครูต้องเก็บหลักฐานการพัฒนาตนเองและการสอนใส่ไว้ โดยบันทึกลงในระบบไอที ในรูปแบบ อิเล็กทรอนิกส์พอร์ตฟอลิโอ ดังนั้น จากนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ.ไปกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตามนิยามใหม่ พร้อมทั้งจัดประชุมโฟกัสกรุ๊ปเพื่อรับฟังความคิดเห็นนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน

“เรื่องนี้ถือเป็นการปฏิวัติระบบการประเมินวิทยฐานะ รวมถึงจะนำมาใช้กับการประเมินขอคงวิทยฐานะตามมาตรา 55 ของพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ด้วย และขอให้มั่นใจว่าการใช้กระดาษทำผลงานวิชาการไม่มีอีกแล้ว นอกจากนี้ จะมีการทบทวนในส่วนวิทยฐานะผู้บริหารการศึกษาด้วย โดยอาจจะออกกฎหมายใหม่ให้เป็นเงินประจำตำแหน่ง ซึ่งปัจจุบันผู้บริหารการศึกษาจะได้รับเงิน 2เด้ง คือ เงินประจำตำแหน่งและเงินวิทยฐานะ ซึ่งก็จะต้องมาทบทวนกันใหม่”นพ.ธีระเกียรติ กล่าวและว่า ทั้งนี้ มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันรัฐจ่ายเงินวิทยฐานะปีละ 35,000 ล้านบาท จากครูทั้งหมดมีครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 10% ไม่มีวิทยฐานะ ครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 30% ไม่มีวิทยฐานะและครูสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) 20% ไม่มีวิทยฐานะ เชื่อว่าหลักเกณฑ์ใหม่จะตอบแทนครูที่สอนทั้งมีปริมาณและมีคุณภาพได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น ไม่ใช่เน้นดูที่เอกสารผลงานวิชาการ อย่างไรก็ตาม การทำผลงานทางวิชาการยังคงเน้นอยู่ในวิทยฐานะเชี่ยวชาญและวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ

ด้าน ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัด ศธ.กล่าวว่า นโยบายของ รมว.ศึกษาธิการถือเป็นการเปลี่ยนนิยามใหม่ของการประเมินวิทยฐานะ เปลี่ยนแรงจูงใจให้ถูกทาง คือ ต้องมาสอนกับพัฒนาตนเองจึงจะได้วิทยฐานะ ซึ่งทำให้ครูอยากสอน อยากอยู่ห้องเรียน ไม่ใช่มุ่งใช้เวลาไปทำผลงานทางวิชาการ ทั้งนี้ ผลงานที่ใช้ประเมินอยู่ในขณะนี้เหมาะสำหรับใช้ในการให้ความดี ความชอบ ให้โบนัส แต่แบบใหม่จะดูว่าครูรู้มากน้อยแค่ไหน ส่วนร่าง หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยฐานะ หรือ เลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและเชี่ยวชาญ ตามข้อตกลงในการพัฒนางาน หรือ พีเอ (Performance Agreement : PA) ที่สำนักงาน ก.ค.ศ.เสนอมาก็ถือว่าล้มไปเพราะไม่สอดคล้องกับนิยามใหม่

ขอบคุณที่มาจาก เดลินิวส์ วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 14.36 น.

ด้านไทยโพสต์ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 ได้พาดหัวข่าวและรายละเอียดข่าวนี้ ดังนี้

สั่งทบทวนค่าวิทยฐานะผู้บริหารศึกษา

รมว.ศธ.ชี้ปัจจุบันฟาด2เด้งรวมเงินตำแหน่ง/ครูอาชีวะ-กศน.มีวิทยฐานะแค่จิ๊บจ๊อย

"รมว.ศธ." สั่ง ก.ค.ศ.ทบทวนเงินวิทยฐานะผู้บริหารการศึกษา ชี้ปัจจุบันได้ 2 เด้ง บวกเงินประจำตำแหน่งด้วย และควรได้แค่อย่างใดอย่างหนึ่ง เผยรัฐแบกค่าวิทยฐานะครูอื้อปีละ 3.5 หมื่นล้าน แต่ครูสังกัดอาชีวะ 30% และครู กศน. 20% ไม่ได้วิทยฐานะ แต่สังกัด สพฐ.ได้เกือบหมด ขาดแค่ 10%

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้มอบนโยบายเกี่ยวกับแนวทางการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะและหลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคลอื่น ให้แก่ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่าการประเมินวิทยฐานะแนวใหม่จะยึดพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คือดูความสามารถที่มีอยู่ในตัวคน ประสบการณ์การสอน ว่ามีปริมาณการสอนมากน้อยแค่ไหน ความยุ่งยากในการสอน เช่น สอนหลายวิชา สอนหลายชั้น หรือสอนเด็กจำนวนมาก เป็นต้น และการพัฒนาตนเอง ที่สะท้อนถึงความสามารถ เช่น การพัฒนาที่โรงเรียน การอบรมตามหลักสูตรที่ได้รับการรับรอง ซึ่งในการพิจารณาจะดูแฟ้มสะสมผลงาน หรือพอร์ตโฟลิโอ ที่ครูต้องเก็บหลักฐานการพัฒนาตนเองและการสอนใส่ไว้ โดยบันทึกลงในระบบไอทีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์พอร์ตโฟลิโอ ดังนั้นจากนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ.ไปกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตามนิยามใหม่ พร้อมทั้งจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน

"เรื่องนี้ถือเป็นการปฏิวัติระบบการประเมินวิทยฐานะ รวมถึงการนำระบบการประเมินขอคงวิทยฐานะตามมาตรา 55 ของ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ด้วย และขอให้มั่นใจว่าจะไม่มีการใช้กระดาษทำผลงานวิชาการอีกแล้ว" รมว.ศธ.กล่าว

นพ.ธีระเกียรติกล่าวต่อว่า ตนยังได้มอบให้ ก.ค.ศ.ไปทบทวนเรื่องวิทยฐานะผู้บริหารการศึกษาด้วย โดยอาจจะออกกฎหมายใหม่ให้เป็นเงินประจำตำแหน่ง เนื่องจากปัจจุบันผู้บริหารการศึกษาจะได้รับเงิน 2 เด้ง คือเงินประจำตำแหน่ง และเงินวิทยฐานะ ซึ่งก็จะต้องมาทบทวนกันใหม่ และแต่ละปีรัฐมีภาระจ่ายเงินวิทยฐานะถึงปีละ 35,000 ล้านบาท แต่กลับพบว่ามีครูที่ไม่มีวิทยฐานะสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร้อยละ 10 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร้อยละ 30 และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ร้อยละ 20 จึงเชื่อว่าหลักเกณฑ์ใหม่จะตอบแทนครูที่สอนทั้งมีปริมาณและมีคุณภาพได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น ไม่ใช่เน้นดูที่เอกสารผลงานวิชาการ อย่างไรก็ตาม การทำผลงานทางวิชาการยังคงเน้นอยู่ในวิทยฐานะเชี่ยวชาญและวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ

ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า นโยบายของ รมว.ศธ.ถือเป็นการเปลี่ยนนิยามใหม่ของการประเมินวิทยฐานะ เปลี่ยนแรงจูงใจให้ถูกทาง คือต้องมาสอนกับพัฒนาตนเองจึงจะได้วิทยฐานะ ซึ่งทำให้ครูอยากสอน อยากอยู่ห้องเรียน ไม่ใช่มุ่งใช้เวลาไปทำผลงานทางวิชาการ ทั้งนี้ ผลงานที่ใช้ประเมินอยู่ในขณะนี้เหมาะสำหรับใช้ในการให้ความดี ความชอบ ให้โบนัส แต่แบบใหม่จะดูว่าครูรู้มากน้อยแค่ไหน ส่วนร่างหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยฐานะ หรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและเชี่ยวชาญ ตามข้อตกลงในการพัฒนางาน หรือพีเอ (Performance Agreement : PA) ที่สำนักงาน ก.ค.ศ.เสนอมาก็ถือว่าล้มไป เพราะไม่สอดคล้องกับนิยามใหม่.


ขอบคุณที่มาจาก ไทยโพสต์ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> โละพีเอครูสอนเยอะรู้มากรับวิทยฐานะ , ปฏิวัติวิทยฐานะ , ประเมินวิทยฐานะ , เงินประจำตำแหน่ง , e-Portfolio , เลื่อนวิทยฐานะ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
"เลขาธิการ กศน." มอบ 12 ภารกิจเร่งด่วนขับเคลื่อนงาน กศน.☕ 20 ต.ค. 2563
"เลขาธิการ กศน." มอบ 12 ภารกิจเร่งด่วนขับเคลื่อนงาน กศน.
เปิดอ่าน 1,679 ครั้ง
"ณัฏฐพล" ล้มหลักสูตรฐานสมรรถนะ☕ 19 ต.ค. 2563
"ณัฏฐพล" ล้มหลักสูตรฐานสมรรถนะ
เปิดอ่าน 3,833 ครั้ง
กพฐ.กลับลำไม่จำกัดรับเด็ก 40 คนต่อห้อง ควบรวมโรงเรียนเล็ก นร.ต่ำกว่า 100 คน☕ 18 ต.ค. 2563
กพฐ.กลับลำไม่จำกัดรับเด็ก 40 คนต่อห้อง ควบรวมโรงเรียนเล็ก นร.ต่ำกว่า 100 คน
เปิดอ่าน 23,926 ครั้ง
ผ่าประเด็นร้อน เกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ปัญหาในทางปฏิบัติ!☕ 18 ต.ค. 2563
ผ่าประเด็นร้อน เกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ปัญหาในทางปฏิบัติ!
เปิดอ่าน 11,689 ครั้ง
จ่อเพิ่ม"สพม. "แต่ไม่ครบทุกจังหวัด อยู่ในกรอบ ไม่เพิ่มงบ-ไม่เพิ่มคน☕ 16 ต.ค. 2563
จ่อเพิ่ม"สพม. "แต่ไม่ครบทุกจังหวัด อยู่ในกรอบ ไม่เพิ่มงบ-ไม่เพิ่มคน
เปิดอ่าน 3,624 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปรียบเทียบข้อแตกต่าง ป.ตรี 5 ปี กับ ป.ตรี 4 ปี ในการสอบบรรจุครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ครั้งที่ 1/2560เปรียบเทียบข้อแตกต่าง ป.ตรี 5 ปี กับ ป.ตรี 4 ปี ในการสอบบรรจุครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ครั้งที่ 1/2560
เปิดอ่าน 92,512 ครั้ง
รู้จักวิตามิน Hรู้จักวิตามิน H
เปิดอ่าน 16,127 ครั้ง
“ใบมะกรูด” แก้ความดันโลหิตสูง“ใบมะกรูด” แก้ความดันโลหิตสูง
เปิดอ่าน 17,155 ครั้ง
ทำไมตัวอักษรในแป้นพิมพ์ถึงไม่เรียงเป็น A B C?? ทำไมตัวอักษรในแป้นพิมพ์ถึงไม่เรียงเป็น A B C??
เปิดอ่าน 9,231 ครั้ง
หลักเกณฑ์การอยู่เวรรักษาการณ์หลักเกณฑ์การอยู่เวรรักษาการณ์
เปิดอ่าน 65,709 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ