ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวการศึกษา > "สมพงษ์"ชี้ลดเวลาเรียนพลิกการศึกษาครั้งใหญ่
"สมพงษ์"ชี้ลดเวลาเรียนพลิกการศึกษาครั้งใหญ่
ข่าวการศึกษา โพสต์เมื่อวันที่ : 3 ก.ย. 2558 เปิดอ่าน : 19,257 ครั้ง
☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน
Advertisement

"สมพงษ์"ชี้ลดเวลาเรียนพลิกการศึกษาครั้งใหญ่
Advertisement

"ดาว์พงษ์" สั่ง สพฐ.ไปวางกรอบกิจกรรมหลังปรับลดเวลาเรียน แล้วให้รายงานภายใน 7 กันยายนนี้ เดินหน้าเร่งสร้างความเข้าใจผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง ให้ใช้ทันเปิดภาคเรียนที่ 2/2258 ยันหากได้ผลจะช่วยลดการกวดวิชาได้ ด้านนายกฯ ลั่นหวังให้เด็กได้ศึกษานอกตำรา เสริมทักษะทำงานให้เป็นในอนาคต นักวิชาการจุฬาฯ "สมพงษ์" ชี้หากทำได้จริงเป็นการพลิกการศึกษาไทยครั้งใหญ่ เพราะจะมีผลต่อการจัดหลักสูตร ระบุช่วงนำร่องต้องติดตาม ประเมินผลใกล้ชิด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แท้จริง

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตนได้ประชุมหารือร่วมกับนายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) เรื่อง "นโยบายปรับลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้" ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รายงานแผนการดำเนินงานที่วางไว้ อาทิ การปรับโครงสร้างเวลา ลดจำนวนชั่วโมงเรียน และรายวิชาที่จะปรับลด เป็นต้น ซึ่งตนได้กำชับไปว่าการดำเนินการดังกล่าวจะต้องไม่ส่งผลกระทบกับการเรียนในวิชาหลัก และในการทำกิจกรรมช่วงบ่ายจะต้องมีมาตรการการดูแลความปลอดภัยของเด็กในช่วงที่ทำกิจกรรมนอกห้องเรียนด้วย

ทั้งนี้ ในส่วนของกิจกรรมที่จะให้เด็กทำนั้น สพฐ.จะกำหนดไว้เป็นกรอบกว้างๆ ให้เหมาะสมกับโรงเรียนในแต่ละพื้นที่ โดยโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษาจะต้องเลือกจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ตนเอง และยังต้องสอดคล้องกับนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เพื่อตอบโจทย์นายกรัฐมนตรีที่ว่า จะต้องทำให้เด็กได้เรียนอย่างมีความสุข รวมถึงผู้ปกครองและครูก็ต้องมีความสุขด้วย

ส่วนกิจกรรมต่างๆ ที่โรงเรียนเป็นผู้จัดนั้นไม่จำเป็นต้องทำซ้ำตลอดทั้งปี แต่สามารถเปลี่ยนหมุนเวียนได้ตามความเหมาะสม อาทิ เดือนนี้อาจะเรียนทำกับข้าว เดือนถัดไปอาจจะเชิญปราชญ์ชาวบ้านมาให้ความรู้เรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น โดยตนได้มอบการบ้านให้ สพฐ.จะไปจัดทำรายละเอียดให้ชัดเจน ก่อนเสนอให้ตนพิจารณาอีกครั้งวันที่ 7 กันยายน จากนั้นจะต้องเร่งสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริหารสถานศึกษาและครูในโรงเรียนนำร่องทั้ง 3,500 โรงเรียน จากโรงเรียนทั้งหมดประมาณ 28,000 โรง ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 ตุลาคม เพื่อให้ครูได้มีเวลาเตรียมความพร้อมจัดการเรียนการสอนให้ทันในวันที่ 1 พฤศจิกายน

"การลดเวลาเรียนไม่ใช่การเรียนเฉพาะ 5 วิชาหลัก และย้ายอีก 3 กลุ่มสาระ คือการงานอาชีพและเทคโนโลยี สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ ไปเรียนในช่วงบ่ายนั้น แต่กิจกรรมในช่วงบ่ายจะเป็นส่วนของการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งจะให้เด็กสามารถอยู่ได้ในสังคม ต่อสู้ในสังคมภายนอกได้ ดังนั้นจึงต้องหารูปแบบกิจกรรมที่ทำให้เด็กรู้สึกอยากจะทำ และรู้สึกว่าทำแล้วมีความสุข พ่อแม่ผู้ปกครองก็ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย เรื่องนี้มีการดำเนินงานมาก่อนที่ผมจะเข้ามาเป็น รมว.ศธ. ซึ่งผมก็มาดำเนินการต่อ และค่อยๆ กระชับไปเรื่อยๆ และผมขอยืนยันว่าการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ไม่ได้ให้เด็กกลับบ้านเร็วกว่าปกติ แต่เด็กจะต้องทำกิจกรรมและอยู่ในโรงเรียนจนถึงเวลาเลิกเรียน หากนักเรียนคนใดมีความต้องการจะกลับบ้าน ผู้ปกครองจะต้องมาขออนุญาตจากทางโรงเรียนเป็นรายๆ ไป" รมว.ศธ.กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากไปลดเวลาเรียนวิชาหลักจะส่งผลกระทบต่อเด็กเรียนอ่อนอยู่แล้วหรือทำให้เด็กเรียนอ่อนลงหรือไม่ จะแก้ไขตรงจุดนี้อย่างไร พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวว่า จริงๆ กิจกรรมช่วงบ่ายจะมีกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาเด็กที่มีปัญหาลักษณะนี้ ซึ่งอาจจะเป็นการจัดกลุ่มเฉพาะ หรือครูจะทำหน้าที่สอนการบ้านเด็ก เป็นต้น แต่ถ้าผู้ปกครองจะให้เด็กออกจากโรงเรียนในเวลาดังกล่าวเพื่อไปเรียนพิเศษแทนนั้น ก็คงไม่สามารถห้ามหรือไปคิดแทนผู้ปกครองได้ แต่ตนเชื่อว่าหาก ศธ.สามารถจัดระบบการศึกษาที่ดีจริงได้ และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครอง ก็จะไม่มีการพาลูกไปเรียนพิเศษนอกเวลา แต่การดำเนินการทั้งหมดต้องใช้เวลา ดังนั้นจึงยังไม่สามารถตอบคำถามได้ภายใน 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี จำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควรจึงจะเห็นผลที่ชัดเจน

เมื่อเวลา 14.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้เปิดเผยถึงนโยบายการลดระยะเวลาการเรียนภาควิชาการลง ให้เลิกในเวลา 14.00 น. ว่า ใครไปพูดเลิกเรียนบ่ายสองก็ไม่รู้ ตนเห็นหนังสือพิมพ์เขียนลดถึงบ่ายสอง ซึ่งการเลิกเรียนนั้นแล้วแต่โรงเรียน ไปบังคับไม่ได้ เพียงแต่ตนต้องการให้มีเวลาในช่วงบ่าย เพื่อให้เด็กมีเวลาปฏิสันถารด้วยกัน หรือมีเวลาวิเคราะห์วิจารณ์กัน ไปอ่านหนังสือนอกเวลา หรือไม่ก็สอนวิธีการนำสิ่งที่เรียนมาไปทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์ในวันหน้า เพราะหากเรียนหนังสืออย่างเดียว ทำงานไม่เป็นอีก ไม่รู้จะนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร ท่องตำราได้เพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้ ตนจึงบอกว่าการเรียนมี 2 อย่างที่ไปด้วยกันคือ เรียนเพื่อได้ความรู้ เพื่อสอบ เพื่อใบปริญญา ก็ไม่ขัดข้อง แต่คำว่าเรียนรู้คือรู้ว่าจะใช้ชีวิตวันข้างหน้าอย่างไร ซึ่งต้องนำสิ่งนี้มาประกอบกัน

"วันนี้สิ่งที่ผมรับฟัง อยู่ที่เด็ก ครู ผู้ปกครอง ระบบบริหารจัดการศึกษา ส่วนที่เด็กไม่มีความสุขก็คือเวลาที่เครียด เรียนเช้าถึงเย็น มีการบ้าน แล้วมีเรียนพิเศษอีก ความหมายของผมคือไม่ใช่ลดเวลาลงแล้วกลับบ้าน บางคนเขียนว่าพ่อแม่จะเป็นภาระ เดี๋ยวเด็กไปติดยาอะไรอีก ไปเล่นเกม ใครจะให้ปล่อยกลับบ้านแบบนั้น ประเทศไหนเขาทำ เพียงแต่เวลาที่เหลืออยู่ คาบวิชาเรียนหรือสาระวิชา 8 สาระ ควรจะลดตรงไหนลงบ้าง เพราะหลายอย่างต้องใช้ในการแข่งขัน เพื่อให้ทัดเทียมต่างประเทศ ก็มีอยู่ แต่บ้านเราต้องเสริมอย่างอื่นด้วย คือการปลูกฝังอุดมการณ์ สร้างจิตสำนึก สร้างกระบวนการ-วิสัยทัศน์ สร้างความรักกันในหมู่คณะ การเสียสละ และอีกมากมาย ไม่อย่างนั้นเด็กก็คิดไม่ค่อยเป็น เพราะท่องตำราอย่างเดียว เรียนจากครูโรงเรียน ครูกูเกิล เฟซบุ๊ก แต่ทั้งนี้มันก็จำเป็น" นายกฯ กล่าว

ด้านนายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว เพราะถือว่าเป็นการพลิกการศึกษาไทยครั้งใหญ่ ดังนั้นหากต้องการทำให้ประสบความสำเร็จและยั่งยืน โครงการนำร่องจะต้องมีคณะผู้ติดตามและประเมินการดำเนินการในทุกระยะ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ครู ที่จะต้องเปลี่ยนความคิดจากผู้สอนตามตำรา เป็นผู้จัดกิจกรรม จัดกระบวนการความคิด และตัวกิจกรรม ต้องจัดให้เหมาะสมกับโรงเรียน อาทิ โรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ภูมิภาค อาจจะเน้นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยชุมชน หรือโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่อุตสาหกรรม อาจจะเน้นกิจกรรมส่งเสริมอาชีพ เป็นต้น

"ผมอยากเห็นนโยบายเรื่องนี้มีความเชื่อมโยงในหลายส่วน เพราะการลดจำนวนชั่วโมงเรียนดังกล่าวจะต้องส่งผลต่อหลักสูตรที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งยังต้องเปลี่ยนรูปแบบการประเมินและตัววัดผล แน่นอนว่ากิจกรรมเหล่านี้เป็นการสร้างเสริมลักษณะนิสัย ซึ่งมีการเชื่อมโยงต่อระบบการเข้าศึกษาต่อในระดับต่างๆ มากน้อยเพียงใด" อาจารย์ครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว และว่า สำหรับในช่วงระยะแรก ครูจำเป็นจะต้องดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ชี้แนะให้เด็กมีการคิดโจทย์กิจกรรมที่สนใจ รวมกลุ่มผู้ที่สนใจในลักษณะเดียวกัน และร่วมมือกันวางแผน แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ สร้างความมีวินัยและการรู้จักการช่วยเหลือกัน และเมื่อเด็กเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วก็จะสามารถจัดการได้ด้วยตนเอง.

สมพงษ์ จิตระดับ
"ถือว่าเป็นการพลิกการศึกษาไทยครั้งใหญ่ ดังนั้นหากต้องการทำให้ประสบความสำเร็จและยั่งยืน โครงการนำร่องจะต้องมีคณะผู้ติดตามและประเมินการดำเนินการในทุกระยะ".

ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ
"กิจกรรมในช่วงบ่ายจะเป็นส่วนของการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งจะให้เด็กสามารถอยู่ได้ในสังคม ต่อสู้ในสังคมภายนอกได้".

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
"ผมต้องการให้มีเวลาในช่วงบ่าย เพื่อให้เด็กมีเวลาปฏิสันถารด้วยกัน หรือมีเวลาวิเคราะห์วิจารณ์กัน ไปอ่านหนังสือนอกเวลา หรือไม่ก็สอนวิธีการนำสิ่งที่เรียนมาไปทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์ในวันหน้า เพราะหากเรียนหนังสืออย่างเดียว ทำงานไม่เป็นอีก ไม่รู้จะนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร".

 

 

ที่มา ไทยโพสต์ วันที่ 1 กันยายน 2558 


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> "สมพงษ์"ชี้ลดเวลาเรียนพลิกการศึกษาครั้งใหญ่ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบ ภาค ก และภาค ข ในการสอบบรรจุ ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ปี พ.ศ. 2564

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบ ภาค ก และภาค ข ในการสอบบรรจุ ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ปี พ.ศ. 2564
เปิดอ่าน 24,058 ครั้ง
คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์การทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ครั้งที่ 1/2565

คุรุสภาประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์การทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ครั้งที่ 1/2565
เปิดอ่าน 8,112 ครั้ง
ประกาศผลสอบ NT ชั้น ป.3 ปีการศึกษา 2564

ประกาศผลสอบ NT ชั้น ป.3 ปีการศึกษา 2564
เปิดอ่าน 22,959 ครั้ง
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 4/2565 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2565

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 4/2565 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2565
เปิดอ่าน 15,883 ครั้ง
ว26/2565 หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดสถานศึกษาในพื้นที่พิเศษ เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขในการลดระยะเวลาการขอเลื่อนวิทยฐานะ สายงานการสอน/บริหารสถานศึกษา

ว26/2565 หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดสถานศึกษาในพื้นที่พิเศษ เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขในการลดระยะเวลาการขอเลื่อนวิทยฐานะ สายงานการสอน/บริหารสถานศึกษา
เปิดอ่าน 2,110 ครั้ง
ประกาศรายชื่อโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา

ประกาศรายชื่อโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา
เปิดอ่าน 11,579 ครั้ง
หน่วยงาน ตำแหน่งไหน "อยู่หรือยุบ" ตามร่าง พรบ.การศึกษา บ้าง

หน่วยงาน ตำแหน่งไหน "อยู่หรือยุบ" ตามร่าง พรบ.การศึกษา บ้าง
เปิดอ่าน 19,214 ครั้ง
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 11/2565 เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 11/2565 เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565
เปิดอ่าน 3,234 ครั้ง
ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัด สพฐ.

ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัด สพฐ.
เปิดอ่าน 9,331 ครั้ง
รายชื่อสถานศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัยที่ขอรับการประกันคุณภาพภายนอก ระยะที่ 1 การประเมิน SAR และรายชื่อผู้ประเมินภายนอก ครั้งที่ 1 (1/2565)

รายชื่อสถานศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัยที่ขอรับการประกันคุณภาพภายนอก ระยะที่ 1 การประเมิน SAR และรายชื่อผู้ประเมินภายนอก ครั้งที่ 1 (1/2565)
เปิดอ่าน 11,766 ครั้ง
ประกาศผลสอบ O-NET ป.6 ปีการศึกษา 2564

ประกาศผลสอบ O-NET ป.6 ปีการศึกษา 2564
เปิดอ่าน 13,625 ครั้ง
รายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก ภาค ก และมีสิทธิเข้ารับการประเมิน ภาค ข และ ภาค ค การสอบคัดเลือก ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัด สพฐ.

รายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก ภาค ก และมีสิทธิเข้ารับการประเมิน ภาค ข และ ภาค ค การสอบคัดเลือก ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัด สพฐ.
เปิดอ่าน 17,611 ครั้ง
ว11/2565 ข้อกำหนดตามระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564

ว11/2565 ข้อกำหนดตามระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564
เปิดอ่าน 9,550 ครั้ง
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2565 ว้นที่ 27 มกราคม 2565

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2565 ว้นที่ 27 มกราคม 2565
เปิดอ่าน 13,554 ครั้ง
สพฐ.ออกแนวทางการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะ ตามหลักเกณฑ์ PA ทุกตำแหน่ง

สพฐ.ออกแนวทางการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะ ตามหลักเกณฑ์ PA ทุกตำแหน่ง
เปิดอ่าน 19,917 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ว33/2565 หลักเกณฑ์และวิธีการ ว่าด้วยการกำหนดจำนวน องค์ประกอบฯ ของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ.2565
ว33/2565 หลักเกณฑ์และวิธีการ ว่าด้วยการกำหนดจำนวน องค์ประกอบฯ ของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ.2565
เปิดอ่าน 3,746 ☕ 22 พ.ย. 2565

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
"ตรีนุช" ตั้งเป้านักเรียน 1 ล้านคนทำซีพีอาร์เป็น
"ตรีนุช" ตั้งเป้านักเรียน 1 ล้านคนทำซีพีอาร์เป็น
เปิดอ่าน 195 ☕ 6 ธ.ค. 2565

สพฐ.ปลื้ม!นักเรียนไทยคว้า24รางวัลในการแข่งขัน IMSO ระดับประถมศึกษา
สพฐ.ปลื้ม!นักเรียนไทยคว้า24รางวัลในการแข่งขัน IMSO ระดับประถมศึกษา
เปิดอ่าน 126 ☕ 6 ธ.ค. 2565

"ตรีนุช" ถกข้อคิดเห็นจัดทำร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
"ตรีนุช" ถกข้อคิดเห็นจัดทำร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
เปิดอ่าน 397 ☕ 5 ธ.ค. 2565

ศธ.– สพฐ.นำหนังสือพระราชทาน2เล่ม4,000 ชุดให้โรงเรียนจัดการเรียนรู้ตระหนักถึงความซื่อสัตย์-สุจริต-ไม่ทุจริต
ศธ.– สพฐ.นำหนังสือพระราชทาน2เล่ม4,000 ชุดให้โรงเรียนจัดการเรียนรู้ตระหนักถึงความซื่อสัตย์-สุจริต-ไม่ทุจริต
เปิดอ่าน 487 ☕ 2 ธ.ค. 2565

แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เปิดอ่าน 1,343 ☕ 2 ธ.ค. 2565

รัฐสภาไฟเขียวร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ "ตรีนุช" มั่นใจกฎหมายลูก 13 ฉบับเสร็จทันมีผลบังคับใช้
รัฐสภาไฟเขียวร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ "ตรีนุช" มั่นใจกฎหมายลูก 13 ฉบับเสร็จทันมีผลบังคับใช้
เปิดอ่าน 701 ☕ 1 ธ.ค. 2565

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

พิสูจน์กฎคณิตศาสตร์โดยใช้ภาพ
พิสูจน์กฎคณิตศาสตร์โดยใช้ภาพ
เปิดอ่าน 18,461 ครั้ง

ซึ้งมาก! บัณฑิตจุฬาฯ ก้มกราบพ่อพนง.ขับรถเก็บขยะทั้งชุดครุย พร้อมเล่าเรื่องประทับใจ
ซึ้งมาก! บัณฑิตจุฬาฯ ก้มกราบพ่อพนง.ขับรถเก็บขยะทั้งชุดครุย พร้อมเล่าเรื่องประทับใจ
เปิดอ่าน 10,281 ครั้ง

สมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ
สมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ
เปิดอ่าน 11,402 ครั้ง

วิวาห์ใต้สมุทรตรัง 2010
วิวาห์ใต้สมุทรตรัง 2010
เปิดอ่าน 9,426 ครั้ง

7 โรคอันตราย ที่มักเกิดกับสาว ๆ มากกว่าผู้ชาย !
7 โรคอันตราย ที่มักเกิดกับสาว ๆ มากกว่าผู้ชาย !
เปิดอ่าน 9,219 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

  • IELTS Test
  • SAT Test
  • สอบ IELTS
  • สอบ TOEIC
  • สอบ SAT
  • เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  • เพลงเด็กอนุบาล
  •  
    หมวดหมู่เนื้อหา
    เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


    · Technology
    · บทความเทคโนโลยีการศึกษา
    · e-Learning
    · Graphics & Multimedia
    · OpenSource & Freeware
    · ซอฟต์แวร์แนะนำ
    · การถ่ายภาพ
    · Hot Issue
    · Research Library
    · Questions in ETC
    · แวดวงนักเทคโนฯ

    · ความรู้ทั่วไป
    · คณิตศาสตร์
    · วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    · ภาษาต่างประเทศ
    · ภาษาไทย
    · สุขศึกษาและพลศึกษา
    · สังคมศึกษา ศาสนาฯ
    · ศิลปศึกษาและดนตรี
    · การงานอาชีพ

    · ข่าวการศึกษา
    · ข่าวตามกระแสสังคม
    · งาน/บริการสังคม
    · คลิปวิดีโอยอดนิยม
    · เกมส์
    · เกมส์ฝึกสมอง

    · ทฤษฎีทางการศึกษา
    · บทความการศึกษา
    · การวิจัยทางการศึกษา
    · คุณครูควรรู้ไว้
    · เตรียมประเมินวิทยฐานะ
    · ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
    · เครื่องมือสำหรับครู

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ