ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > ผลสำรวจพบคนใช้รถ50%เลือกซื้อรถในใจ

ผลสำรวจพบคนใช้รถ50%เลือกซื้อรถในใจ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 16 ธ.ค. 2552 เปิดอ่าน : 8,174 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
❝ ข้อมูลจากผลการสำรวจ TAQA 2009 ชี้พฤติกรรมผู้ใช้รถ 5 ประเด็นหลัก สะท้อนความคิดเห็นที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ❞
ผลสำรวจพบคนใช้รถ50%เลือกซื้อรถในใจ

Advertisement

การสำรวจ “ธุรกิจยานยนต์ยอดนิยม” หรือ TAQA 2009 ได้ขยายผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้รถทั่วประเทศออกมาเป็นข้อมูลทัศนคติ พฤติกรรมผู้บริโภคปี 2552 ชี้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ปัญหาทางการเมือง ส่งผลการตัดสินใจซื้อรถเปลี่ยนเมื่อเทียบกับปี 2551 พร้อมแสดงสถิติค่ายรถพัฒนาคุณภาพการผลิตให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะสภาพปัญหาด้านเสียง ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ ระบบควบคุมการขับขี่ ความเรียบร้อยของการประกอบรถยนต์ลดลง 10% ส่วนความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ยังดีขึ้นต่อเนื่องสูงถึง 50%

นายสุกิจ ตันสกุล ประธานกรรมการบริหารบริษัท คัสต้อม เอเซีย จำกัด ผู้ดำเนินการสำรวจความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทรถยนต์ยี่ห้อ ต่างๆ เปิดเผยว่า รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยม หรือ THAILAND AUTOMOTIVE QUALITY AWARD 2009 หรือ TAQA 2009 (อ่านว่า ทา-ก้า) จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 8 แล้ว แต่ในปีนี้จะพิเศษกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา โดยขยายผลจากการสำรวจและรวบรวมประสบการณ์จริงของผู้ใช้รถกว่า 6,500 รายทั่วประเทศ ประจำปี 2552 มาวิเคราะห์สรุปเป็นข้อมูลความคิดเห็น และพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Report) เป็นครั้งแรกในปีนี้

จากผลการศึกษา สามารถสรุปปัจจัยบ่งชี้ถึงพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Report) ออกเป็น 5 ประเด็นหลัก ดังนี้

1. พื้นฐานผู้ถูกสำรวจ
ได้แก่ อายุ อาชีพ และรายได้ พบว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประกอบกับความไม่มั่นคงทางการเมืองในประเทศ ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนแนวคิดและพฤติกรรมในการเลือกซื้อรถ ที่เห็นได้ชัดคือ ที่ผ่านมาผู้บริโภคในกลุ่มภาคเอกชนจะมีโอกาสและกำลังซื้อสูงกว่ากลุ่มข้า ราชการ แต่ในปี 2552 นี้ สัดส่วนผู้ซื้อรถที่มาจากกลุ่มราชการกลับสูงขึ้น สาเหตุเกิดจากรายได้ของกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นข้าราชการได้รับผลกระทบจากภาวะ เศรษฐกิจถดถอยน้อยกว่ากลุ่มผู้ประกอบอาชีพอื่นๆ

จากข้อมูลดังกล่าว นายสุกิจให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “หากพิจารณาตามกลุ่มอายุ พบว่า ในปี 2552 ผู้ที่ซื้อรถโดยส่วนใหญ่อายุเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 31-50 ปี ส่วนรายได้ยังคงอยู่ในระดับเดียวกันกับปีก่อน คือ รายได้ต่อครัวเรือนโดยเฉลี่ย 100,000 บาท และมีรายได้ส่วนบุคคลเฉลี่ยอยู่ที่ 16,000 – 25,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ ผลสำรวจยังสะท้อนให้เห็นว่าผู้ซื้อรถส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีรถอยู่แล้ว 75% ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2551”

2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อรถ
การพิจารณาเลือกซื้อรถ ผู้บริโภคให้ความสำคัญต่อรูปลักษณ์และการออกแบบ รวมถึงความคุ้มค่าทางด้านราคา นอกจากนี้ ผู้ซื้อส่วนใหญ่ยังมีความคาดหวังสูงจากความคุ้มค่าในการใช้งาน เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยประหยัดเชื้อเพลิง ตลอดจนการรักษาสภาวะแวดล้อมโลก ปัจจัยอีกประการหนึ่งที่นับว่ามีความสำคัญ คือ บริษัทรถยนต์สามารถสร้างความภักดีของลูกค้าที่ใช้รถยนต์ได้มากขึ้น โดยปีนี้คิดเป็นอัตราเฉลี่ย 50% ของผู้ใช้รถที่จะเลือกซื้อรถยี่ห้อที่อยู่ในใจ โดยไม่ทำการเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่นเลย นับได้ว่าเป็นเกราะคุ้มครองที่สำคัญในการรักษาลูกค้าเดิมเอาไว้ไม่ให้ถูก ช่วงชิงไป โดยคู่แข่ง

3. แหล่งข้อมูลต่อการตัดสินใจซื้อรถ
พบว่า ผู้ใช้รถมีความพิถีพิถัน ให้ความสำคัญกับการเลือกรถยนต์ที่ใช้เป็นอย่างมาก ประสบการณ์จากการใช้โดยคนที่เชื่อถือได้ โดยเฉพาะบุคคลใกล้ชิดจะมีความสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อรถมากที่สุด รองลงมาจะรับฟังข้อมูลจากผู้ที่มีประสบการณ์ใช้รถมาก่อน นอกจากนี้ ในปัจจุบัน อินเตอร์เน็ต/เว็บไซต์ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญแทนที่การโฆษณาทางโทรทัศน์มากขึ้น

4. ความกังวลหรือประสบปัญหาด้านคุณภาพรถยนต์
เมื่อกล่าวถึงคุณภาพของ รถยนต์ในปี 2552 พบว่า ผู้ผลิตได้ให้ความสำคัญ และประสบผลสำเร็จต่อการปรับปรุงคุณภาพรถยนต์มากขึ้นกว่าเดิม ถึงแม้ว่าสภาพปัญหาหลักๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับตัวรถยนต์ยังเป็นเช่นเดียวกับผลสำรวจเมื่อปี 2551 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเสียง ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ ระบบควบคุมการขับขี่ และความเรียบร้อยของการประกอบรถยนต์ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ความพยายามของผู้ผลิตในการปรับปรุงคุณภาพรถยนต์ในปี 2552 ให้สูงขึ้นกว่าเดิม ได้ส่งผลให้ปัญหาดังกล่าวลดลงโดยเฉลี่ยถึง 10%

นายสุกิจ กล่าวต่อว่า “จากผลการสำรวจทำให้ทราบว่า ผู้ใช้รถมีความคาดหวังให้บริษัทรถยนต์ทำการติดต่อกับผู้ใช้รถอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่องหลังจากการซื้อรถไปแล้ว ดังนั้น การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relation Management: CRM) จึงถือเป็นหัวใจและสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการรักษาลูกค้าให้คงไว้”

5. การบริการหลังการขาย
ผลสำรวจผู้ใช้รถกว่า 3,000 รายทั่วประเทศ บ่งชี้ให้เห็นว่า นอกจากคุณภาพการซ่อมรถ ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับพนักงานรับรถที่มีความรู้และความชำนาญ สามารถเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นกับรถได้ชัดเจน และสามารถสื่อความให้คำแนะนำแบบที่ปรึกษามืออาชีพได้ รวมถึงความต้องการความสะดวกสบายของศูนย์บริการ จากความต้องการดังกล่าวส่งผลให้ค่ายรถหลายแห่งปรับมาตรฐานศูนย์บริการที่ เน้นสร้างความมีชีวิตในศูนย์บริการ โดยใส่สิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เครื่องดื่ม อาหารว่าง มินิเธียร์เตอร์ อินเตอร์เน็ต Wi Fi ฯลฯ และท้ายสุดความรวดเร็วในการชำระเงิน

“ในปีนี้ ถือเป็นปีแรกที่นำข้อมูลจากการสำรวจมาสรุปเป็นพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Report) โดยคณะผู้จัดทำเล็งเห็นว่า ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นตัวสะท้อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาศักยภาพทาง ธุรกิจของบริษัทรถยนต์ เข้าถึงความต้องการผู้บริโภคอย่างแท้จริง และสำหรับในปีหน้า 2553 เราเชื่อว่า Consumer Report จะพัฒนาและชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงตลาดเพิ่มขึ้นในอีกหลายๆ ด้าน รวมถึงจะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ใช้รถแน่นอน” นายสุกิจ กล่าวเสริมในช่วงท้าย

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ผลสำรวจพบคนใช้รถ50%เลือกซื้อรถในใจ , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
เดิน...ลดโรค

เดิน...ลดโรค
เปิดอ่าน 7,957 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
8 สถานที่ยอดฮิตฉลองปีใหม่☕ คลิกอ่านเลย
8 สถานที่ยอดฮิตฉลองปีใหม่
เปิดอ่าน 8,987 ครั้ง
29 ก.ค. วันภาษาไทยแห่งชาติ☕ คลิกอ่านเลย
29 ก.ค. วันภาษาไทยแห่งชาติ
เปิดอ่าน 10,638 ครั้ง
ทราบหรือไม่? "เฟซบุ๊ก"แอบเปลี่ยนอีเมลแอดเดรสของท่านเป็น "@facebook.com"☕ คลิกอ่านเลย
ทราบหรือไม่? "เฟซบุ๊ก"แอบเปลี่ยนอีเมลแอดเดรสของท่านเป็น "@facebook.com"
เปิดอ่าน 9,070 ครั้ง
เทคนิค"อ่านเร็ว"ใช้ไม่ได้ผล☕ คลิกอ่านเลย
เทคนิค"อ่านเร็ว"ใช้ไม่ได้ผล
เปิดอ่าน 8,012 ครั้ง
อาหารที่ทำให้ดูสวย ☕ คลิกอ่านเลย
อาหารที่ทำให้ดูสวย
เปิดอ่าน 9,764 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ลดน้ำหนักได้ด้วยกาแฟลดน้ำหนักได้ด้วยกาแฟ
เปิดอ่าน 15,305 ครั้ง
ดื่มเบียร์ทุกวัน ทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้นได้ดื่มเบียร์ทุกวัน ทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้นได้
เปิดอ่าน 17,172 ครั้ง
มารู้จัก ทุน"เสมาพัฒนาชีวิต"กันเถอะมารู้จัก ทุน"เสมาพัฒนาชีวิต"กันเถอะ
เปิดอ่าน 6,916 ครั้ง
แบ่งปันความสุข แบ่งเบาความทุกข์แบ่งปันความสุข แบ่งเบาความทุกข์
เปิดอ่าน 13,309 ครั้ง
อ่านออกเขียนได้กับรักการอ่านเป็นคนละเรื่องเดียวกันอ่านออกเขียนได้กับรักการอ่านเป็นคนละเรื่องเดียวกัน
เปิดอ่าน 6,829 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ