ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > รู้หรือไม่ว่า 10 ข้อที่เด็กทุกคนในโลกนี้ต้องการมากที่สุดคืออะไร
รู้หรือไม่ว่า 10 ข้อที่เด็กทุกคนในโลกนี้ต้องการมากที่สุดคืออะไร
ความรู้ทั่วไป โพสต์เมื่อวันที่ : 8 ก.พ. 2559 เปิดอ่าน : 16,886 ครั้ง
☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน
Advertisement

รู้หรือไม่ว่า 10 ข้อที่เด็กทุกคนในโลกนี้ต้องการมากที่สุดคืออะไร
Advertisement

รู้หรือไม่ว่า 10 ข้อที่เด็กทุกคนในโลกนี้ต้องการมากที่สุดคืออะไร / ดร.แพง ชินพงศ์

ความต้องการพื้นฐานของเด็กทุกคนในโลกนี้คืออะไร อาจเป็นคำถามที่มีผู้ใหญ่หลายๆ คนไม่รู้ วันนี้ผู้เขียนได้รวบรวม 10 ข้อซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นสิ่งที่เด็กทุกคนในโลกนี้ต้องการ มีดังนี้

1. ให้ความต้องการขั้นพื้นฐาน ที่พวกเขาจะได้รับการตอบสนองทันที เมื่อพวกเขามีความต้องการเหล่านี้ อันได้แก่ การที่เด็กได้รับอาหารเมื่อหิว การที่เด็กได้รับความรักความอบอุ่น และความปลอดภัยเมื่อเกิดอันตราย การที่เด็กได้รับความช่วยเหลือเมื่อรู้สึกกลัว อารมณ์เสียหรือเจ็บป่วย การที่เด็กรับรู้ได้ว่ามีบางคนที่ไว้ใจได้ที่จะดูแลพวกเขาอยู่เสมอ และการมีเวลาคุณภาพสำหรับครอบครัว

จำไว้ว่าการรอคอย 2-3 นาทีเป็นสิ่งที่ยาวนานเกินไปสำหรับทารกเมื่อเขาหิวหรืออารมณ์เสีย เมื่อเด็กได้รับการปลอบประโลมพวกเขาจะรู้สึกปลอดภัย ในกรณีของเด็กโตสามารถรอคอยได้ยาวนานกว่าก็จริง แต่พวกเขาจำเป็นต้องรู้และมั่นใจว่าเมื่อเขาหิวจะมีอาหารกิน และเมื่อรู้สึกเศร้าหรือเจ็บปวดจะมีคนที่สามารถจะวิ่งเข้าไปหาได้

2. ความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย ทำให้พวกเขาเริ่มจะรู้จักไว้วางใจคนอื่น เด็กที่มีความรู้สึกไม่ปลอดภัยจะรู้สึกกระวนกระวายใจและไม่มีความสุขตลอดเวลา และจะส่งผลต่อสุขภาพและการเรียนรู้ แต่เมื่อเด็กๆเรียนรู้ว่าเขาสามารถไว้ใจผู้ใหญ่ที่อยู่รอบข้างได้ จะทำให้เขาเติบโตขึ้นอย่างมีความสุข มีสุขภาพจิตดีและเป็นคนคิดบวก

3. ความรักและการโอบกอด ความรักและการโอบกอดช่วยให้เด็กรู้สึกปลอดภัยและมีความสุข เราจะแสดงความรักกับเด็กได้โดยการ อุ้ม กอด หอม และให้เขานั่งบนตัก การแสดงความรักกับเด็กอย่างสม่ำเสมอจะทำให้เขารับรู้ว่าเรารักและเป็นห่วงเขาเสมอ

เด็กเล็กๆหรือในวัยทารกชอบเล่นเกมแห่งความรัก เช่น กระโดดโยกตัวไปมา ย่อเขา เป็นจังหวะ จั๊กจี้เบาๆ หรือเล่นเกมที่มีโอกาสได้ฝึกนิ้วมือและนิ้วเท้า เด็กๆ ชอบและมีความสนุกมากเมื่อเราจับมือเวลาเดินไปไหนต่อไหนเพราะพวกเขาจะมีความรู้สึกว่าได้รับการป้องกันจากอันตรายและมีความรู้สึกที่มั่นคงปลอดภัยเมื่อต้องออกไปเผชิญโลกภายนอก

สำหรับเด็กที่โตแล้วผู้ใหญ่สามารถแสดงความรักได้โดยการพูดเตือนใจเด็กๆอยู่เสมอว่าเรารักเขา เราสามารถแสดงความรักด้วยการกอด หอม ราตรีสวัสดิ์ หรือแตะให้กำลังใจที่บ่า นอนกอดใกล้ๆ กันเมื่ออ่านหนังสือก่อนนอนและดูทีวีร่วมกับลูก

4. ชมลูกบ่อยๆ ลูกต้องการให้เราชมและแสดงความชื่นชมต่อตัวเขา เมื่อเราชมลูกและให้กำลังใจในเวลาที่เขาทำสิ่งที่ดี เวลาที่เขาประสบความสำเร็จ หรือเวลาที่เขากำลังพยายามทำในสิ่งที่ดีๆ อยู่ จะทำให้พวกเขาอยากทำสิ่งดีฟเหล่านั้นอีกต่อไป การชมลูกบ่อยๆ เมื่อลูกทำในสิ่งดีจะเป็นการปลูกฝังให้ลูกเป็นคนมีความภาคภูมิใจในตนเองและมีความรู้สึกที่ดีต่อตัวเอง ซึ่งเด็กที่มีความรู้สึกดีต่อตัวเองจะ เรียนรู้และปรับตัวได้ง่ายกับสิ่งแวดล้อม เป็นคนมีความพยายาม และสามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนและสังคมได้ไม่ยาก

5. ยิ้ม รอยยิ้มเป็นสิ่งแรกที่ลูกเรียนรู้จากพ่อแม่ รอยยิ้มเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายและช่วยให้เด็กๆ มีความสุขและรู้สึกปลอดภัย เมื่อเรายิ้มเป็นการแสดงออกที่เราบอกกับลูกว่าเรารักเขา เราอยากอยู่ใกล้ๆ เขา เราชื่นชมในตัวเขา เรารู้ว่าเขามีความสุข และเราสนุกที่ได้มีโอกาสเล่นกับเขา รอยยิ้มจะได้ผลดีเมื่ออยู่ในระดับสายตาของเด็ก การยิ้มกับลูกจะช่วยให้ลูกรู้ว่าเราสนใจและฟังเขาอยู่ ซึ่งทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นใจเป็นอย่างมาก

6. พูดคุยกับลูกบ่อยๆ เป็นสิ่งที่ดีที่เราจะพูดคุยร้องเพลงให้ลูกวัยทารกฟัง เสียงที่อ่อนโยนจะช่วยให้เด็กรู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งเด็กๆ จะเริ่มเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ เมื่อเราพูดคุยกับเขามากขึ้น เด็กๆจะเรียนรู้การใช้คำศัพท์จากผู้ใหญ่ ดังนั้นผู้ใหญ่ควรระมัดระวังการใช้คำพูดที่เหมาะสมและใช้ภาษาให้ถูกต้องกับเด็กๆ

เมื่อลูกยังอยู่ในวัยเด็กลูกชอบหนังสือที่มีภาพประกอบมากๆ นอกจากนี้ การร้องเพลงก็เป็นการสื่อสารอีกทางหนึ่งที่นอกจากลูกจะได้เรียนรู้คำศัพท์แล้วยังทำให้ลูกเพลิดเพลินสนุกสนานและมีความสุขอีกด้วย

7. การฟัง
เมื่อลูกโตมากขึ้นเขาสามารถจะรู้จักคำศัพท์มากขึ้น และเริ่มรู้จักตั้งคำถาม ดังนั้นการฟังจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่เราสามารถจะตอบคำถามลูกได้ เราจะแสดงให้ลูกรู้ว่าการเรียนรู้เป็นสิ่งที่สนุก การฟังเป็นการสื่อสารที่ดีและเป็นการแสดงให้เห็นว่าเราสนใจลูก เมื่อลูกถามคำถามที่ยากๆเราสามารถตอบคำถามได้โดยการใช้คำง่ายๆ อธิบาย สมุดภาพและอัลบั้มรูปจะเป็นตัวช่วยที่ดี เด็กๆชอบเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาเอง เราสามารถจะทำอัลบั้มรูปภาพและประวัติความเป็นมาของเด็กๆ ในช่วงวัยต่างๆ ตั้งแต่ตอนเกิดมา เช่น การพิมพ์นิ้วมือ รูปภาพ คำพูดคำแรก และการ์ดวันเกิดที่ลูกชอบ อ่านให้ลูกฟัง ลูกจะมีความสุขมากทีเดียว

8. เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากสิ่งรอบตัว เราไม่จำเป็นจะต้องใช้ของเล่นราคาแพง หรือเครื่องเล่นที่มีความยุ่งยากซับซ้อน แต่เราสามารถจะใช้สิ่งที่อยู่รอบๆ ตัว เป็นเครื่องมือที่ทำให้ลูกเกิดการเรียนรู้ได้ เช่น การพาลูกไปเดินสำรวจสวนสาธารณะหรือชายหาด สำรวจต้นไม้ดอกไม้ สะสมเปลือกหอย การเรียนรู้เหล่านี้สำหรับเด็กเป็นเรื่องที่สนุกและท้าทาย

9. ใส่ใจกับความรู้สึกของลูก บางครั้งลูกอาจจะไม่สามารถหาคำศัพท์ที่จะอธิบายให้เราฟังได้ ว่าเขารู้สึกกลัวหรือเศร้า เด็กทารกหรือเด็กเล็กๆ จะกลัวสิ่งใหม่ๆ และยากต่อการปรับตัวกับสิ่งที่แตกต่างจากเดิม เช่นกลัวคนแปลกหน้าหรือสิ่งที่ไม่มีตัวตน กลัวความมืด กลัวเสียงที่ดัง อย่าล้อลูกและคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าขบขันแต่เราควรอธิบายให้ลูกฟังด้วยคำพูดที่เข้าใจง่าย ไม่ควรหลอกหรือทำให้ รู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวนั้นเป็นสิ่งน่ากลัว

10. การให้รางวัลหรือของพิเศษ หากพ่อแม่อยากจะให้ลูกมีความประพฤติที่ดี ให้เราใส่ใจและเสริมแรงเมื่อลูกทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อเป็นการเสริมแรงให้ลูกอยากทำสิ่งเหล่านั้นมากขึ้น แต่จำไว้ว่ารางวัลที่ดีที่สุดสำหรับลูกคือเวลาและการใส่ใจ ใช้เวลาเล่นและมีความสุขร่วมกันกับลูกเป็นสิ่งที่ไม่ต้องเสียเงินทองมากมาย แค่ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะหรือที่ชายหาด ไปปิกนิกร่วมกันกับลูก ก็ทำให้ลูกมีความสุขมากมายแล้ว

ผู้เขียนมั่นใจว่าทั้ง 10 ข้อที่กล่าวไปทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำเพื่อลูกได้ไม่ยากเลย จริงไหมคะ? 

 

ขอบคุณที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559


Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

เมื่อรู้สึกว่าอ้วนเกินไป ทำยังไงดี

เมื่อรู้สึกว่าอ้วนเกินไป ทำยังไงดี
เปิดอ่าน 14,575 ครั้ง
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่!! ข้อคิดวันตรุษจีน

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่!! ข้อคิดวันตรุษจีน
เปิดอ่าน 9,828 ครั้ง
คลายเครียด ด้วยการดื่มน้ำ

คลายเครียด ด้วยการดื่มน้ำ
เปิดอ่าน 8,712 ครั้ง
Google Me เตรียมชนขาใหญ่ Facebook

Google Me เตรียมชนขาใหญ่ Facebook
เปิดอ่าน 7,301 ครั้ง
วิธีไหว้แก้ชงต่อเทพเจ้า ให้ถูกต้อง-ถูกองค์

วิธีไหว้แก้ชงต่อเทพเจ้า ให้ถูกต้อง-ถูกองค์
เปิดอ่าน 9,351 ครั้ง
กลเม็ดหาเงินสร้างธุรกิจ

กลเม็ดหาเงินสร้างธุรกิจ
เปิดอ่าน 9,735 ครั้ง
9 ทริคดี ๆ เพิ่มความจำ อัพสมองให้สดใส

9 ทริคดี ๆ เพิ่มความจำ อัพสมองให้สดใส
เปิดอ่าน 9,955 ครั้ง
ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล เดือนธันวาคม 2551

ฤกษ์ดี ฤกษ์มงคล เดือนธันวาคม 2551
เปิดอ่าน 14,828 ครั้ง
7 วิธีเติมความมีชีวิตชีวาให้ชีวิต

7 วิธีเติมความมีชีวิตชีวาให้ชีวิต
เปิดอ่าน 11,062 ครั้ง
คีย์บอร์ดเสมือนจริงกูเกิล

คีย์บอร์ดเสมือนจริงกูเกิล
เปิดอ่าน 13,762 ครั้ง
อวสาน ส้วมนั่งยอง! ครม.ประกาศ ปี 59 ทุกครัวเรือนต้องใช้ส้วมชักโครก 90% รับสังคมผู้สูงวัย

อวสาน ส้วมนั่งยอง! ครม.ประกาศ ปี 59 ทุกครัวเรือนต้องใช้ส้วมชักโครก 90% รับสังคมผู้สูงวัย
เปิดอ่าน 13,182 ครั้ง
หลักธรรมของชีวิตคู่

หลักธรรมของชีวิตคู่
เปิดอ่าน 43,692 ครั้ง
ช้อน-ส้อม จุ่มน้ำร้อนหม้อหุงข้าว ฆ่าเชื้อโรคไม่ตาย

ช้อน-ส้อม จุ่มน้ำร้อนหม้อหุงข้าว ฆ่าเชื้อโรคไม่ตาย
เปิดอ่าน 13,277 ครั้ง
เผย 5 สมุนไพร ลดความดันโลหิตสูง ที่คุณคาดไม่ถึง

เผย 5 สมุนไพร ลดความดันโลหิตสูง ที่คุณคาดไม่ถึง
เปิดอ่าน 23,834 ครั้ง
10 อาหารอุดมแคลเซียม ที่จะช่วยคุณลดน้ำหนักได้

10 อาหารอุดมแคลเซียม ที่จะช่วยคุณลดน้ำหนักได้
เปิดอ่าน 13,897 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ลายมือนักธุรกิจ
ลายมือนักธุรกิจ
เปิดอ่าน 24,670 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
"ส้มตำ" มีมานานหรือยัง?
"ส้มตำ" มีมานานหรือยัง?
เปิดอ่าน 8,585 ☕ คลิกอ่านเลย

Toshiba Libretto W100  มินิโน้ตบุ๊ก2จอสัมผัส
Toshiba Libretto W100 มินิโน้ตบุ๊ก2จอสัมผัส
เปิดอ่าน 10,181 ☕ คลิกอ่านเลย

8 เทคนิครักษาดอกกุหลาบให้อยู่ได้นานขึ้น
8 เทคนิครักษาดอกกุหลาบให้อยู่ได้นานขึ้น
เปิดอ่าน 12,557 ☕ คลิกอ่านเลย

7 วิธีกินผักแบบไม่ขาดสารอาหาร รับเทศกาลเจ
7 วิธีกินผักแบบไม่ขาดสารอาหาร รับเทศกาลเจ
เปิดอ่าน 10,708 ☕ คลิกอ่านเลย

วิจัยพบ"ตำลึงทอง"รักษากระดูกพรุน
วิจัยพบ"ตำลึงทอง"รักษากระดูกพรุน
เปิดอ่าน 13,683 ☕ คลิกอ่านเลย

กระเป๋านักเรียนหนักเสี่ยง! หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
กระเป๋านักเรียนหนักเสี่ยง! หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
เปิดอ่าน 9,085 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

กินลูกเดือยต้านมะเร็ง
กินลูกเดือยต้านมะเร็ง
เปิดอ่าน 15,256 ครั้ง

เด็กเก่ง "อุดรพิทยานุกูล" สอบติดมหาลัยยกชั้น 5 ห้องรวด เรียนแพทย์ 44 คน
เด็กเก่ง "อุดรพิทยานุกูล" สอบติดมหาลัยยกชั้น 5 ห้องรวด เรียนแพทย์ 44 คน
เปิดอ่าน 55,702 ครั้ง

เรียนรู้จากนิราศ
เรียนรู้จากนิราศ
เปิดอ่าน 16,860 ครั้ง

กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ. ๒๕๕๕
กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ. ๒๕๕๕
เปิดอ่าน 11,948 ครั้ง

ปัญหาหน้าห้องใหญ่กว่านาย ... การศึกษาไทยสะดุด
ปัญหาหน้าห้องใหญ่กว่านาย ... การศึกษาไทยสะดุด
เปิดอ่าน 12,951 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

  • IELTS Test
  • SAT Test
  • สอบ IELTS
  • สอบ TOEIC
  • สอบ SAT
  • เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  • เพลงเด็กอนุบาล
  •  
    หมวดหมู่เนื้อหา
    เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


    · Technology
    · บทความเทคโนโลยีการศึกษา
    · e-Learning
    · Graphics & Multimedia
    · OpenSource & Freeware
    · ซอฟต์แวร์แนะนำ
    · การถ่ายภาพ
    · Hot Issue
    · Research Library
    · Questions in ETC
    · แวดวงนักเทคโนฯ

    · ความรู้ทั่วไป
    · คณิตศาสตร์
    · วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    · ภาษาต่างประเทศ
    · ภาษาไทย
    · สุขศึกษาและพลศึกษา
    · สังคมศึกษา ศาสนาฯ
    · ศิลปศึกษาและดนตรี
    · การงานอาชีพ

    · ข่าวการศึกษา
    · ข่าวตามกระแสสังคม
    · งาน/บริการสังคม
    · คลิปวิดีโอยอดนิยม
    · เกมส์
    · เกมส์ฝึกสมอง

    · ทฤษฎีทางการศึกษา
    · บทความการศึกษา
    · การวิจัยทางการศึกษา
    · คุณครูควรรู้ไว้
    · เตรียมประเมินวิทยฐานะ
    · ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
    · เครื่องมือสำหรับครู

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ