|
|
|
ฟ้าผ่า ฟ้าแลบและฟ้าร้องเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ
ที่เกิดจากการถ่ายเทประจุไฟฟ้าจำนวนมากระหว่างวัตถุที่มีประจุไฟฟ้าซึ่งอาจเกิดขึ้นระหว่างพื้นโลกกับก้อนเฆม หรือระหว่างก้อนเฆมกับพื้นดิน เหมือนกับหลักการที่ว่าถ้าเอาวัตถุต่างชนิดมาถูกันจะเกิดอำนาจของไฟฟ้าขึ้น ในวัตถุทั้งสองนั้น
|
|
ลมซึ่งประกอบด้วยโมเลกุลของแก๊สชนิดต่าง ๆ
เมื่อพัดด้วยความเร็วสูงจะทำให้เกิดการขัดสีกับผิวพื้นโลกและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ จึงทำให้โมเลกุลของลมได้รับอิเลคตรอน และไปถ่ายเทให้กับด้านล่างของก้อนเมฆ เมื่อประจุลบ (อิเล็กตรอน)รวมตัวกันที่ด้านล่างของก้อนเมฆมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขนาดหนึ่ง แรงผลักระหว่างอิเลคตรอนบนก้อนเมฆ และจะผลักให้อิเลคตรอนที่ผิวโลกแยกตัวออกจากประจุบวก
จนทำให้ผิวโลกมีประจุเป็นบวกเพิ่มมากขึ้น ประจุลบบนก้อนเมฆจะผลักกันเองและขณะเดียวกันจะถูกดูดโดยประจุบวกจากพื้นโลก จึงทำให้มีประจุลบเคลื่อนที่ลงสู่ผิวโลก เนื่องจากแรงผลักจากด้านบนและแรงดูดจากด้านล่าง
|
|
|
|
ซึ่งการที่ประจุเคลื่อนที่จากก้อนเมฆไปสู่ผิวโลกจะเรียกว่า ฟ้าผ่า
ถ้าประจุเคลื่อนที่จากก้อนเมฆไปยังก้อนเมฆเรียกว่า ฟ้าแลบ
และในขณะที่ประจุไฟฟ้าแหวกผ่านไปในอากาศด้วยอัตราเร็วสูงมันจะผลักดันให้อากาศ แยกออกจากกัน แล้วอากาศก็กลับเข้ามาแทนที่โดยฉับพลันทันที ทำให้เกิดเสียงดังลั่นขึ้น เราเรียกว่า ฟ้าร้อง
|
|
ฟ้าแลบและฟ้าร้องในพายุเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน
แต่มนุษย์เรามองเห็นฟ้าแลบก่อนต่อมาจึงได้ยินฟ้าร้องทั้งนี้ เพราะเหตุว่าแสงมีความเร็วมากกว่าเสียง แสงมีอัตราเร็ว 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที ส่วนเสียงมีอัตราเร็วประมาณ 1/3 กิโลเมตรต่อวินาทีเท่านั้น
|
|
เพราะเหตุนี้ เมื่อมีฟ้าแลบและฟ้าร้อง
เราจึงได้เห็นฟ้าแลบหรือประกายไฟได้ทันทีและได้ยินเสียงฟ้าร้องทีหลัง ถ้าเราต้องการทราบว่าฟ้าแลบอยู่ห่างจากเราเท่าใดเราก็จับเวลาตั้งแต่เมื่อเรา เห็นฟ้าแลบจนถึงเมื่อเราได้ยินเสียงฟ้าร้องว่าเป็นจำนวนกี่วินาที แล้วเอาจำนวนวินาทีคูณด้วย 1/3 ก็จะได้เป็นระยะกิโลเมตร เช่นเราจับเวลาระหว่างฟ้าแลบกับฟ้าร้องได้ 6 วินาที เราก็จะทราบได้ว่า ฟ้าแลบอยู่ห่างจากเราประมาณ 1/3 x 6 = 2 กิโลเมตร
|
|
|
|
ฟ้าผ่านั้นจะผ่าแต่สิ่งที่เป็นสื่อไฟฟ้า
และอยู่สูงขึ้นไปในท้องฟ้ามากกว่าสิ่งอื่น ในบริเวณข้างเคียงเสมอเพราะไฟฟ้านั้นต้องงเดินทางลัดระหว่างก้อนเมฆกับพื้นดิน ถ้ามีสื่ออะไรอยู่สูงมันก็จะผ่านลงมาทางสื่อนั้นจึงมีข้อห้ามกันว่า อย่าเดินกลางทุ่งโล่งในขณะที่ท้องฟ้าคะนอง อย่าถือโลหะออกอยู่กลางฝนขณะที่ฟ้าคะนองและอย่าอยู่ใต้ต้นไม้ที่สูงๆ ขณะที่ฟ้าคะนอง ฯลฯ เพราะจะทำให้ฟ้าผ่าได้
|
|
การป้องกันฟ้าผ่าอาคารสถานบ้านเรือนและสิ่งก่อสร้างนั้น
ทำได้โดยเอาโลหะปลาย แหลมขึ้นไปปักไว้ บนส่วนสูงที่สุดของสิ่งก่อสร้างนั้น แล้วต่อสื่อลงมาผูกกับแผ่นทองแดงฝังลงไปในดินให้ลึก ๆซึ่งจะเป็นทางเดินผ่านของกลุ่มอนุภาคไฟฟ้าจากอากาศ
|
|
ขอขอบคุณ ข้อมูลที่มีประโยชน์จาก เว็บไซต์Kmutt Library
เพื่อร่วมกันสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้บนโลกอินเตอร์เน็ต
ผู้มีบทความทางด้านวิทยาศาสตร์น่ารู้
สามารถส่งผลงานของท่านมาได้ที่ arunee@teeneemedia.com
|
|
|
วันที่ 17 พ.ค. 2552
[ซื้อ 1 แถม 1] ไฟโซล่าเซลล์ ไฟสปอร์ตไลท์ LED โซล่าเซลล์สปอตไลท์ solar light กันน้ำและกันฟ้าผ่ เปิดปิดอัตโนมัติ
฿74 - ฿1,153https://s.shopee.co.th/801HUF4aRi?share_channel_code=6
Advertisement
 เปิดอ่าน 8,380 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,450 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,419 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,401 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,399 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,401 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,446 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,450 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,435 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,438 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,493 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,427 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,393 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,431 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,354 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,386 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 8,375 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 8,673 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 9,482 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,411 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,509 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,382 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,393 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 11,332 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 23,371 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 13,307 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 1,591 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 43,991 ครั้ง |
|
|