ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

สำรวจความพร้อมก่อนลูกเปิดเทอม...>>>>>


เรื่องราวจากสมาชิก เปิดอ่าน : 6,341 ครั้ง
สำรวจความพร้อมก่อนลูกเปิดเทอม...>>>>>

Advertisement

สำรวจความพร้อมก่อนลูกเปิดเทอม
 

สำหรับพ่อแม่ที่มีลูกอยู่ในช่วงวัยเรียน และต้องขึ้นชั้นถัดไป ก็ไม่น่าหนักใจนัก เพราะปัญหาเรื่องการเตรียมความพร้อมก็จะเป็นเรื่องร่างกาย ต้องสำรวจดูว่าเครื่องแบบนักเรียน และอุปกรณ์การเรียน ต่างๆ ครบถ้วนแล้วหรือยัง รวมถึงสำรวจตรวจสอบด้วยว่าสิ่งของบางอย่างยังใช้ได้อยู่ไหม บางอย่างอาจต้องซื้อเพิ่มเติม เพราะอย่าลืมว่าลูกของเราเติบโตขึ้นทุกวัน


ถ้ามีลูกสองคนอยู่ในวัยเดียวกัน เพศเดียวกันก็เบาตัวหน่อย ใช้วิธี “เก่าของพี่ ใหม่ของน้อง” เหมือนดิฉันก็ได้ เพียงแต่มีข้อแม้ในการอธิบายให้ลูกเข้าใจด้วยละกัน เพราะเจ้าลูกคนที่สองก็ต้องเกิดคำถามและโวยวายเป็นธรรมดาว่าทำไมพี่ได้ของใหม่ แต่น้องต้องรับของพี่อีกแล้ว


เป็นเรื่องของคนเป็นพ่อแม่ต้องอธิบายให้ลูกฟังด้วยว่า เป็นวิธีการช่วยกันประหยัดได้ด้วย กรณีของดิฉันก็ได้รับมรดกตกทอดมาจากพี่เหมือนกัน ก็อาจบอกลูกได้ว่า “แม่ก็ใช้ของพี่เหมือนกัน ก็ไม่เห็นเป็นไร ดีซะอีก เป็นการบอกให้รู้ว่าตอนนี้เราโตเท่าพี่แล้วนะ” พร้อมทั้งอธิบายด้วยว่าเป็นการช่วยกันประหยัดอีกต่างหาก แทนที่จะต้องไปซื้อชุดนักเรียนชุดใหม่ทั้งหมด ก็ต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่ถ้าไม่ต้องซื้อ ก็จะมีเงินเหลือสำหรับครอบครัวสำหรับเรื่องอื่นที่จำเป็นได้ด้วย แต่ในที่นี้มีข้อแม้ว่าชุดนักเรียนมือสองของพี่ก็ต้องดูดีอยู่บ้าง ไม่ใช่ซอมซ่อ หรือขาดวิ่น หรือถ้าจะซื้อเพิ่มหนึ่งชุดให้มีเก่าบ้างใหม่บ้าง ก็ยังพอไหว


เชื่อเถอะค่ะ ถ้าเด็กที่เติบโตขึ้นมาด้วยความใกล้ชิดกัน พ่อแม่มอบความรักความอบอุ่นให้ลูกๆ เท่าเทียมกันอย่างต่อเนื่อง ได้รับการอธิบายจากพ่อแม่ เด็กก็ยินดีสวมใส่เสื้อของพี่ ออกจะภาคภูมิใจด้วยซ้ำว่าเขาได้เดินตามรอยพี่ หรือโตเท่าพี่แล้วนะ


ส่วนคนที่มีลูกคนละวัย หรือคนละเพศก็เหนื่อยหน่อยล่ะค่ะ แต่ก็มีข้อคิดมาฝากว่า ขอให้ซื้อของมีคุณภาพดีกว่า แม้ราคาจะสูงหน่อย แต่อย่าลืมว่าลูกเราใส่ชุดนักเรียนสัปดาห์ละ 5 วัน และอยู่ในวัยซุกซน เพราะฉะนั้นเรื่องความทนทานเป็นสิ่งจำเป็นค่ะ เพราะถ้าเน้นของราคาถูกอย่างเดียว แล้วใส่ได้ไม่นานต้องเปลี่ยนอีกแล้ว โดยเฉพาะถุงเท้า รองเท้า อาจจะเสียใจในภายหลังก็ได้


สำหรับกรณีที่พ่อแม่มีลูกคนแรก และถึงเวลาที่ลูกต้องไปโรงเรียนครั้งแรก ซึ่งปีนี้ดิฉันมีเพื่อนหลายคนเลยทีเดียวที่กำลังประสบปัญหานี้ เพราะถึงเวลาที่ลูกต้องไปโรงเรียนครั้งแรก โดยเฉพาะบรรดาวัยเนอสเซอรี่ และวัยอนุบาลที่คนเป็นพ่อแม่หนักหนาสาหัสกว่าคนเป็นลูกซะอีก ฉะนั้น นอกจากเตรียมความพร้อมทางด้านร่างกาย ก็ต้องเตรียมพร้อมทางด้านจิตใจ ซึ่งมีความสำคัญเป็นยิ่งนัก


ครั้งแรกของการไปเนอสเซอร์รี่หรือชั้นอนุบาล


การไปโรงเรียนวันแรกสำหรับเด็กเล็ก ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต เพราะเจ้าหนูน้อยต้องห่างจากพ่อแม่เป็นครั้งแรก ทั้งต้องไปพบกับสถานที่ใหม่ เพื่อนใหม่ คุณครูคนใหม่ ซึ่งเป็นผู้คนที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แถมเพื่อนในวัยเดียวกันที่ต้องมาโรงเรียนด้วยกันต่างก็ร้องไห้กันหมด แน่นอนว่าลูกของเราก็ต้องหวั่นวิตกเป็นธรรมดา


ดิฉันยังจำวันแรกของการไปโรงเรียนของลูกคนโตครั้งแรกได้อย่างแม่นยำ ว่าร้องไห้มากมายขนาดไหน คนเป็นแม่ก็หายใจไม่ทั่วท้องขนาดไหน สัปดาห์แรกเต็มไปด้วยน้ำตาเต็มห้องเรียน ยังนึกแอบชื่นชมคนเป็นคุณครูที่สอนเด็กอนุบาลเลยว่าเก่งจริงๆ สามารถรับมือกับเด็ก 20-30 คนได้เป็นอย่างดี


เหตุการณ์ผ่านไปได้ด้วยดี ก็ต้องเริ่มจากความไว้วางใจในโรงเรียน เพราะถ้าเราเลือกโรงเรียนให้ลูกไม่ว่าจะที่ไหน เท่ากับเราได้ตัดสินใจฝากลูกของเราไว้ในสถานศึกษาแห่งนั้นแล้ว ก็ต้องไว้วางใจ และเชื่อมั่น โดยไม่ไปแอบด้อมๆ มองๆ ชะเง้อดูลูก เพราะจะทำให้เด็กปรับตัวได้ยากกว่าเด็กคนอื่นที่พ่อแม่ไม่มีปฏิบัติการแอบดู รวมถึงกรณีที่ต้องรักษาเวลาในการไปรับลูกให้ตรงเวลาเป็นประจำ จะช่วยให้การปรับตัวของเขาเป็นไปได้ดีขึ้น


ที่สำคัญอย่าลืมเตรียมตัวล่วงหน้าในการพูดคุยกับลูก อย่าคิดว่าลูกไม่เข้าใจเพราะยังเด็ก ให้หมั่นพูดเรื่อยๆ และพาไปดูสถานที่จริง ให้เขาหรือเธอตัวน้อยได้คุ้นเคยกับสถานที่แห่งนั้นด้วย พร้อมทั้งเล่าเรื่องการไปโรงเรียนของพี่ข้างบ้าน หรือญาติพี่น้องที่มีลูกอยู่วัยใกล้เคียงกันว่า ทุกคนต้องไปโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องไปโรงเรียน ถ้าจะให้ดีก็มีนิทานเกี่ยวกับการไปโรงเรียนมาเล่าให้เขาฟังตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะทำให้เขาปรับตัวได้ง่ายขึ้น


ส่วนเรื่องร้องไห้ก็ทำใจเถอะค่ะ ว่าต่อให้เตรียมตัวมาดีอย่างไรลูกของเราก็ร้องไห้อย่างแน่นอน เพียงแต่ถ้าเตรียมตัวดี ลูกของเราก็จะปรับตัวได้ดีกว่าเด็กที่ไม่ได้รับการเตรียมความพร้อมมาก่อนหน้านี้


อ้อ....แล้วไม่ต้องประหลาดใจนะคะถ้าจะพบเห็นพฤติกรรมประหลาดๆ ที่เกิดจากความเครียดของลูก เช่น ร้องไห้ไม่หยุด ปวดท้องโดยไม่มีสาเหตุ หรืออาเจียนทุกเช้า เป็นอาการเครียดของเจ้าตัวเล็กในช่วงต้นๆ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ใจแข็ง และช่วยกันปรับสภาพโดยพูดคุยกับคุณครูว่าลูกเป็นอย่างไรบ้าง และพยายามช่วยเหลือลูก ก็สามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดี


เพียงแต่คำว่า “ช่วยเหลือ” ไม่ได้หมายความว่าตามใจ เพราะเมื่อลูกแสดงพฤติกรรมบางอย่างออกมา แล้วคุณพ่อคุณแม่ให้หยุดโรงเรียนเมื่อไรล่ะก็ พฤติกรรมนั้นๆ จะแสดงอาการทุกครั้งเมื่อต้องไปโรงเรียน ฉะนั้นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเด็กอาจมีพฤติกรรมบางอย่างเพื่อไม่ต้องไปโรงเรียน ในช่วงแรกคนเป็นพ่อแม่ต้องสังเกตให้ได้ว่าอาการที่ว่า เป็นเพราะอาการเครียดและต่อรองไม่อยากไปโรงเรียนหรือเปล่า


ถ้าใช่...ต้องใจแข็ง และค่อยๆ ปรับตัวด้วยการพูดคุยดีๆ อย่าใช้วิธีดุหรือต่อว่า เพราะจะยิ่งทำให้การไปโรงเรียนเป็นเรื่องฝันร้ายเข้าไปอีก


ที่สำคัญการตามใจ และใจอ่อน เป็นอุปสรรคสำคัญอย่างมากต่อการฝึกฝนให้เจ้าตัวเล็กช่วยเหลือตัวเอง ในเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น มีปัญหาเรื่องการกิน การฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา และความสามารถในปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่น เมื่อพ่อแม่ใจอ่อนหรือตัดความรำคาญ โดยหารู้ไม่ว่าการตามใจ ปล่อยให้ลูกสบายมากเกินไปในช่วงวัยที่กำลังเรียนรู้ อาจทำให้ลูกลำบากในภายหลัง เพราะลูกจะไม่รู้จักปรับตัว ไม่เคยต้องทำอะไร จึงไม่ยอมโต และช่วยเหลือตัวเองไม่ ได้


ดังนั้น พ่อแม่จึงควรเตรียมความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้นของลูกด้วย ฝึกให้รู้จักการรอคอย การอดทน ไม่ยอมตามใจลูกเมื่อทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับวัย และฝึกฝนเขาอย่างสม่ำเสมอ เชื่อว่าเด็กทุกคนย่อมมีความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวได้


ครั้งแรกของการไปโรงเรียนของชั้นประถม


สถานการณ์ในวันเปิดเทอมของวัยนี้ ไม่รุนแรงเท่ากับเด็กเล็ก เพราะวัยประถมคุ้นเคยกับการไปโรงเรียนแล้ว ลูกรู้ว่าที่โรงเรียนมีคุณครู มีเพื่อนๆ ถ้าเป็นโรงเรียนเดิม ลูกก็จะคิดถึงเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน บางคนก็อยากไปโรงเรียน


แต่ถ้าเป็นโรงเรียนแห่งใหม่ ก็ต้องพูดคุยและสร้างความมั่นใจกับลูกว่าลูกจะต้องเจออะไรบ้าง ไม่ต้องวิตกกังวล โดยอาจจะชื่นชมลูกว่า “แม่รู้ว่าหนูเก่งแล้ว สามารถปรับตัวได้อย่างแน่นอน ไม่ต้องเป็นกังวลนะจ๊ะ” และถ้าลูกแสดงอาการกังวล ก็อย่าดุหรือต่อว่าว่าลูกโตแล้วทำไมต้องกลัวหรือกังวลด้วย เขาหรือเธอตัวน้อยก็จะยิ่งกังวลเข้าไปอีก ซ้ำยังกังวลกลัวพ่อแม่เข้าไปอีก ฉะนั้น ต้องพูดด้วยท่าทีที่ให้กำลังใจไม่ใช่ดุดัน


ช่วงเปลี่ยนผ่านจากวัยอนุบาลสู่วัยประถมเป้ฯช่วงที่มีความสำคัญยิ่งนัก เพราะเป็นช่วงที่ลูกของเราถูกมองว่าเป็นพี่ซะแล้ว ทั้งที่ตัวเองก็ยังรู้สึกว่ายังเป็นน้องอยู่ตลอดเวลา ทำให้ต้องมีการปรับสภาพจิตใจพอสมควร


ในขณะที่ ความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย นอกจากเครื่องแบบใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแล้ว การนอนกลางวันก็ไม่มีเหมือนวัยอนุบาลอีกด้วย ช่วงแรกเด็กอาจจะมีอาการหาวนอนบ้าง เป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องตระเตรียมเรื่องนี้ก่อนเปิดเทอม พูดคุยกับลูกและค่อยๆ ปรับพฤติกรรมการนอนของลูกใหม่ ไม่ต้องนอนกลางวัน แต่เพิ่มช่วงกลางคืนให้เหมาะสม


อ้อ...แล้วอย่าลืมปรับเวลานอนก่อนเปิดเทอมด้วยละกัน หลังจากปิดเทอมมานาน ลูกอาจจะนอนดึก ใกล้เปิดเทอมแล้วเริ่มปรับเปลี่ยนเวลาให้เข้าที่เข้าทาง จะได้ไม่มีปัญหาในวันเปิดเทอมนะคะ

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 1712 วันที่ 12 พ.ค. 2552


สำรวจความพร้อมก่อนลูกเปิดเทอม...>>>>> สำรวจความพร้อมก่อนลูกเปิดเทอม...>>>>>

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

What is this?...ขำๆ

What is this?...ขำๆ


เปิดอ่าน 6,340 ครั้ง
เรายิ้มรับความเศร้าได้

เรายิ้มรับความเศร้าได้


เปิดอ่าน 6,344 ครั้ง
ความคิดสร้างสรรค์......

ความคิดสร้างสรรค์......


เปิดอ่าน 6,343 ครั้ง
สุขสันต์วันเกิด

สุขสันต์วันเกิด


เปิดอ่าน 6,340 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ทายนิสัย..จากการเสียใจ..(ถึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียง)

ทายนิสัย..จากการเสียใจ..(ถึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียง)

เปิดอ่าน 6,341 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เทคนิคการสร้างลายพรางทหาร
เทคนิคการสร้างลายพรางทหาร
เปิดอ่าน 6,343 ☕ คลิกอ่านเลย

การประเมิน สมศ.รอง2 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
การประเมิน สมศ.รอง2 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
เปิดอ่าน 6,344 ☕ คลิกอ่านเลย

   วสันต์แห่งรัก.....พักตรงนี้...ที่มีเธอ
วสันต์แห่งรัก.....พักตรงนี้...ที่มีเธอ
เปิดอ่าน 6,344 ☕ คลิกอ่านเลย

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า  "แพนด้า"
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "แพนด้า"
เปิดอ่าน 6,348 ☕ คลิกอ่านเลย

ฟักข้าวสมุนไพรต้านมะเร็ง
ฟักข้าวสมุนไพรต้านมะเร็ง
เปิดอ่าน 6,340 ☕ คลิกอ่านเลย

วันไหนเสื้อหลุด...โดนแน่
วันไหนเสื้อหลุด...โดนแน่
เปิดอ่าน 6,342 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เตือนเด็กต่ำกว่า 16 ใช้มือถือ เสี่ยง 5 เท่า เนื้องอกสมอง
เตือนเด็กต่ำกว่า 16 ใช้มือถือ เสี่ยง 5 เท่า เนื้องอกสมอง
เปิดอ่าน 11,237 ครั้ง

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ อันตรายที่อย่ามองข้าม
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ อันตรายที่อย่ามองข้าม
เปิดอ่าน 14,638 ครั้ง

ทฤษฎีบทขิองปิทาโกรัส
ทฤษฎีบทขิองปิทาโกรัส
เปิดอ่าน 49,008 ครั้ง

ในปี 2561 แมชชีนเลิร์นนิ่งจะกลายเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุด นับตั้งแต่โลกใบนี้มีอินเทอร์เน็ต
ในปี 2561 แมชชีนเลิร์นนิ่งจะกลายเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุด นับตั้งแต่โลกใบนี้มีอินเทอร์เน็ต
เปิดอ่าน 13,259 ครั้ง

แนะนำ 7 รถยนต์ปอร์เช่ Porsche ระดับพรีเมียมที่ทรงพลังมากที่สุด
แนะนำ 7 รถยนต์ปอร์เช่ Porsche ระดับพรีเมียมที่ทรงพลังมากที่สุด
เปิดอ่าน 13,556 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ