ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

เมื่อโดนสุนัขบ้ากัด..


เรื่องราวจากสมาชิก

8,979

views
Advertisement

เมื่อโดนสุนัขบ้ากัด..

โรคพิษสุนัขบ้า 

  พระท่านว่าไว้ โกรธคือโง่  โมโหคือบ้า ขึ้นชื่อว่าบ้าแล้วมักไม่ค่อยดี หรือที่ดีนั้นมีน้อย  เช่น บ้าเรียน บ้างาน แต่ก็ยังแสดงถึงการทำอะไรที่เกินพอดี มุ่งมั่นจนเกินไป ความบ้านั้นมีหลายขนาดความรุนแรง บ้าน้อยๆ ไม่ค่อยสร้างปัญหา แต่ถ้ามากๆ อาจจะเป็นอันตรายแก่ตนเองและคนใกล้ชิด เช่นพวกกินยาบ้า เป็นต้น ที่จะคุยวันนี้คือ โรคที่ทำให้บ้าจริง และถ้าเป็นแล้วตายลูกเดียวซะด้วย คือ โรคพิษสุนัขบ้า นะครับ  ส่วนพวกบ้ากี่ครั้งก็รักเธอ, บ้ากี่ทีก็มีเธอ, บ้ากี่หนก็ทนได้, แบบว่า บ้าจำเจ หรือบ้าซ้ำซาก  บ้าได้บ้าดี หรือ พวกชอบแกล้งบ้า เอาไว้คุยกันวันหลังนะครับ ตอนสมัยเด็กๆ พอจำได้ว่า เวลามีสุนัขบ้า ( เป็นแน่ๆ ) คือ มีน้ำลายฟูมปาก  เดินไปก็หยดไป

เดินเซ ๆ  เด้งหน้าเด้งหลัง กัดไม่เลือก  คือ  อะไรขวางหน้ากัดหมด  ทั้งสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งของ   ( ถ้าไม่บ้าไม่รู้จะว่ายังไงนะครับ ) คุณตาของผมท่านจะไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดไปจะไม่รีรอ หรือลังเลที่จะทำลาย โดยใช้ท่อนไม้ คือ ลำไม้ไผ่แก่ขนาดเหมาะมือ ไล่ทุบจนตาย ทุกตัวที่พบเห็น ซึ่งดูตามประสาเด็กก็ออกจะโหดร้ายไปซักหน่อย แต่จริงแล้วเป็นวิธีการเดียวที่จะควบคุมการแพร่กระจายโรคพิษสุนัขบ้าที่ดีที่สุด คือ การทำลายแหล่งเพาะเชื้อก็ตัวสัตว์ที่เป็นบ้านั่นเอง  ตอนเด็กผมเคยโดนสุนัขกัด  ต้องไปฉีดวัคซีนรอบๆ สะดือ 14 หรือ 17 เข็มนี่แหละ เสียวพิลึก ดีที่ไม่แพ้วัคซีน เพราะวัคซีนสมัยก่อนทำจากสมอง, เซลล์ประสาทของตัวอ่อนสัตว์ซึ่งทำให้แพ้ได้ แต่วัคซีนปัจจุบันนี้ปลอดภัยแล้วครับ  ไม่มีอาการข้างเคียงอะไร สบายใจได้

                ดังที่ทราบนะครับ โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่รุนแรง  ถ้าเป็นแล้วคือ รับเชื้อแล้วมีอาการ โอกาสรอดแทบไม่มี (ยังไม่มีรายงานว่ามีผู้ป่วยรอดชีวิต ) โรคนี้เกิดจากไวรัสพิษสุนัขบ้า หรือ Rabies Virus  ( ชื่อจริงคือ Rhabdo  Virus ) เกิดโรคเฉพาะในสัตว์เลือดอุ่นที่เลี้ยงลูกด้วยนม พบมากในเขตร้อน คนส่วนใหญ่ติดเชื้อจากสุนัขมากที่สุดนอกจากนั้นมี แมว ค้างคาว เป็นต้น  เมื่อโดนกัดเชื้อสุนัขบ้า ในน้ำลายของสุนัขที่เป็นโรค จะเข้าสู่แผล แบ่งตัวและกระจายตามเส้นประสาท เข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง คือ สมองและไขสันหลัง  ดังนั้นการปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำคัญมาก คือ  การทำความสะอาดแผลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ คือ  ล้างแผลด้วยน้ำสบู่ให้สะอาด  แล้วรีบปรึกษาแพทย์

                การที่คนจะติดเชื้อและเกิดโรคได้นั้น  ขึ้นกับปริมาณเชื้อในน้ำลายสุนัข  ความลึก  ความฉกรรจ์ของบาดแผล  ใกล้หรือไกลจากสมอง  ดังนั้น โดนกัดที่ใบหน้า หัวไหล่ จะมีโอกาสติดเชื้อรุนแรงกว่าโดนกัดที่เท้า เป็นต้น เมื่อเชื้อเข้าสู่สมองได้แล้ว  ก็จะทำให้เซลล์สมองอักเสบอย่างรุนแรง, บวม สุดท้ายเซลล์สมองตาย  ชีวิตก็อยู่ไม่ได้

                 อาการของโรคพิษสุนัขบ้าในคน  มักเริ่มด้วย  ปวดศีรษะ,  สับสน อารมณ์เปลี่ยนแปลง  กลัว,  ระแวง  ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นรอบตัวมากกว่าปกติ  เช่น เสียงดังๆ, สัมผัส, ลมพัด การเอามือโบกใกล้ๆ ตัวจะสะดุ้ง อาจจะมีความเสียว มึน ชา เจ็บบริเวณแผลที่โดนกัด ( ซึ่งมักจะเริ่มหายแล้ว ) อาการที่สำคัญอีกอย่าง  คือ  อาการกลืนของเหลวลำบาก  เวลากลืนจะเจ็บมาก เพราะกล้ามเนื้อลำคอจะเกร็งตัวและเจ็บไม่เฉพาะกล้ามเนื้อคอเท่านั้น กล้ามเนื้อกระดูกซี่โครง กล้ามเนื้อกระบังลมจะเกร็งด้วย  ทำให้ดื่มน้ำแล้วทรมาน  และเจ็บมาก  ทั้งที่อยากดื่มแต่ดื่มไม่ได้และแสดงความกลัวต่อการดื่มน้ำ  จึงเป็นที่มาของคำว่า  โรคกลัวน้ำ   ถ้าโรคเป็นมากจะสับสนมากขึ้น ซึม ไม่รู้สึกตัว ( COMA ) และเสียชีวิตเพราะกล้ามเนื้อหายใจเป็นอัมพาต สมองบวมมากระยะเวลาจากเริ่มมีอาการจนเสียชีวิต เฉลี่ยประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนระยะฟักตัว  คือ ตั้งแต่โดนกัด จนถึงมีอาการส่วนใหญ่ใช้เวลา 1 – 3 เดือน เร็วกว่านั้นก็ได้ หรือนานกว่านี้ก็มี  แต่น้อย บางคนนานเป็นปีค่อยมีอาการ ก็มีนะครับเพราะว่า โรคนี้เป็นแล้วรักษาไม่ได้ จึงจำเป็นจะต้องป้องกันไม่ให้มีการรับเชื้อเกิดขึ้น  คือ  พยายามไม่ให้โดนสุนัข ( สัตว์ ) กัด หรือถ้าโดนกัดแล้ว ก็ต้องป้องกันโดยเซรุ่ม และ / หรือวัคซีน  

การป้องกันหรือลดความเสี่ยงในการสัมผัสโรค

                -   ฉีดวัคซีนกันโรคพิษสุนัขบ้า  ให้สัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข หรือแมว โดยฉีดปีละ  2  ครั้ง

                -   ป้องกันสัตว์เลี้ยงไม่ให้โดนกัด เช่น มีอาณาบริเวณที่เป็นรั้วรอบขอบชิด

                -   ถ้าสัตว์เลี้ยงเราโดนกัด หรือป่วยต้องสังเกตอาการว่าจะเข้าข่ายติดเชื้อสุนัขบ้าหรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจปรึกษาสัตวแพทย์

                -   สุนัขจรจัดที่สงสัยว่าจะเป็นโรคพิษสุนัขบ้า  กรุณาตามทำลายเสีย ถ้าใจไม่ด้านพอควรแจ้งผู้เกี่ยวข้อง  เช่น เทศบาล

-  อาชีพที่เสี่ยงต่อการโดนสัตว์กัด  เช่น สัตวแพทย์บุรุษไปรษณีย์  ควรได้วัคซีนเพื่อป้องกัน

สัมผัสโรค ( รวมถึงคนที่จะไปจีบสาวบ้านที่มีสุนัขดุด้วย 

เมื่อโดนสัตว์กัดแล้ว

                -   ทำความสะอาดแผลทันทีด้วยน้ำสบู่ จนสะอาด

                -   ปรึกษาแพทย์ทันที  เพื่อพิจารณาว่าควรให้การป้องกัน ด้วยเซรุ่ม และ / หรือวัคซีนหรือไม่ ส่วนการจะฉีดอะไร  ฉีดกี่เข็ม ฉีดบาดทะยักด้วยหรือไม่ แพทย์จะเป็นคนวินิจฉัยเองนะครับ

                -   ถ้าทำได้ ให้สังเกตอาการสัตว์  10  วันเพราะถ้าสัตว์ติดเชื้อพิษสุนัขบ้า  มักเสียชีวิตภายใน  10  วัน

        -   ถ้าทำได้ เพื่อพิสูจน์ว่าสัตว์ติดเชื้อพิษสุนัขบ้าหรือไม่  คือ การส่งสมองสัตว์พิสูจน์ ซึ่งอาจจะทำไม่       ได้ทุกราย ก็หวังว่าพอจะช่วยอุ่นใจในระดับหนึ่งนะครับ เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า  แต่สำหรับโรคบ้าอื่นๆ ก็ต้องมีวิธีแก้กันไปคนละแบบนะครับ ยิ่งร้อนนี้ ร้อนจริงๆ ดูบรรยากาศรอบๆ ตัวทั้งเรื่องเศรษฐกิจ  การเมือง  ผมว่ามันก็น่าบ้าเหมือนกันนะครับ ก็คงต้องอาศัยการตั้งสมาธิ  ปล่อยวางเตรียมใจยอมรับเผื่อแผ่แบ่งปันให้ผู้อื่นบ้าง กินอยู่อย่างพอดี รับรองว่าไม่บ้าครับ

                               ขอบคุณที่มาwww.popcare.com           โดย  .. เชวง  ลิขสิทธิ์  

                                                       แบบนี้..ไม่หายนะครับ

......คอยใครเอ่ย..?..ผมอยู่นี่ครับ...!

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 1833 วันที่ 6 เม.ย. 2552


เมื่อโดนสุนัขบ้ากัด..

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

เข้าวัด..เพื่อพักใจ

เข้าวัด..เพื่อพักใจ


เปิดอ่าน 8,972 ครั้ง
***ภาพหายาก*** แปลกๆ!!!

***ภาพหายาก*** แปลกๆ!!!


เปิดอ่าน 8,957 ครั้ง
ข้อคิดจากเพื่อน

ข้อคิดจากเพื่อน


เปิดอ่าน 8,973 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

"ไข่มุกเผยไทยคว้าที่3 ชุดประจำชาติ"

"ไข่มุกเผยไทยคว้าที่3 ชุดประจำชาติ"

เปิดอ่าน 8,987 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
บุญของการให้และช่วยชีวิต
บุญของการให้และช่วยชีวิต
เปิดอ่าน 8,963 ☕ คลิกอ่านเลย

วิธีป้องกันตัวที่ช่วยคนมามากแล้ว
วิธีป้องกันตัวที่ช่วยคนมามากแล้ว
เปิดอ่าน 8,960 ☕ คลิกอ่านเลย

สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
เปิดอ่าน 8,955 ☕ คลิกอ่านเลย

หาดูยาก.....มิ่งขวัญชาวไทย
หาดูยาก.....มิ่งขวัญชาวไทย
เปิดอ่าน 8,951 ☕ คลิกอ่านเลย

ไม่ท้อ.... ไม่ทุกข์.
ไม่ท้อ.... ไม่ทุกข์.
เปิดอ่าน 8,960 ☕ คลิกอ่านเลย

เห็ดหูหนูดำป้องกันหลอดเลือดอุดตัน
เห็ดหูหนูดำป้องกันหลอดเลือดอุดตัน
เปิดอ่าน 8,958 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

กล้วยป่า
กล้วยป่า
เปิดอ่าน 20,235 ครั้ง

Oligio X กับ Oligio เลือกแบบไหนดี? เปรียบเทียบชัดทุกจุดก่อนตัดสินใจยกกระชับผิว
Oligio X กับ Oligio เลือกแบบไหนดี? เปรียบเทียบชัดทุกจุดก่อนตัดสินใจยกกระชับผิว
เปิดอ่าน 97 ครั้ง

แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เปิดอ่าน 8,227 ครั้ง

สวมแหวนนิ้วไหนถึงจะมีโชค
สวมแหวนนิ้วไหนถึงจะมีโชค
เปิดอ่าน 18,914 ครั้ง

อายุขัยชายเกือบไล่ทันหญิง เพราะปรับเปลี่ยนนิสัยการกินอยู่เสียใหม่
อายุขัยชายเกือบไล่ทันหญิง เพราะปรับเปลี่ยนนิสัยการกินอยู่เสียใหม่
เปิดอ่าน 11,001 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ