ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

เรื่องดีมีสาระและประโยชน์


เรื่องราวจากสมาชิก

8,420

views
Advertisement

เรื่องดีมีสาระและประโยชน์

❝ หญิง-ชายควรรู้ ❞  

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน

การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ปัญหาระดับโลก 

              องค์การอนามัยโลก ให้ข้อมูลว่า ในทุกปีปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ เป็นสาเหตุนำไปสู่การทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยของผู้หญิงอย่างน้อยจำนวน  20  ล้านคน ซึ่งกว่า  100,000  คนต้องเสียชีวิตลง

ในที่สุดเพราะเกิดอาการแทรกซ้อนต่างๆยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงอีกจำนวนนับล้านต้องประสบปัญหาเรื้อรังทางสุขภาพอันเนื่องมาจากการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยด้วย 

เฉพาะในประเทศไทย ผลการสำรวจหลายครั้งระบุว่า ในจำนวนผู้หญิงที่สมรสแล้วและตั้งครรภ์เป็นการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ถึง 1 ใน 3 ของจำนวนทั้งหมด ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าพิจารณาว่านี่เป็นการสำรวจเฉพาะผู้ที่สมรสแล้วเท่านั้นยังไม่รวมผู้หญิงอีกจำนวนมากที่ตั้งครรภ์โดยที่ไม่ได้สมรส ซึ่งมีผู้ที่ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์เป็นจำนวนมากที่ตัดสินใจยุติ

การตั้งครรภ์ของตนเอง 

              การคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน  สามารถช่วยลดอัตราการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ซึ่งส่งผลให้การ

ทำแท้งมีจำนวนลดลงด้วยและนั่นหมายถึงชีวิตของผู้หญิง จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่ไม่ต้องสูญเสียไปเพราะการทำแท้งที่ไม่ถูกหลักการแพทย์และชีวิตของเด็กจำนวนมากที่ไม่ต้องเกิดมาโดยที่ครอบครัว

ไม่พร้อมจะเลี้ยงดู 

การคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินคืออะไร

การคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินก็คือ วิธีการคุมกำเนิดที่ใช้ภายหลังการมีเพศสัมพันธ์เพื่อป้องกัน

การตั้งครรภ์เฉพาะกรณีฉุกเฉินจริงๆ  การคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน จะใช้เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะในกรณีที่

คุณ "พลาด" และ เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ โดยไม่ต้องการเท่านั้น  มันไม่ใช่การคุมกำเนิด ตามปกติ และ

ไม่ใช่วิธีที่จะนำมาใช้ในการวางแผนครอบครัวด้วย เรามักเรียกยาเม็ด ที่ใช้เพื่อการคุมกำเนิดฉุกเฉินนี้ว่า

"ยาคุมหลังร่วมเพศ" หรือ "ยาคุมชั่วคราว" หรือ "morning after" ซึ่งเป็นชื่อเรียกที่สร้างความเข้าใจผิดและนำไปสู่การใช้ยาคุมฉุกเฉินผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งอาจมีผลต่อร่างกายของผู้หญิงในระยะยาว  เพราะ ยาคุมฉุกเฉินไม่ใช่การคุมกำเนิดแบบธรรมดาที่เราคุ้นเคยกันอย่างเช่นยาคุม 21 เม็ด หรือยาคุม 28 เม็ด แต่ยาคุมฉุกเฉินเป็นยาที่ผลิตขึ้นมา โดยมีสูตรเฉพาะเพื่อให้ผู้หญิงใช้ในช่วงที่เกิดปัญหาและไม่ต้องการตั้งครรภ์เท่านั้น หากเรานำยาคุมฉุกเฉินมาใช้แทนวิธีคุมกำเนิด แบบธรรมดา มันจะกลายเป็นวิธีคุมกำเนิด ที่มีประสิทธิภาพต่ำไปในทันทีนั่นหมายความว่า หากคุณมีเพศสัมพันธ์อยู่เป็นประจำและใช้ยาคุมฉุกเฉินบ่อยๆเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ คุณจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์มากขึ้นเมื่อเทียบกับถ้าคุณใช้วิธีคุมกำเนิดแบบธรรมดาวิธีอื่นๆ  การคุมกำเนิดฉุกเฉินมิได้เพียงการกินยาเท่านั้น แต่ยังสามารถทำได้ โดยการใส่"ห่วงอนามัย" หรือที่เรียกว่า IUD (ไอยูดี) ซึ่งวิธีนี้ต้องอาศัยแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ผ่านการอบรมเป็นผู้ใส่ให้เป็นวิธีที่ไม่สะดวกจึงไม่เป็นที่นิยมใช้   

 

  การกินยาคุมฉุกเฉินล่วงหน้าก่อนมีเพศสัมพันธ์ 
จะไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้เลย 

 

ยาคุมฉุกเฉินคืออะไร

                    เป็นเวลาหลายสิบปีแล้วที่ผู้หญิงทั่วโลกใช้ยาคุมฉุกเฉินในการป้องกันการตั้งครรภ์หลังจาก

มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน (unprotected sex) องค์การอนามัยโลกให้การรับรองว่าการกินยาคุมฉุกเฉินเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการป้องกัน การตั้งครรภ์หลังจากมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันการตั้งครรภ์ในระดับหนึ่ง  ยาคุมฉุกเฉินมีส่วนผสมเช่นเดียวกับยาคุมธรรมดา แต่มีปริมาณฮอร์โมน

ต่อเม็ดสูงกว่าและต้องกินหลังจากมีเพศสัมพันธ์ภายในเวลาที่กำหนดเท่านั้น จึงจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ ในขณะที่ยาคุมธรรมดาต้องกินวันละ 1 เม็ด ทุกๆ วัน (กรณีแผงละ 28 เม็ด) และมีปริมาณฮอร์โมนต่อเม็ดน้อยกว่า 

ยาคุมฉุกเฉินมี 2 แบบ 

                       ยาคุมฉุกเฉินฮอร์โมนผสม ซึ่งประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสตินผสมกัน(Combined Pill Regimens : Yuzpe Method) ปริมาณยาที่กินแต่ละครั้งต้องมีฮอรฺโมนเอธิลเอสตราดิออล(ethinyl estradiol) อย่างน้อย 0.1 มิลลิกรัม รวมกับฮอร์โมนเลวอนอร์เจสเตรล(levonorgestrel) อย่างน้อย 0.5 มิลลิกรัม 

                       ยาคุมฉุกเฉินฮอร์โมนเดี่ยว ซึ่งมีฮอร์โมนโปรเจสตินเพียงอย่างเดียว(Progestin-Only Pill Regimens) ปริมาณยาที่กินแต่ละครั้ง ต้องมีฮอร์โมนเลวอนอร์เจสเตรล(levonorgestrel) อย่างน้อย

0.75 มิลลิกรัม 

ใครควรกินยาคุมฉุกเฉิน

          ยาคุมฉุกเฉินไม่ใช่ยาคุมธรรมดาซึ่งที่ต้องกินเป็นประจำทุกวัน หากแต่ยาคุมฉุกเฉินมีปริมาณ

ฮอร์โมนสุงกว่าเพราะผลิตขึ้นมาเพื่อ แก้ปัญหาให้แก่ผู้หญิงที่ไม่ต้องการตั้งครรภ์  ในกรณีต่อไปนี้เท่านั้น 

1.       มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้วิธีคุมกำเนิดใดๆ 

2.       ใช้ถุงยางแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่ารั่ว/แตก/หลุดหรือไม่ 

3.       กินยาคุมชนิดธรรมดาอยู่ แต่ลืมเกินไป วันสองวันหรือนานกว่านั้น 

4.       ใส่ห่วงคุมกำเนิดแล้ว แต่มันหลุด 

5.       นับระยะปลอดภัย (หน้าเจ็ดหลังเจ็ด) ผิดพลาด 

6.       ถูกข่มขืน, มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ตั้งใจ ไม่เต็มใจ 

 

 

     ในภาวะฉุกเฉินที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ การกินยาคุมฉุกเฉินอย่างถูกวิธี หลังจากมีเพศสัมพันธ์

จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงของการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 75 %  แต่ถ้า คุณมีเพศสัมพันธ์อยู่เป็นประจำ   หรือ

มีเป็นระยะๆ คุณควรจะใช้วิธีคุมกำเนิดแบบธรรมดา ซึ่งจะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดีกว่า

การกินยาคุมฉุกเฉิน 

            ยาคุมฉุกเฉินที่ขายในบ้านเราขณะนี้มีอยู่ 2 ยี่ห้อ คือ 
                    1. โพสตนอร์ (Postinor)

                    2. มาดอนนา(Madonna) 
            ซึ่งทั้งสองยี่ห้อต่างก็เป็นยาคุมฉุกเฉินฮอร์โมนเดี่ยว 
      

 

วิธีการกินยา 

                 ตามข้อมูลทางวิชาการ การกินยาคุมฉุกเฉินทั้งแบบฮอร์โมนผสม และแบบที่มีฮอร์โมนเดี่ยว

มีวิธีการกินเหมือนกันคือ ต้องกิน 2 ครั้ง 

    ครั้งแรก    ภายในเวลา 72 ชั่วโมงหลังจากมีเพศสัมพันธ์ 

    ครั้งที่สอง   กินหลังจากที่กินครั้งแรกไปแล้ว 12 ชั่วโมง 

หมายความว่า ถ้ามีเพศสัมพันธ์ตอนสองทุ่ม และกินยาเม็ดแรกตอน 5 ทุ่ม จะต้องกินยาเม็ดที่สอง ตอน

11 โมงเช้าซึ่งก็คือ 12 ชั่วโมงถัดมานั่นเอง 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังมีการศึกษาวิจัยว่า จำเป็นต้องกินยาเม็ดที่สองหรือไม่เพราะถ้าประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ในกรณีที่กินเม็ดเดียว กับกรณีที่กินยาสองเม็ดนั้นไม่แตกต่างกัน

การกินแค่เม็ดเดียว น่าจะช่วยลดอาการข้างเคียงของยาลงได้แต่ยังไม่สามารถยืนยันผลใดๆเนื่องจากการศึกษาวิจัยนี้ยังไม่เสร็จสิ้น 

ยาคุมธรรมดาก็สามารถใช้เป็นยาคุมฉุกเฉินได้ 

             ยาคุมแบบธรรมดาว่าจะเป็นแผง 21 เม็ด หรือ 28 เม็ด ที่มีชนิดและปริมาณของฮอร์โมนตรงตามสูตรของยาคุมฉุกเฉินสามารถนำมาใช้กินเป็นยาคุมในเวลาฉุกเฉินได้ ตารางที่แสดงในหน้าต่อไป

จะบอกให้รู้ว่ามียาคุมที่ขายในประเทศไทยยี่ห้อใดบ้างที่สามารถนำมาใช้ในกรณีฉุกเฉินได้ ข้อควรระวังในการกินยาแต่ละยี่ห้อก็คือ การกินแต่ละครั้งจะมีจำนวนเม็ดยา ที่ต้องกินมากน้อยต่างกันไปตามปริมาณของฮอร์โมนที่มีอยู่ในตัวยาแต่ละยี่ห้อและในการกินแต่ละครั้งจะต้องกินยี่ห้อเดียวกันเท่านั้น 

 

 

การกินยาคุมฉุกเฉินยี่ห้อโพสตินอร์(Postinor) หรือ มาดอนนา (Madonna)

 ก็ให้ใช้วิธีนี้เช่นกันคือ กินเม็ดแรกภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน แล้วกินเม็ดที่สองในอีก 12 ชั่วโมงถัดมา

ตารางแสดงชื่อของยาคุมธรรมดาที่มีขายตามร้านขายยาทั่วไป(1) 
และสามารถนำมาใช้ป้องกันการตั้งครรภ์ในภาวะฉุกเฉินได้ 

ชื่อยี่ห้อ

จำนวนเม็ดที่ต้องกิน
ครั้งที่

จำนวนเม็ดที่ต้องกิน
ครั้งที่ 2

ปริมาณฮอร์โมนที่ได้รับ
เมื่อเทียบกับสูตรยาคุมฉุกเฉิน (2)

Engynon 

พอดี 

Exlution 

1 ? 

1? 

พอดี 

Nordette 

ขาดเล็กน้อย 

Microgynon

ขาดเล็กน้อย

Microgest 

ขาดเล็กน้อย 

Anna 

ขาดเล็กน้อย

Marvelon

ขาดเล็กน้อย 

Trinordiol 

4 (เม็ดสีเหลือง) 

4 (เม็ดสีเหลือง)

เกินเล็กน้อย

               (1) ข้อมูลเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2542 

             (2) แม้ว่าปริมาณฮอร์โมนจะขาดหรือเกินเล็กน้อย แต่อนุโลมให้ใช้ป้องกันการตั้งครรภ์ไนภาวะ

ฉุกเฉินได้ถ้าไม่สามารถหายี่ห้ออื่นได้ทัน  ยาคุมฉุกเฉินเท่าที่พบตามร้านขายยาทั่วไปมี 2 ยี่ห้อคือ

โพสตินอร์ (Postinor)หรือ (Madonna) ซึ่งเป็นชนิดฮอร์โมนเดี่ยว มีปริมาณฮอร์โมนต่อเม็ด 0.75 มิลลิกรัมวิธีการกินยาที่เขียนไว้ในใบกำกับยาของทั้งสองยี่ห้อนี้แนะนำให้ผู้ใช้กินยา1 เม็ด ภายใน 1 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตามข้อมูลจากงานวิจัยในหลายประเทศทั่วโลกบ่งชี้ว่ายาคุมฉุกเฉินชนิดฮอร์โมนเดี่ยวจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้85% ถ้ากินยา 2 ครั้ง แต่ละครั้งต้องมีปริมาณฮอร์โมน

0.75 มิลลิกรัม โดยกินตั้งที่1 ไปแล้วอีก 12 ชั่วโมงต่อมาให้กินครั้งที่ 2 ตามไปทันที 

 

 

 

อาการข้างเคียง 

             จากการศึกษาวิจัยพบว่า หลังจากกินยาคุมฉุกเฉินเข้าไปแล้ว ผู้หญิง 1 ใน 2 คนจะมีอาการคลื่นไส้และผู้หญิง1 ใน 5 คนอาเจียน หากกินยาพร้อมกับกินอาหารตามเข้าไปด้วยก็จะช่วยลดอาการคลื่นไส้

ลงได้บ้างแต่ถ้าอาเจียนในช่วง 2 ชั่วโมงแรกหลังจากการกินยาเม็ดแรก ก็อาจจะต้องกินเม็ดแรกซ้ำอีกครั้ง 

หลังการกินยานี้แล้ว ประจำเดือนควรจะมาภายใน  2 – 3   สัปดาห์   แต่ถ้าประจำเดือน ไม่มาภายในเวลาดังกล่าวและมีอาการต่อไปนี้คือ 

1.       ปวดท้อง 

2.       เจ็บหน้าอก ไอ หรือหายใจขัด 

3.       ปวดหัวมาก วิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย มึนงง 

4.       มองเห็นไม่ชัด 

5.       ปวดน่องหรือโคนขาอย่างหนัก 

6.       ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีเพราะอาจเป็นการบ่งชี้ถึงการตั้งครรภ์ หรืออาการแทรกซ้อน    ที่จำเป็นต้องให้แพทย์วินิจฉัย 

ยาคุมฉุกเฉินป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างไร

            การออกฤทธิ์ของยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินนั้นมีลักษณะเดียวกัน กับยาเม็ดคุมกำเนิด

แบบธรรมดา จากการศึกษาเชิงสถิติ พบว่า ยาคุมฉุกเฉิน มีการทำงานหลายอย่างพร้อมๆ กัน เช่นขัดขวางการตกไข่, ทำให้การตกไข่ช้าลงกว่าเดิม ขัดขวางการปฏิสนธิโดยสร้างเมือกขึ้นในท่อนำไข่ทำให้อสุจิและไข่เคลื่อนที่เข้าหากันลำบากขึ้น ขัดขวางการฝังตัวของไข่ที่ได้รับการผสมแล้ว เป็นต้น กลไกการทำงานหลายทางนี้ทำให้ยาคุมฉุกเฉินมีประสิทธิภาพ ในการป้องกันการตั้งครรภ์ ค่อนข้างสูง   ถ้าใช้เฉพาะ

กรณีฉุกเฉินจริงๆ เท่านั้น 

ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ 

       การกินยาคุมฉุกเฉินจะต้องกินหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้มีป้องกันการตั้งครรภ์นั่นคือ

เพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้วิธีคุมกำเนิดใดๆ เลย หรือใช้แล้วแต่ไม่ได้ผลหรือไม่แน่ใจ รวมทั้งในกรณี ที่ถูกบังคับหรือล่อลวงให้มีเพศสัมพันธ์ หรือกรณีที่ถูกข่มขืน หากกินยาอย่างถูกต้อง  คือ กินยาครั้งแรกภายใน 72  ชั่วโมง  หลังจากมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันและอีก  12  ชั่วโมงถัดมา  ก็กินครั้งที่สอง

ยานี้มีประสิทธิภาพใน การลดโอกาสตั้งครรภ์ได้  75   เปอร์เซ็นต์ 

         องค์การอนามัยโลกได้ทำการศึกษาและพบว่า ยาคุมฉุกเฉินแบบที่มี ฮอร์โมนโปรเจสติน

ชนิดเดียวหรือที่เรียกว่ายาคุมฉุกเฉินฮอร์โมนเดี่ยวนั้นมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์มากกว่ายาคุมฉุกเฉินฮอร์โมนผสมโดยการสามารถลดโอกาสการตั้งครรภ์ลงได้85% และยังก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนน้อยกว่าด้วย 

ยาคุมฉุกเฉิน ปลอดภัยหรือเป็นอันตราย

          สถาบันสูตินารีแพทย์ประเทศสหรัฐอเมริกา (American Callege of Obstetrics

andGynecology-ACOG) ได้ทำการศึกษาวิจัยผลกระทบข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น จากการใช้ยาคุมฉุกเฉินพบว่าการใช้ยาคุมฉุกเฉินอย่างถูกวิธี และใช้เฉพาะในกรณีฉุกเฉินจริงๆ นั้นไม่ก่อให้เกิดผลกระทบข้างเคียงใดๆที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization)

ยังได้บรรจุยาคุมฉุกเฉินไว้ใยบัญชียาในปี พ.ศ.2539 ด้วย 

                    สำหรับผู้ที่มีประวัติเป็นโรคลมชัก, โรคหัวใจ, โลหิตแข็งตัว หรือโรคที่เกี่ยวเนื่องกับ

เส้นเลือดหัวใจ อาจจะต้องปรึกษาแพทย์เสียก่อน หรืออาจจะใช้ยาคุมฉุกเฉินชนิดฮอร์โมนเดี่ยว

ซึ่งปลอดภัยกว่าชนิดฮอร์โมนผสมอย่างไรก็ตาม ประมาณ 20 ปีที่การผลิตยานี้ขึ้นมาใช้ ยังไม่พบว่า

มีรายงานการเสียชีวิตหรืออาการแทรกซ้อนร้ายแรงที่เกิดขึ้นจากการใช้ยาคุมฉุกเฉิน 

การกินยาคุมฉุกเฉินสามารถทำให้เกิดการแท้งได้หรือไม่

                    ในทางการแพทย์ถือว่าการตั้งครรภ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อไข่ที่ได้รับการผสม มีการฝังตัวที่

มดลูกอย่างสมบูรณ์แล้วซึ่งกระบวนการฝังตัวนี้จะเริ่มต้นหลังจากเกิดการผสมระหว่างไข่กับอสุจิแล้วประมาณ 5 วัน และจะใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์จึงจะฝังตัวเสร็จสมบูรณ์ ตัวยา ในยาคุมฉุกเฉิน

จะไร้ประสิทธิภาพไปในทันทีที่กระบวนการฝังตัวเกิดขึ้น

                                    ดังนั้น จึงไม่สามารถทำให้เกิดการแท้งได้อย่างเด็ดขาด 

ถ้ากินยาคุมฉุกเฉินแล้วแต่ยังตั้งครรภ์เด็กในครรภ์จะพิการหรือไม่

                                                      ดังนั้น การกินยาคุมฉุกเฉินในกรณีฉุกเฉินจริงๆ (ซึ่งไม่น่าจะเป็นกรณีที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ

ในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งๆ ) ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ทารกมีความพิการแต่กำเนิด ไม่ว่าจะเป็นในกรณี ที่ผู้หญิงกินยาโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่ หรือกินยานี้เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์แต่ไม่ได้ผลก็ตาม เพราะ

มีการศึกษาพบว่า การกินยาคุมในขณะที่กำลังตั้งครรภ์อยู่นั้นไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อความพิการของทารกที่จะคลอดออกมา 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์อยู่เป็นประจำการกินยาคุมแบบธรรมดา
จะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดีกว่ายาคุมฉุกเฉิน 

 

  ถุงยางอนามัยกับยาคุมฉุกเฉิน อย่างไหนดีกว่ากัน

                     ถุงยางเป็นทางเลือกที่ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์และการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ไปพร้อมๆ กัน ในขณะที่ยาคุมฉุกเฉินเพียงแค่ช่วยลดโอกาสในการตั้งครรภ์ เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น

ไม่สามารถป้องกันการติดโรคได้  ถ้าคุณรู้ล่วงหน้าว่าจะมีเพศสัมพันธ์ ถุงยางอนามัยย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าแน่นอนยาคุมฉุกเฉินเป็นเพียงทางออกสำรอง เป็นเพียงทางเลือกสุดท้าย ของการป้องกันการตั้งครรภ์เท่านั้น  ยิ่งคุณมีเพศสัมพันธ์ประจำ การใช้ถุงยางจะป้องกันการตั้งครรภ์ ได้ดีกว่า การกินยาคุมฉุกเฉิน แถมยังช่วยป้องกันโรคเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ได้อีกด้วย 

วิธีคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินสามารถลดจำนวนการทำแท้งได้จริงหรือ

                    วิธีคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินจะลดจำนวนการตั้งครรภ์ที่ไม่

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 5532 วันที่ 18 มิ.ย. 2552

บ้านน็อคดาวน์ทรงโมเดิร์น

฿65,000

https://s.shopee.co.th/2Vm01N027C?share_channel_code=6


เรื่องดีมีสาระและประโยชน์

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

แบบทดสอบตวาม(ไม่)ฉลาด?????

แบบทดสอบตวาม(ไม่)ฉลาด?????


เปิดอ่าน 8,485 ครั้ง
ระวัง!!...รถไฟ

ระวัง!!...รถไฟ


เปิดอ่าน 8,421 ครั้ง
รูปการ์ตูน

รูปการ์ตูน


เปิดอ่าน 8,477 ครั้ง
80วิธี

80วิธี


เปิดอ่าน 8,410 ครั้ง
-

-


เปิดอ่าน 8,451 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

วิธีทำเทียนลอยน้ำ.....

วิธีทำเทียนลอยน้ำ.....

เปิดอ่าน 8,541 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
บ้าน.....ที่ใหญ่ที่สุดในโลก !!
บ้าน.....ที่ใหญ่ที่สุดในโลก !!
เปิดอ่าน 8,436 ☕ คลิกอ่านเลย

เรื่องสั้น : ชีวิต
เรื่องสั้น : ชีวิต
เปิดอ่าน 8,435 ☕ คลิกอ่านเลย

    การกินเจ  กับ..เพลงสวดมหากรุณาฯ
การกินเจ กับ..เพลงสวดมหากรุณาฯ
เปิดอ่าน 8,536 ☕ คลิกอ่านเลย

    " เมล็ดฟักทอง "  ของว่างช่วยสร้างเสริมสุขภาพ แบบไม่น่าเชื่อ ...?
" เมล็ดฟักทอง " ของว่างช่วยสร้างเสริมสุขภาพ แบบไม่น่าเชื่อ ...?
เปิดอ่าน 8,420 ☕ คลิกอ่านเลย

เรื่องเล่าของนิรุตติ์ ศิริ จรรยา โดนมากๆๆ
เรื่องเล่าของนิรุตติ์ ศิริ จรรยา โดนมากๆๆ
เปิดอ่าน 8,418 ☕ คลิกอ่านเลย

>>>10 วิธี ประหยัดกระดาษ อย่างสร้างสรรค์!!!
>>>10 วิธี ประหยัดกระดาษ อย่างสร้างสรรค์!!!
เปิดอ่าน 9,216 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ตัวอย่างภาพถ่าย จากกล้องของ iPhone 5
ตัวอย่างภาพถ่าย จากกล้องของ iPhone 5
เปิดอ่าน 15,756 ครั้ง

รายงานผลการวิจัยเรื่อง การศึกษาแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก
รายงานผลการวิจัยเรื่อง การศึกษาแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก
เปิดอ่าน 22,080 ครั้ง

เทคนิคเลิกกาแฟ สำหรับคนอยากเลิกกาแฟ
เทคนิคเลิกกาแฟ สำหรับคนอยากเลิกกาแฟ
เปิดอ่าน 20,990 ครั้ง

เปลี่ยนระบบโทรศัพท์ใหม่ แต่ใช้เบอร์เดิมได้ เริ่ม 1 ก.ย.
เปลี่ยนระบบโทรศัพท์ใหม่ แต่ใช้เบอร์เดิมได้ เริ่ม 1 ก.ย.
เปิดอ่าน 15,615 ครั้ง

ปลูกดอกหน้าวัว แซมปาล์มน้ำมัน สร้างรายได้เสริม 46,000 บาท/ไร่/ปี
ปลูกดอกหน้าวัว แซมปาล์มน้ำมัน สร้างรายได้เสริม 46,000 บาท/ไร่/ปี
เปิดอ่าน 4,650 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ