ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > 9 ปัญหาสุขภาพ ที่ควรบอกผ่านการขับรถ

9 ปัญหาสุขภาพ ที่ควรบอกผ่านการขับรถ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 30 มิ.ย. 2557 เปิดอ่าน : 8,601 ครั้ง
Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
9 ปัญหาสุขภาพ ที่ควรบอกผ่านการขับรถ

Advertisement

เป็นโรคอะไรไม่ควรขับรถ มีอาการแบบไหนเสี่ยงอันตรายต่อการขับรถ กรมควบคุมโรค แจกแจงให้ฟังแล้ว

แม้ว่าโรคและปัญหาสุขภาพบางประการไม่ได้เป็นข้อห้ามของการทำใบขับขี่ แต่ต้องยอมรับว่า บางโรคหากเกิดอาการกำเริบขึ้น ก็มีผลกระทบต่อสมรรถภาพการขับขี่ และอาจเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้ นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค ก็ได้เผยข้อมูลให้ทราบกันว่า 9 โรคและปัญหาสุขภาพต่อไปนี้ อาจส่งผลกระทบต่อการขับขี่ได้ นั่นคือ

1. โรคที่เกี่ยวกับสายตา เช่น ต้อหิน ต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อม คนที่มีปัญหาสายตาจะทำให้มองทัศนวิสัยไม่ชัด โดยเฉพาะในตอนกลางคืนซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

2. โรคทางสมองที่ยังเป็นไม่มาก แต่ก็ทำให้มีอาการหลงลืม ทำให้ตัดสินใจช้า สมาธิไม่ดีนัก และอาจเกิดปัญหาขับรถหลงทางในบางครั้ง

3. โรคหลอดเลือดสมอง แขนขาไม่มีแรง อาจเกิดปัญหาขากระตุก ไม่มีแรงขณะเหยียบคันเร่ง เหยียบเบรก หรือเปลี่ยนเกียร์ ส่งผลต่อการขับขี่ และทหใความไวต่อการตอบสนองเหตุการณ์ต่าง ๆ ลดลง

4. โรคพาร์กินสัน จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการมือสั่น เกร็ง ทำอะไรได้ช้า ขับรถได้ไม่ดี

5. โรคลมชัก หากอาการกำเริบขึ้นจะมีอาการเกร็งกระตุก ไม่รู้สึกตัว อันตรายต่อผู้ใช้ทางรอบข้าง

6. โรคข้อเสื่อมข้ออักเสบ หากมีอาการปวดบริเวณต่าง ๆ เช่น ข้อเข่า ก็ทำให้เหยียบเบรกได้ไม่เต็มที่ หรือถ้ากระดูกคอเสื่อม ก็ทำให้หันคอ หันหน้าดูการจราจรได้ลำบาก

7. โรคหัวใจ หากมีอาการเครียดมาก ๆ เกิดขึ้นจากสภาพการจราจรที่ติดขัด อาจทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอกได้

8. โรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคเบาหวานอาจมีอาการหน้ามืด ตาพร่า ใจสั่น เป็นคนอีกกลุ่มที่ต้องระวัง

9. การกินยาหลายชนิด ยาบางชนิดมีฤทธิ์ง่วงซึม เมื่อไปขับรถจะเกิดอาการมึนงง หลับใน ตัดสินใจช้า ตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้ช้า ดังนั้น จึงมีคำแนะนำให้นอนพักผ่อนหลังทานยาประเภทนี้


โรคอะไรไม่ควรขับรถ


แล้วรู้ไหมว่าปัจจุบันนี้ กฎหมายกำหนดโรคต้องห้ามในการขับขี่รถยนต์เพียงแค่ไม่เป็นโรคติดต่อเป็นที่รังเกียจ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต และไม่ติดสุรา ยาเสพติด ซึ่งถือว่าไม่เพียงพอ ทางกรมการขนส่งทางบกและแพทยสภา จึงกำลังพิจารณาเสนอโรคที่เป็นอุปสรรคต่อการขับรถโดยตรง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนน คือ

1. โรคระบบประสาท เช่น โรคลมชัก โรคกล้ามเนื้อลีบ อ่อนแรง ทั้งมือ เท้า ความพิการ

2. โรคระบบการมองเห็น เช่น โรคตาบอดสี มองเห็นด้วยตาเพียงข้างเดียว

3. โรคระบบการได้ยิน

4. โรคหัวใจและโรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่น ประวัติการผ่าตัด เป็นต้น

ใครที่รู้ตัวว่าตัวเอง หรือคนรอบข้างมีลักษณะอาการหรือโรคต่อไปนี้อยู่ ก็ขอให้หลีกเลี่ยงการขับรถ โดยเลือกใช้รถโดยสารสาธารณะ หรือไหว้วานให้คนอื่นขับรถให้ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด นอกจากปกป้องชีวิตตัวเองแล้ว ยังป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้นกับบุคคลอื่นที่ใช้ถนนร่วมกันด้วย

ขอบคุณที่มาจาก กรมควบคุมโรค , กระปุก.คอม

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> 9 ปัญหาสุขภาพ ที่ควรบอกผ่านการขับรถ , , 9 , ปัญหาสุขภาพ , ที่ควรบอกผ่านการขับรถ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
จัดการผมยุ่งเหยิงยามเช้าตรู่อย่างไรดี ☕ คลิกอ่านเลย
จัดการผมยุ่งเหยิงยามเช้าตรู่อย่างไรดี
เปิดอ่าน 8,292 ครั้ง
เก็บหนังสือเก่าไม่ให้ขึ้นรา☕ คลิกอ่านเลย
เก็บหนังสือเก่าไม่ให้ขึ้นรา
เปิดอ่าน 7,673 ครั้ง
10 ไม้ประดับบนโต๊ะทำงาน☕ คลิกอ่านเลย
10 ไม้ประดับบนโต๊ะทำงาน
เปิดอ่าน 11,303 ครั้ง
IE8 ครองตำแหน่งบราวเซอร์ที่มีผู้ใช้มากที่สุด☕ คลิกอ่านเลย
IE8 ครองตำแหน่งบราวเซอร์ที่มีผู้ใช้มากที่สุด
เปิดอ่าน 8,157 ครั้ง
ADT โรคใหม่มาแรงของผู้บริหารและมนุษย์ออฟฟิศ☕ คลิกอ่านเลย
ADT โรคใหม่มาแรงของผู้บริหารและมนุษย์ออฟฟิศ
เปิดอ่าน 9,864 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ใส่ใจการ "เคี้ยวอาหาร" กันสักนิดใส่ใจการ "เคี้ยวอาหาร" กันสักนิด
เปิดอ่าน 10,479 ครั้ง
การวัดความกดอากาศ การวัดความกดอากาศ
เปิดอ่าน 20,971 ครั้ง
สอนภาษาอังกฤษแบบไม่ต้องสอนคืออะไร ไขข้อข้องใจได้ที่นี่สอนภาษาอังกฤษแบบไม่ต้องสอนคืออะไร ไขข้อข้องใจได้ที่นี่
เปิดอ่าน 3,490 ครั้ง
เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ในแต่ละปีเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ในแต่ละปี
เปิดอ่าน 10,831 ครั้ง
กองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา...คืออะไร?กองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา...คืออะไร?
เปิดอ่าน 53,472 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com

แนวข้อสอบท้องถิ่น
แนวข้อสอบ กพ


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ