|
โรคตาแดง (Conjunctivitis) เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุตาจากการติดเชื้อไวรัส เป็นกลุ่มอาดิโนไวรัส
การติดเชื้อไวรัสตาแดงมีทั้งหมด 3 ชนิด คือ
1.ชนิดคออักเสบร่วมด้วย
2.ชนิดตาอักเสบไม่มาก
3.ชนิดตาอักเสบรุนแรง ซึ่งชนิดสุดท้ายเป็นชนิดที่มีความรุนแรงมากกว่าทุกชนิด
อาการติดเชื้อไวรัสตาแดงชนิดมีเลือดออก (Acute hemorrhagic Conjunctivits)นี้ ระยะเวลาของโรคตาแดงนี้จะนาน 10-14 วัน
การติดต่อ โรคตาแดง
1.การคลุกคลีใกล้ชิด หรือสัมผัสกับผู้ป่วยโรคตาแดง ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดการติดต่อ โรคตาแดง จากการสัมผัสน้ำตาของผู้ป่วยที่ติดมากับนิ้วมือและแพร่จากนิ้วมือมาติดที่ตาโดยตรง
2.ใช้เสื้อผ้า หรือสิ่งของร่วมกับผู้ป่วย
3.ฝุ่นละออง หรือน้ำสกปรกเข้าตา
4.แมงหวี่ หรือแมลงวันตอมตา
5.ไม่รักษาความสะอาดของร่างกาย โดยเฉพาะมือและใบหน้า
ทั้งนี้ โรคตาแดง จะไม่ติดต่อทางการสบสายตา ทางอากาศ หรือรับประทานอาหารร่วมกัน และอาการต่างๆ จะเกิดได้ภายใน 1-2 วัน และระยะการติดต่อไปยังผู้อื่นประมาณ 14 วัน
อาการของ โรคตาแดง
ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัส จะมีอาการตาแดง เคืองตา ตาขาวจะมีสีแดงเรื่อๆ น้ำตาไหลเจ็บตา มักจะมีขี้ตามากร่วมด้วย จากการติดเชื้อแบคทีเรียมาพร้อมกัน ต่อมน้ำเหลืองหลังหูมักเจ็บและบวม มักเป็นที่ตาข้างใดข้างหนึ่งก่อน แล้วจะติดต่อมายังตาอีกข้างได้ถ้าไม่ระวังให้ดี ถ้าระมัดระวังไม่ให้น้ำตามข้างที่ติดเชื้อไวรัสมาถูกตาข้างที่ดีจะไม่เป็นตาแดง แต่ส่วนใหญ่มักเป็นไปอีกข้างอย่างรวดเร็ว
ฤดูกาล โรคตาแดง
มักพบผู้ติดเชื้อไวรัสตาแดงในฤดูฝน ระยะเวลาของโรคจะเป็นประมาณ 5-14 วัน ถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อนอย่างอื่น
โรคแทรกซ้อน โรคตาแดง
มีอาการเคืองตามาก ลืมตาไม่ค่อยได้ มักมีอาการกระจกตาอักเสบแทรกซ้อน ซึ่งจะดีขึ้นได้ประมาณ 3 สัปดาห์ หรือบางรายเป็น 1-2 เดือน ทำให้ตามัวพร่าอยู่เป็นเวลานาน
การรักษา โรคตาแดง
จะรักษา โรคตาแดง ตามลักษณะอาการของโรค เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสนี้โดยตรง ถ้ามีขี้ตามากก็หยอดยาปฎิชีวนะ มีไข้ เจ็บคอ ก็ใช้ยาแก้อักเสบร่วมด้วยกับยาลดไข้ ยาลดปวด ผู้ป่วย โรคตาแดง ต้องพยายามรักษาสุขภาพพักผ่อนมากๆ โดยเฉพาะในช่วงที่มีอาการตาแดงอย่างรุนแรง ไม่ควรทำงานดึกควรนอนให้เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องปิดตาไว้ตลอด ยกเว้นมีกระจกตาอักเสบ เคืองตามาก จึงปิดตาเป็นครั้งคราว และควรสวมแว่นกันแดดเพื่อป้องกันแสง ควรงดการใช้ผ้าเช็ดหน้าร่วมกัน ทุกครั้งที่จับตาควรล้างมือให้สะอาด ผู้ป่วยไม่ควรลงเล่นน้ำในสระ จะแพร่กระจายเชื้อไวรัสไปในน้ำได้ หากรักษาด้วยยาป้ายตา หรือยาหยอดตานานเกิน 7 วัน แล้วอาการยังไม่ทุเลา หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น ปวดตามาก ตามัว ขี้ตาเป็นหนอง ลืมตาไม่ขึ้น มีไข้สูง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะหากทิ้งไว้นานถึงขั้นตาบอดได้
การป้องกัน โรคตาแดง
1.ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดอยู่เสมอ
2.ไม่คลุกคลีใกล้ชิด หรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย
3.ถ้ามีฝุ่นละออง หรือน้ำสกปรกเข้าตา ควรล้างตาด้วยน้ำสะอาดทันที
4.อย่าปล่อยให้แมลงหวี่ หรือแมลงวันตอมตา
5.หมั่นดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ให้สะอาดอยู่เสมอ
6.ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า ปลอกหมอน เพื่อป้องกันการกระจายของโรค
ทั้งนี้หากมีอาการตาแดง ควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยสาเหตุของการเกิดอาการตาแดง ซึ่งนอกจากจะเกิดจากเชื้อไวรัสแล้ว อาจเกิดจากสารเคมี หรือรังสี โดยเฉพาะรังสีอุลตราไวโอเลตได้ ที่สำคัญ ผู้ป่วยโรคตาแดงควรหยุดเรียนหรือหยุดงานรักษาตัวอยู่ที่บ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้โรคตาแดงลุกลามหรือติดต่อสู่คนอื่น
ขอบคุณบทความจาก นิตยสารเฮลท์ตี้ทูเดย์
วันที่ 3 ธ.ค. 2552
บ้านน็อคดาวน์ทรงโมเดิร์น
฿65,000https://s.shopee.co.th/2Vm01N027C?share_channel_code=6
Advertisement
 เปิดอ่าน 8,467 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,399 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,493 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,378 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,501 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,411 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,434 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,406 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,416 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,349 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,383 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,409 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,430 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,455 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,428 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,434 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 8,398 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 8,403 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,384 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,381 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,424 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,394 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,443 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 9,293 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 12,779 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 29,568 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 14,312 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 71,255 ครั้ง |
|
|