ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > ส.บ.ม.ท.เปิดประเด็นภารกิจเร่งด่วนที่ ศธ.ต้องเร่งดำเนินการ

ส.บ.ม.ท.เปิดประเด็นภารกิจเร่งด่วนที่ ศธ.ต้องเร่งดำเนินการ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 27 ก.ย. 2562 เปิดอ่าน : 9,621 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ส.บ.ม.ท.เปิดประเด็นภารกิจเร่งด่วนที่ ศธ.ต้องเร่งดำเนินการ

Advertisement

นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) เปิดเผยว่าจากการติดตามการทำงานของ รมว.ศธ (นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ) เห็นว่าจุดเด่นที่สำคัญของ รมว.ศธ คือการให้โอกาสองค์กรต่างๆเข้าพบและรับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะอย่างใส่ใจ มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี ขยันลงพื้นที่เพื่อเเสวงหาความจริงด้านการจัดการศึกษา มีแนวคิดในการ ทำงานสไตล์เอกชนที่เน้นเรื่องความรวดเร็ว บรรลุวัตถุประสงค์ ผสมผสานกับความเป็นราชการที่เน้นความถูกต้องตามกฎระเบียบ มีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาและพัฒนา ถือได้ว่าเป็นยุคที่คาดได้ว่าการศึกษาไทยจะเดินไปข้างหน้าได้อย่างเท่าทันประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้มีภารกิจสำคัญเร่งด่วนที่กระทรวงศึกษาธิการจะต้องลงมือทำทันที ไม่สามารถรอได้เพราะผลเสียจะตกอยู่กับนักเรียนที่จะต้องได้รับการดูแลและเชื่อว่าข้อมูลเช่นนี้ คงยังไม่มีใครรายงานให้ รมว.ศธ ทราบ ดังนี้

1. การสอบบรรจุผู้อำนวยการโรงเรียนและรองผู้อำนวยการโรงเรียน
โรงเรียนต่างๆเกือบหมื่นโรงเรียนไม่มีผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการเพื่อทำหน้าที่บริหารมานานถึง สองปี ทั้งๆที่มีอัตรากำลังอยู่แล้ว มีงบประมาณเพื่อการจัดการอยู่แล้วแต่ไม่มีการดำเนินการ ทำให้เกิดความเสียหายต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่แล้วได้มีการเปิดโอกาสให้มีการสอบบรรจุเป็นผู้อำนวยการ ก็เป็นการแก้ปัญหาไปได้บ้าง แต่กลับไม่ดำเนินการให้มีการสอบบรรจุรองผู้อำนวยการ บางโรงเรียน มีนักเรียนมากถึงสี่พันคน ซึ่งควรจะมีรองผู้อำนวยการครบจำนวน 4 คน แต่กลับมีเพียงหนึ่งคน ซึ่งเป็นที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการมีทรัพยากรพร้อม ที่เหลือคือการจัดการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า แต่กลับไม่มีผู้ใดใส่ใจที่จะดำเนินการ ผู้ที่มีหน้าท่ีต้องทำกลับเพิกเฉย จึงเป็นตัวชี้วัดหนึ่งที่บ่งบอกให้รู้ว่าการศึกษาไทยไม่มีวันที่จะก้าวไปข้างหน้าได้หากข้าราชการระดับสูงผู้มีหน้าที่รับผิดชอบไม่ใส่ใจและไม่เห็นคุณค่าและความสำคัญของการจัดการศึกษาอย่างแท้จริง

2. การเกษียณอายุราชการของบรรดาผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาในปีนี้
เรื่องนี้กระทรวงศึกษาธิการย่อมทราบดีอยู่แล้วว่าจะมีผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษากี่คนที่จะเกษียณอายุราชการแต่กระทรวงศึกษาธิการกลับไม่ดำเนินการเตรียมการสอบบรรจุบุคคลเพื่อให้เข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการ โดยไปออกหลักเกณฑ์ที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งคือ กำหนดให้ผู้ที่จะสมัครเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาต้องเป็นผู้ที่เคยผ่านการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด ทั้งๆที่ไม่จำเป็นต้องออกหลักเกณฑ์เช่นนี้และที่สำคัญคือ ก.ค.ศ.หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้สนับสนุนให้มีการจัดการอบรมและพัฒนาฯ ในอดีตที่ผ่านมาก็ใช้หลักเกณฑ์ว่าเมื่อสอบแล้วได้รับการคัดเลือกแล้วจึงให้ไปรับการอบรมและพัฒนา การออกหลักเกณฑ์เช่นนี้เป็นการออกหลักเกณฑ์ที่มีจุดมุ่งหมายที่จะไม่ให้โอกาสรองผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษาได้มีสิทธิสมัครสอบเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษา ทั้งๆที่ในอดีตที่ผ่านมา บรรดารองผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษาต่างมีสิทธิสมัครสอบเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษาได้และสามารถปฏิบัติหน้าท่ีได้เลยเพราะทำหน้าที่ช่วยงานผู้อำนวยการมาหลายปีมีประสบการณ์ด้านการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาอย่างยิ่ง

การสกัดกั้นไม่ให้รองผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษาเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษาเช่นนี้ทำให้เปิดช่องทางให้ผู้อำนวยการโรงเรียนสังกัดอื่นได้ย้ายเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรีนนมัธยมศึกษาซึ่งเป็นการดำเนินการที่ขัดกับเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติที่ให้มีการแยกเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็นเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาและเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา โดยเจตนารมณ์ของกฎหมายบัญญัติไว้ว่า “โดยที่กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ มีบทบัญญัติให้การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วยการศึกษาระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา รวมอยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ทำให้การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานมีปัญหาในทางปฏิบัติเกิดความไม่คล่องตัวส่งผลต่อคุณภาพการศึกษา และเกิดปัญหาอุปสรรคต่อการพัฒนาการศึกษาของชาติ สมควรแยกเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็นเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เพื่อให้การบริหารและการจัดการศึกษามีประสิทธิภาพ อันจะเป็นการพัฒนาการศึกษาแก่นักเรียนในช่วงชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาให้สัมฤทธิผลและมีคุณภาพยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้”

การไม่ดำเนินการตามเจตนารมณ์ดังกล่าวนอกจากจะเป็นการขัดต่อหลักความชอบด้วยกฎหมายแล้วยังเป็นการ ทำให้เกิดช่องทางในการทุจริตกล่าวคือการเข้าสู่ตำแหน่งโดยการสอบคัดเลือกนั้นผู้มีอำนาจไม่สามารถใช้ดุลพินิจว่าจะคัดเลือกใคร การดำเนินการต้องเป็นไปตามผลสอบและคะแนนประเมิน แต่การเปิดโอกาสให้มีการคัดเลือกผู้อำนวยการจากโรงเรียนต่างสังกัดไปเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษานั้น เป็นการให้อำนาจดุลพินิจที่จะคัดเลือกใครก็ได้ ไม่ได้มาจากการสอบแข่งขัน จึงเป็นช่องทางในการเรียกรับผลประโยชน์อย่างมากมายมหาศาลถึงขั้นมีการกล่าวอ้างกันว่ามีการส่งต่อผลประโยชน์ถึงผู้บริหารระดับสูงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกีดกันไม่ให้รองผู้อำนวยการได้สอบบรรจุเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการ การปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้จะทำให้เกิดการฟ้องร้องไม่มีที่สิ้นสุดเพราะมีการละเว้นการดำเนินการให้ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

3. การตัดอัตรากำลังครูหรือผู้บริหารโรงเรียนสำหรับโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนน้อยกว่า 120 คนโดยจะให้มีการยุบหรือควบรวมโรงเรียน
กรณีนี้เห็นว่าการยุบหรือการควบรวมโรงเรียนนั้นเป็นแนวทางแก้ปัญหาที่จะต้องขบคิดกันต่อไปว่าจะทำอย่างไรที่เกิดความลงตัวในทุกๆฝ่าย แต่สิ่งที่ต้องคำนึงมากที่สุดคือผลประโยชน์ของนักเรียน ปัจจุบันสิ่งที่รัฐดำเนินการไปแล้วคือในระหว่างพิจารณาว่าจะควบรวมโรงเรียนหรือไม่นั้น รัฐได้ตัดอัตรากำลังครูและนักเรียนสำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนน้อยกว่า 120 คน ส่งผลให้นักเรียนไม่มีครูสอน ไม่มีผู้บริหารโรงเรียนที่จะทำหน้าท่ีในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ส่งผลกระทบต่อนักเรียนเป็นอย่างยิ่ง การตัดอัตรากำลังเช่นนี้เป็นการดำเนินการที่ขัดต่อมาตรา 54 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่บัญญัติไว้ว่ารัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

4. สิ่งที่ รมว.ศธ จะสามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องอาศัยงบประมาณใดๆและจะส่งผลดีอย่างยิ่งต่อโรงเรียนและการศึกษาของชาติบ้านเมือง คือการประกาศให้ยกเลิกโครงการต่างๆทุกโครงการเช่นโครงการโรงเรียนสีขาว โครงการโรงเรียนสุจริต โครงการโรงเรียนดีใกล้บ้านฯลฯ เพราะจะได้คืนชั่วโมงสอนให้กับคุณครู การยกเลิกโครงการต่างๆเหล่านี้ยังจะส่งผลต่อการปรับลดงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการอีกด้วย

นายรัชชัยย์ฯ ยังเปิดเผยอีกว่าในระหว่างนี้ รมว.ศธ กำลังพิจารณาคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งข้าราชการระดับ 10 และ ระดับ 11 จึงขอให้พิจารณาเพิ่มตัวชี้วัดไปด้วยว่าข้าราชการหรือหัวหน้าส่วนราชการรายใดที่มีหน้าท่ีในการบริหารทรัพยากรบุคคล แต่ปล่อยปละละเลยจนทำให้โรงเรียนว่างเว้นจากผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการร่วมหมื่นอัตราเป็นเวลาถึงสองปี รวมถึงการไม่ดำเนินการให้มีการสอบบรรจุผู้อำนวยการหรือรองผู้อำนวยการ ทดแทนอัตรากำลังที่เกษียณอายุราชการในปีนี้ ก็ไม่สมควรให้ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง เพราะถือได้ว่าเป็นผู้ที่ไม่ใส่ใจต่อการศึกษาของชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.)

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ส.บ.ม.ท.เปิดประเด็นภารกิจเร่งด่วนที่ ศธ.ต้องเร่งดำเนินการ , , ส.บ.ม.ท.เปิดประเด็นภารกิจเร่งด่วนที่ , ศธ.ต้องเร่งดำเนินการ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สพฐ.จัดสรรงบประมาณ กิจกรรมการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานภาคเรียนที่ 1/2563 (30%) ครั้งที่ 2☕ 14 ส.ค. 2563
สพฐ.จัดสรรงบประมาณ กิจกรรมการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานภาคเรียนที่ 1/2563 (30%) ครั้งที่ 2
เปิดอ่าน 3,060 ครั้ง
"อำนาจ"ย้ำโรงเรียนห้ามการ์ดตกเด็ดขาด โควิดยังไม่ไป วัคซีนยังไม่มา สั่งคิดหาวิธีประเมินรูปแบบใหม่ไว้แล้ว ☕ 14 ส.ค. 2563
"อำนาจ"ย้ำโรงเรียนห้ามการ์ดตกเด็ดขาด โควิดยังไม่ไป วัคซีนยังไม่มา สั่งคิดหาวิธีประเมินรูปแบบใหม่ไว้แล้ว
เปิดอ่าน 1,218 ครั้ง
ประกาศผลการประกวดรางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ปีการศึกษา 2562☕ 14 ส.ค. 2563
ประกาศผลการประกวดรางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ปีการศึกษา 2562
เปิดอ่าน 1,682 ครั้ง
"ศธ." จัดงาน "ยกกำลังสองการศึกษาไทย สู่ความเป็นเลิศ" 17 สิงหานี้☕ 14 ส.ค. 2563
"ศธ." จัดงาน "ยกกำลังสองการศึกษาไทย สู่ความเป็นเลิศ" 17 สิงหานี้
เปิดอ่าน 1,047 ครั้ง
ครม. อนุมัติ หยุดชดเชยวันสงกรานต์ 4 และ 7 กันยายน 2563 ส่งผลหยุดยาว 4 วัน☕ 14 ส.ค. 2563
ครม. อนุมัติ หยุดชดเชยวันสงกรานต์ 4 และ 7 กันยายน 2563 ส่งผลหยุดยาว 4 วัน
เปิดอ่าน 628 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

อาหารยอดนิยมในอาเซียน (บรูไนดารุสซาลาม)อาหารยอดนิยมในอาเซียน (บรูไนดารุสซาลาม)
เปิดอ่าน 17,996 ครั้ง
ปิดฉาก!"ไมโครซอฟท์" ประกาศเลิกผลิตวินโดวส์รุ่นใหม่ เน้นบริการ"อัพเดต"แทนปิดฉาก!"ไมโครซอฟท์" ประกาศเลิกผลิตวินโดวส์รุ่นใหม่ เน้นบริการ"อัพเดต"แทน
เปิดอ่าน 3,145 ครั้ง
แตงโมเจลลี่ หวานฉ่ำสีสันสดใส ทำง่ายนิดเดียวแตงโมเจลลี่ หวานฉ่ำสีสันสดใส ทำง่ายนิดเดียว
เปิดอ่าน 8,539 ครั้ง
11 สัญญาณเตือนว่าลูกกำลังโดนทำร้ายอยู่นะ11 สัญญาณเตือนว่าลูกกำลังโดนทำร้ายอยู่นะ
เปิดอ่าน 14,806 ครั้ง
10 บัญญัติขจัดโรคน้ำท่วม10 บัญญัติขจัดโรคน้ำท่วม
เปิดอ่าน 6,876 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ