❝ กิจกรรมนาฏศิลป์พื้นบ้านเป็นกิจกรรมที่กำหนดไว้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะด้านนาฏศิลป์ เพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพและความเป็นไทย เป็นการปลูกฝังให้ผู้เรียนมีสุนทรียภาพ รักและหวงแหนในศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น ❞
| ชื่อผลงาน : รายงานการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง ระบำตับจาก โดยใช้ชุดฝึกทักษะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระนาฏศิลป์ |
| |
| ปีการศึกษา : 2551 |
| |
| ผู้ศึกษา : นางเรวดี อวยพร |
| |
| กิจกรรมนาฏศิลป์พื้นบ้านเป็นกิจกรรมที่กำหนดไว้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะด้านนาฏศิลป์ เพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพและความเป็นไทย เป็นการปลูกฝังให้ผู้เรียนมีสุนทรียภาพ รักและหวงแหนในศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น |
| การศึกษาการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่องระบำตับจาก โดยใช้ชุดฝึกทักษะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระนาฏศิลป์ โรงเรียนเทศบาลบ้านย่านยาว เทศบาลเมืองตะกั่วป่า จังหวัดพังงา กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนเทศบาลบ้านย่านยาว เทศบาลเมืองตะกั่วป่า จังหวัดพังงา จำนวน 35 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีสุ่มแบบอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนา ประกอบด้วย ชุดฝึกทักษะ จำนวน 6 ชุด แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 6 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลักสูตรท้องถิ่น “ระบำตับจาก” แบบวัดกิจกรรมภาคปฏิบัติหลักสูตรท้องถิ่น “ระบำตับจาก” แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดฝึกทักษะ “ระบำตับจาก” สถิติที่ใช้ คือ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test) |
| ผลการศึกษาพบว่า |
| 1. ชุดฝึกทักษะ “ระบำตับจาก” มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ 80 / 80 โดยมีประสิทธิภาพ ดังนี้ ชุดที่ 1 มีประสิทธิภาพ 88.81 / 97.40 ชุดที่ 2 มีประสิทธิภาพ 94.84 / 96.90 ชุดที่ 3 มีประสิทธิภาพ 93.35 / 95.10 ชุดที่ 4 มีประสิทธิภาพ 88.57 / 96.60 ชุดที่ 5 มีประสิทธิภาพ 89.60 / 96.00 ชุดที่ 6 มีประสิทธิภาพ 93.68 / 95.40 |
| 2. เมื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน คือ คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 25.77 คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 11.57 คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 14.20 |
| 3. นักเรียนมีระดับความคิดเห็นที่มีต่อการเรียนด้วยชุดฝึกทักษะอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.80 |
| ดังนั้น การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระนาฏศิลป์ หลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง ระบำตับจาก โดยใช้ชุดฝึกทักษะที่ผู้ศึกษาได้พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพเหมาะสมสามารถนำไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ |
| |
|
|
วันที่ 24 ธ.ค. 2552
เต็งลั้ง โคมแดง โคมจีน โคมเต็งลั้ง โคมผ้ากำหมะหยี่ (ราคาต่อคู่) โคมตรุษจีน แขวนหน้าบ้าน ร้านค้า #60 #80 #100 #120
฿949 https://s.shopee.co.th/4q9unuFgOX?share_channel_code=6
Advertisement
 เปิดอ่าน 8,368 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,427 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,349 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,353 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,407 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,369 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,372 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,335 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,388 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,355 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,390 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,384 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,375 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,399 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,364 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,347 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 8,375 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 8,347 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,438 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,351 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,342 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,364 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,401 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 16,648 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 48,753 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 15,311 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 21,607 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 20,608 ครั้ง |
|
|