ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ภาษาไทย > กินเจ-มังสวิรัติ ต่างกันอย่างไร

กินเจ-มังสวิรัติ ต่างกันอย่างไร

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 2 พ.ย. 2555 เปิดอ่าน : 29,147 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ที่รัก (และคิดถึง) แหม! ครั้งนี้มีความคิดถึงเพิ่มมาฝากกันอีกนิดหนึ่งนะคะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ผ่านไปเมื่อปลายเดือนที่แล้วกับเทศกาลถือศีลกินเจ มีคุณผู้อ่านท่านใดกินเจบ้างคะ ว่าไปแล้วก็รู้สึกดีนะคะ ปีนี้หันไปทางไหนก็เห็นคนกินเจเยอะขึ้นทุกปี อย่างรอบตัวคุณครูลิลลี่เองก็รู้สึกได้เลยว่ามีเพี่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หันมากินเจกันมากขึ้น สันนิษฐานว่าแต่ละคนอยากหาสิ่งดีๆ ให้กับตัวเอง และการกินเจก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นอกจากจะไม่เป็นการเบียดเบียนชีวิตสัตว์โลกแล้ว ก็ยังมีผลดีกับสุขภาพด้วยนั่นเองค่ะ

พูดถึงคำว่า “กินเจ” คุณครูลิลลี่ในฐานะคุณครูภาษาไทยก็ขอเอาความรู้ของคำๆ นี้มาฝากกันไว้เสียหน่อย แน่นอนค่ะ คำว่า “เจ” ไม่ใช่ เจ เจตริน ไม่ใช่ เจ มณฑล แน่ๆ แต่คำๆ นี้เป็นคำภาษาจีนค่ะ คำว่า เจ ในภาษาจีนทางพุทธศาสนานิกายมหายานมีความหมายเดียวกับคำว่า อุโบสถศีล หรือการถือศีล 8 ดังนั้นการกินเจในจุดเริ่มต้นก็คือการรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน เหมือนกับที่ชาวพุทธในประเทศไทยที่ถืออุโบสถศีล หรือรักษาศีล 8 ไม่รับประทานอาหารหลังจากเที่ยงวันไปแล้วนั่นเองค่ะ แต่เนื่องจากการถืออุโบสถศีลของชาวพุทธนิกายมหายานมีการไม่กินเนื้อสัตว์ร่วมด้วย จึงนิยมนำการไม่กินเนื้อสัตว์ไปรวมกันเข้ากับคำว่ากินเจ กลายเป็นการถือศีลกินเจมาจนปัจจุบันนี้ แต่ก็มีการปรับเปลี่ยนเรื่องของระยะเวลาในการกินเจให้เหมาะสม กลายเป็นรับประทานได้ทั้งวันนั่นเองค่ะ

ส่วนที่มีผู้สงสัยว่า แล้วการกินเจ กับการกินแบบมังสวิรัติ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรนั้น ก็ต้องขออนุญาตเล่าให้ฟังว่า ทั้งอาหารเจและอาหารมังสวิรัติเป็นอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์เหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันในรายละเอียดดังนี้ คือ อาหารเจเป็นอาหารที่ปรุงขึ้นโดยไม่มีเนื้อสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ (เช่น นม ไข่ น้ำผึ้ง น้ำปลา เจลาติน คอลลาเจน) และไม่ปรุงด้วยผักฉุนทั้ง 5 ชนิด ได้แก่ กระเทียม หอม (ทุกชนิด อาทิ ต้นหอม หัวหอม หอมแดง) หลักเกียว กุยช่าย และใบยาสูบ เพราะผักเหล่านี้ทำอันตรายต่ออวัยวะในร่างกาย กระเทียมให้โทษต่อหัวใจ หอมให้โทษต่อไต หลักเกียวให้โทษต่อม้าม กุยช่ายให้โทษต่อตับ และใบยาสูบให้โทษต่อปอด วัตถุดิบที่เป็นหลักในการประกอบอาหารเจ คือ แป้ง เต้าหู้  ซีอิ๊ว ถั่วเหลือง ถั่วต่างๆ และผักนานาชนิด ยกเว้นผักที่กล่าวมาแล้ว นอกจากนั้นผู้กินเจอย่างเคร่งครัด แม้กระทั่งน้ำมันพืชที่ใช้ต้องบริสุทธิ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จะไม่ใช้น้ำมันพืชสูตรผสม เช่น น้ำมันรำข้าวปนน้ำมันถั่วเหลือง รวมไปถึงภาชนะที่ใส่อาหารเจก็ต้องเตรียมไว้เป็นพิเศษ ไม่ใช้ปะปนกับภาชนะที่ใส่เนื้อสัตว์ด้วยค่ะ

มากันที่อาหารมังสวิรัติกันบ้าง (อันนี้ที่บ้านพุฒมณฑาของคุณครูลิลลี่ก็เสิร์ฟด้วยเมนูนี้ตลอดค่ะ เพราะเราถือว่าได้มาปฏิบัติธรรมหาสิ่งที่ดีให้ชีวิตแล้ว ก็ส่งเสริมให้มีการงดเว้นเนื้อสัตว์ร่วมด้วย ถือเป็นการทำบุญทำทานให้กับชีวิตของสัตว์โลกไปพร้อมๆ กันนั่นเองค่ะ) มาต่อกันที่คำว่ามังสวิรัติกันต่อค่ะ คำๆ นี้ถ้าจำไม่ผิดคุณครูเคยให้ความรู้กันไปแล้วว่า โดยรูปศัพท์คำๆ นี้ หมายถึงการงดเว้นเนื้อสัตว์ โดยแยกตามรายละเอียดได้ว่า มังส คือ เนื้อสัตว์ ส่วนวิรัติ คือ การงดเว้น เพราะฉะนั้นการรับประทานมังสวิรัติ ก็คือการรับประทานอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์นั่นเองค่ะ แล้วต่างกันอย่างไรกับการกินเจก็ต้องบอกว่าการกินเจ เข้มข้นกว่า เคร่งครัดกว่า เพราะอย่างมังสวิรัติ ยังคงสามารถบริโภค ไข่ และนม ได้ด้วย แต่ถ้าเป็นการกินเจ จะกินไข่และนมไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นผลผลิตจากสัตว์ค่ะ

โดยสรุปก็คืออาหารมังสวิรัติงดเนื้อสัตว์เหมือนกับอาหารเจ รวมทั้งเครื่องปรุงรสที่ทำมาจากสัตว์ เช่น กะปิ น้ำปลา แต่ต่างกับอาหารเจตรงที่ไม่ห้ามบริโภคกระเทียม หัวหอม ต้นกุยช่าย หรือผักที่มีกลิ่นแรงตลอดจนเครื่องเทศที่เผ็ดร้อน และอาหารมังสวิรัติสามารถบริโภคได้ทั้งปี  ไม่มีเทศกาลหรือมีวันกำหนดตายตัวเหมือนกับการรับประทานอาหารเจ ซึ่งจะเป็นเจหรือมังสวิรัติ คุณครูลิลลี่เชื่อว่าสิ่งที่ดีที่ได้จากการรับประทานก็คือจะทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง เพราะได้งดเนื้อสัตว์ซึ่งมีไขมันและสารอื่นๆ มากมาย นอกจากนั้นยังมีประโยชน์ต่อจิตใจเพราะไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์ทั้งหลายด้วยค่ะ

สำหรับคนที่กินเจผ่านไปก็ต้องขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านด้วยนะคะ ส่วนท่านที่ยังไม่เคยกินเจหรือไม่เคยงดเว้นเนื้อสัตว์ คุณครูว่าลองดูสักวัน หรือสักมื้อสิคะ นอกจากสุขภาพที่ดีแล้ว ก็จะเป็นกุศลที่ดีให้กับชีวิตของเราด้วยค่ะ สวัสดีค่ะ

คุณครูลิลลี่
socialcam : krulilly
twitter : krulilly
instagram : krulilly
facebook : ครูลิลลี่
youtube : ครูลิลลี่

 

 ขอบคุณที่มาจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> กินเจ-มังสวิรัติ ต่างกันอย่างไร , , กินเจ-มังสวิรัติ , ต่างกันอย่างไร << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
นิราศท่าดินแดง

นิราศท่าดินแดง
เปิดอ่าน 8,436 ครั้ง
คลิกอ่าน!
อักษรไทยสมัยสุโขทัย

อักษรไทยสมัยสุโขทัย
เปิดอ่าน 19,488 ครั้ง
คลิกอ่าน!
นิราศพระประธม

นิราศพระประธม
เปิดอ่าน 9,127 ครั้ง
คลิกอ่าน!
Advertisement
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
"สาสน์" "สาส์น" และ "สาร"☕ คลิกอ่านเลย
"สาสน์" "สาส์น" และ "สาร"
เปิดอ่าน 11,031 ครั้ง
ย้อนอดีตสอนภาษาไทย : แจกลูก-สะกดคำ☕ คลิกอ่านเลย
ย้อนอดีตสอนภาษาไทย : แจกลูก-สะกดคำ
เปิดอ่าน 22,484 ครั้ง
การเขียนที่ถูกต้องของคำว่า "โรฮีนจา-เมียนมา" แทน "โรฮิงญา-เมียนมาร์"☕ คลิกอ่านเลย
การเขียนที่ถูกต้องของคำว่า "โรฮีนจา-เมียนมา" แทน "โรฮิงญา-เมียนมาร์"
เปิดอ่าน 9,709 ครั้ง
เมื่อภาษาไทยไม่มีสระไม่เว้นวรรค ดูซิว่าอ่านยากขนาดไหน?☕ คลิกอ่านเลย
เมื่อภาษาไทยไม่มีสระไม่เว้นวรรค ดูซิว่าอ่านยากขนาดไหน?
เปิดอ่าน 32,431 ครั้ง
ความเป็นมาของคำ "ธรรมกาย" โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก☕ คลิกอ่านเลย
ความเป็นมาของคำ "ธรรมกาย" โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก
เปิดอ่าน 9,373 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ล้มต้นไม้มือเปล่า ผู้ชายคนนี้ ขวานไม่ต้องล้มต้นไม้มือเปล่า ผู้ชายคนนี้ ขวานไม่ต้อง
เปิดอ่าน 7,762 ครั้ง
องค์ประกอบของมัลติมีเดีย องค์ประกอบของมัลติมีเดีย
เปิดอ่าน 20,500 ครั้ง
ใครที่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ปวดเมื่อยแล้วนวดไม่หาย ต้องอ่านเรื่องนี้ใครที่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ปวดเมื่อยแล้วนวดไม่หาย ต้องอ่านเรื่องนี้
เปิดอ่าน 22,561 ครั้ง
เปิดเว็บ"ยากับคุณ" ช่วยคนไทยห่างไกลโรคเปิดเว็บ"ยากับคุณ" ช่วยคนไทยห่างไกลโรค
เปิดอ่าน 6,514 ครั้ง
เผยทีเด็ดชนะใจสาวอย่างง่ายที่สุด เล่าเรื่องตลกที่ ตัวเองหน้าแตก เผยทีเด็ดชนะใจสาวอย่างง่ายที่สุด เล่าเรื่องตลกที่ ตัวเองหน้าแตก
เปิดอ่าน 7,625 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ