ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > การปฏิรูปการศึกษาไทยให้สำเร็จ ต้องปฏิรูปทั้งระบบ โดย เพชร เหมือนพันธุ์
การปฏิรูปการศึกษาไทยให้สำเร็จ ต้องปฏิรูปทั้งระบบ โดย เพชร เหมือนพันธุ์
บทความการศึกษา โพสต์เมื่อวันที่ : 24 ก.พ. 2560 เปิดอ่าน : 10,957 ครั้ง
☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน
Advertisement

การปฏิรูปการศึกษาไทยให้สำเร็จ ต้องปฏิรูปทั้งระบบ โดย เพชร เหมือนพันธุ์
Advertisement

การปล่อยระยะเวลาให้ล่วงเลยไปโดยที่ยังมองไม่เห็นหนทางที่จะแก้ปัญหาความตกต่ำของคุณภาพการศึกษาไทย ย่อมมีหายนะรออยู่ข้างหน้า สารพัดเครื่องมือทางกลยุทธ์ที่กระทรวงศึกษาธิการ นำมาแก้ปัญหาการศึกษาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ STEM หรือ ปตอ. (ประกาศนียบัตรเตรียมอาชีวศึกษาในระดับมัธยมศึกษา) ก็เปรียบเสมือนกับการปะผุอุดรอยรั่วของท้องเรือเพื่อกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท้องเรือทำให้จมลงไปใต้น้ำได้เท่านั้น

เวลาที่สูญเสียไปคือต้นทุนของประเทศ โลกยุคนี้กำลังเผชิญอยู่กับการแข่งขันทั้งทางการค้าและทางเทคโนโลยี โลกได้ก้าวเข้าสู่ยุค New Digital World ไปแล้ว บัดนี้ประเทศที่เคยตามหลังเรามาห่างๆ กำลังจะแซงขึ้นหน้าประเทศเราอย่างน่าประหลาดใจ ทั้งๆ ที่เราได้อัดฉีดงบประมาณทุ่มเทลงไปอย่างมากมาย แต่ก็ไม่ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นได้ อาการป่วยยังคงซึมลึก ดูได้จากผลการสอบ PISA คราวล่าสุด แล้วจะให้ผู้ปกครองนักเรียนหรือชาวบ้านที่ไม่มีทางเลือก ไม่รู้สึกกระวนกระวายใจในอนาคตของบุตรหลานของเขาได้อย่างไร

ในสามก๊ก อ้องอุ้น เมื่อกำจัด ตั๋งโต๊ะ ได้แล้ว ก็ได้รับแต่งตั้งจากฮ่องเต้ให้เป็นอุปราช เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหาไม่เชื่อคำแนะนำของ ตันก๋ง สหายคนสนิท ที่เสนอให้โอกาสแก่ ลิฉุย กุยกี ลูกน้องเก่าของตั๋งโต๊ะ ที่ได้ทำหนังสือมาเพื่อขอมอบตัว กลับตัดสินใจผิดพลาด สั่งให้แม่ทัพชื่อ ลิโป้ ลุยหวังเผด็จศึก จนทำให้ศัตรูที่จนตรอกเหลือทางรอดทางเดียวคือหันกลับมาสู้บุกยึดเมืองหลวงคืน ในที่สุดก็ต่อต้านศัตรูที่บุกมาไม่ได้ ต้องพ่ายแพ้แล้วถูกทหารข้าศึกรุมประชาทัณฑ์จนตายในที่สุด บทเรียนในครั้งนั้นคือ การวางแผนนโยบายที่ผิดพลาด "เดินหมากผิดแค่ตัวเดียวทำให้เสียทั้งกระดาน"

การปฏิรูปการศึกษาไทยจะต้องปฏิรูปทั้งระบบ ต้องกล้าหาญและวางแผนวางนโยบายให้ถูกต้อง แม้จะต้องรื้อทั้งระบบก็ต้องยอม จะมามัวนั่งปะผุรอยรั่วของเก่าอยู่อย่างทุกวันนี้ไม่ได้ ต้องมีทฤษฎีอ้างอิง มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือมารองรับ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในอดีตที่ผ่านมามันล้าสมัยไปหมดแล้ว ระบบเก่าๆ เปื่อยผุพังไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่โรงเรียนขังนักเรียนทั้งวันอยู่ในห้อง การวัดผลการเรียน การสอบ Gat Pat การสอบ O-Net, A-Net การสอบแก้ 0 ร. มส. การให้ผ่านโดยไม่มีการเรียนซ้ำชั้น หรือการประเมิน ผลงานของครู มันคือระบบเก่าที่เละที่สุด

บทความฉบับที่แล้ว ผู้เขียนได้นำเสนอให้ท่านนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ตัดสินใจทำการวิจัยเชิงคุณภาพ คือ Action Research โดยส่งนักวิจัยหรือครู ไปศึกษาวิจัยในประเทศที่จัดการศึกษาประสบผลสำเร็จ ใน 5 ประเทศ เช่น สิงคโปร์ เกาหลี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟินแลนด์ เป็นต้น ในบทความฉบับนี้อยากเสนอท่านนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ เลือกทำวิจัยแบบ Case study research model หรือแบบ Mix model ก็ได้ จะใช้เงินลงทุนประมาณ 100-200 ล้านบาท ซึ่งไม่มากมายอะไรเลยเมื่อเทียบกับเวลาที่เราต้องสูญเสียไป ส่วนเค้าโครงการวิจัยท่านต้องให้ผู้เชี่ยวชาญจัดทำนำเสนอให้ตรงกับประเด็นปัญหา การวิจัยอาจใช้เวลาถึงหนึ่งปี การแก้ปัญหาที่ผ่านมาเราใช้เพียงการวิเคราะห์ปัญหาและหาทางเลือกอย่างตื้นเขิน (Shallow Analyses) ใช้เพียงสามัญสำนึก หรือคิดเอาเอง จึงแก้ปัญหาไม่ถูกจุด คุณภาพการศึกษาไทยจึงได้ดัมพ์หัวต่ำลงไปเรื่อยๆ

ปัจจุบัน เรามีตัวอย่างสถาบันการศึกษาที่ทันสมัยเป็น Modern School ให้เห็น ทั้งที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศ เช่น โรงเรียนนานาชาติที่ประสบผลสำเร็จในหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยเอเชียของ ดร.วิพรรธ์ เริงวิทยา ที่ชลบุรี ท่านนำรูปแบบการจัดการโรงเรียนมาจากอังกฤษ Imperial College ห้องเรียนหนึ่งมีนักเรียนบรรจุอยู่เพียงห้องละ 15 คน เด็กนักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงในการเรียน วัฒนธรรมองค์กรภายในโรงเรียนมีความแตกต่างจากโรงเรียนในแบบไทยๆ อย่างมาก หรืออีกตัวอย่าง โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ต้นแบบวิทยาศาสตร์ ที่มีคะแนน PISA ใกล้เคียงกับประเทศชั้นนำในระดับโลก มีหลายประเทศในโลกที่เขาจัดเวลาเรียนเพียงครึ่งวันแต่คุณภาพการศึกษาของเขากลับสูงขึ้น เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม และญี่ปุ่น

เด็กยุคใหม่เกิดมาพร้อมกับ Digital การพัฒนาตนเอง การเรียน การลงทุนใช้ระยะเวลาสั้นๆ กิจกรรมการเรียนบางรายวิชาก็เป็นแบบ on line learning คุณสมบัติพื้นฐานของคนในยุคนี้จึงต้องเป็นวัฒนธรรมสากล มีจรรยาบรรณสากล เช่น มีความซื่อสัตย์ ขยัน อดทน สู้งาน หิวกระหายที่จะใฝ่รู้ มีความรู้ความสามารถในการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสืบค้นหาข้อมูลได้ด้วยตนเอง สามารถในการสื่อสารภาษาสากล มีความเข้าใจผู้อื่นและทำงานร่วมมือกับคนอื่นได้ มีทักษะที่จำเป็นในอนาคต มีความคิดสร้างสรรค์ที่จะไปพัฒนาตนเองต่อไปได้

รัฐบาลต้องปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาในทุกระดับโดยเร่งด่วน ต้องจัดหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับทักษะที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และต้องให้สอดคล้องกับพัฒนาการตามวัยของ ผู้เรียน เด็กที่จบหลักสูตรในแต่ละระดับต้องสามารถนำความรู้ทักษะประสบการณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ ผู้เขียนได้มีโอกาสสนทนากับช่างก่อสร้าง เขาบอกว่าเขาเรียนจบชั้น ป.6 ไม่มีเงินเรียนต่อ พ่อแม่มีลูกหลายคน จึงตามญาติลงมาทำงานก่อสร้างที่กรุงเทพฯ แรกเริ่มก็ช่วยงานขนหินปูนทราย เดินเหล็กผูกเหล็ก หิ้วถังปูน ต่อมาก็เป็นช่างเชื่อมเหล็ก ปักผังตั้งแบบวางเสา พัฒนาตนเองมาเรื่อยๆ จนอ่านแบบเป็น สั่งวัสดุได้ รับเหมางานเป็น แล้วก็พัฒนาตนเองมาเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง เป็นเจ้าของกิจการ ผู้เขียนถามช่างว่า ความรู้ที่ได้มาจากการเรียนจบชั้น ป.6 ได้นำมาใช้บ้างหรือไม่ เขาตอบว่าก็สามารถนำมาใช้อ่านรายการต่างๆ ที่เป็นภาษาอังกฤษได้บ้าง ความรู้ทางคณิตศาสตร์ก็สามารถนำมาคิดคำนวณหาต้นทุนกำไรได้ นำมาทำบัญชีรับจ่ายง่ายๆ ได้ มีความเข้าใจในสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจสังคมการเมืองแบบทั่วไป

เด็กที่เรียนจบเพียงชั้น ม.3 ไม่สามารถเรียนต่อก็ออกทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองช่วยพ่อแม่ได้ เด็กเหล่านี้มีบางคนขณะเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นมักไม่ค่อยสนใจเรียน เพราะเขารู้ตัวเองว่าถึงจะตั้งใจเรียนดีอย่างไรก็ไม่มีโอกาสที่จะได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น เด็กจึงกังวลถึงแต่เรื่องจะออกไปหาเงินเลี้ยงชีวิต หรือไม่บางคนก็เกเรไปเลย ถามว่าหลักสูตรการศึกษาไทยได้เตรียมสอนทักษะในการทำมาหากินให้เด็กในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นได้เพียงพอหรือไม่ ในหลายประเทศ เช่น ยุโรป อเมริกา สิงคโปร์ เด็กที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นสามารถทำงานหาเงินเลี้ยงตนเองได้ เด็กที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ม.6 เด็กไทยทางโรงเรียนได้สอนทักษะอะไรบ้างเพื่อให้เขาสามารถนำความรู้ในระดับชั้น ม.ปลายมาประกอบอาชีพได้ ในหลายประเทศเด็กขณะที่เรียนอยู่ได้ออกมาทำงาน พาร์ตไทม์ หาเงินใช้ส่วนตัวได้ เช่น ที่สิงคโปร์ เยอรมนี ญี่ปุ่น เป็นต้น บางคนออกจากระบบโรงเรียนเพื่อประกอบอาชีพได้เลย ถามว่าระบบการศึกษาไทยได้มีหลักสูตรวิชาชีพให้เด็กในแต่ละระดับชั้นเพียงพอหรือไม่

เด็กไทยที่เรียนจบในระดับชั้นปริญญาตรี มีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะทำงานอิสระ เป็นผู้ประกอบการเองได้หรือไม่ หรือรอเพื่อจะสอบบรรจุเป็นพนักงานลูกจ้างรายเดือนไปตลอดชีวิตได้เท่านั้น หลักสูตรแต่ละระดับต้องให้ความรู้ทักษะทางด้านประกอบอาชีพ ผ่านการฝึกปฏิบัติงานในภาคสนาม มีทักษะในทางการเงินการบัญชี มีความกล้าท้าทายที่จะเป็นผู้ประกอบการเองได้ หลักสูตรที่ผ่านมาทักษะที่สำคัญในชีวิต ทางโรงเรียนกลับไม่ได้สอน เรียนจบมาแล้วต้องไปค้นหาเอาเอง ดังนั้นการปฏิรูปการศึกษาไทยต้องปฏิรูปทั้งระบบจึงจะไปรอด

เมื่อวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสไปกับเพื่อนชาว Bosnia ที่ สปป.ลาว นครเวียงจันทน์ ได้ไปเยี่ยมสำนักงานของเด็กหนุ่มสาวรุ่นใหม่ของลาว อายุ 20 ปีปลาย-30 ปีต้นๆ ที่เปิดกิจการร้านเกมกระดาน (Board Game) เป็นธุรกิจแบบ ช่วยเหลือสังคม (Social Entrepreneur) เจ้าของกิจการเป็นเด็กหนุ่มสาวรุ่นใหม่ของลาว เรียนจบการศึกษามาจากออสเตรเลีย 2 คน อเมริกา 1 คน เปิดร้านเกมกระดาน (Board Game) พวกเขามีวัตถุประสงค์เพื่อนำระบบเกมกระดานเข้าสู่สังคมของคนรุ่นใหม่ของลาวและเพื่อธุรกิจด้วย มีกลุ่มเยาวชนลาวที่เล่นเกมอยู่ในวันนั้นประมาณ 20 คน ส่วนหนึ่งเป็นเด็กที่กำลังเรียนในมหาวิทยาลัยของลาว มาจากโรงเรียนพรสวรรค์ ซึ่งเป็นโรงเรียนชั้นนำของลาว มาจากโรงเรียนนานาชาติในลาว และมีบางส่วนที่เรียนจบมหาวิทยาลัยมาแล้ว ในร้านไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เกมกระดาน (Board Game) จะช่วยฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ การวางแผน การเจรจาต่อรอง การตัดสินใจ การศึกษาพฤติกรรมของคน เป็นการแข่งขันเพื่อชนะและเพื่อความร่วมมือ เป็นกิจกรรมที่จะช่วยดึงเด็กออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หน้าจอโทรศัพท์มือถือ หน้าจอทีวี ช่วยให้คนในสังคมได้หันหน้าเข้าหากันได้พบปะพูดคุยสนทนา หรือทำให้คนในครอบครัวได้หันหน้าเข้ามาพูดคุยกัน เขาจะพยายามนำเกมกระดานเหล่านี้เข้าสู่สถาบันการศึกษาของลาว โดยจะนำเข้าไปในลักษณะเปิดเป็นชุมนุม (Club) เป็นชมรมของนักเรียนนักศึกษา แล้วขยายไปทั่วประเทศ ผู้เขียนถามว่าเกมกระดานมีคนเล่นในประเทศลาวอยู่มากเพียงใด ได้รับคำตอบว่า ขณะนี้มีกลุ่มคนในลาวที่สนใจเล่นอยู่ 2 กลุ่ม คือกลุ่มของเขาเองนี้กลุ่มหนึ่ง และกลุ่มฝรั่งนานาชาติ (Expat) ที่อยู่ในเวียงจันทน์อีกกลุ่มหนึ่ง ส่วนในประเทศไทย เกมกระดาน (Board Game) มีห้างหุ้นส่วนแรกที่นำเข้ามาเปิดกิจการในเมืองไทยจนได้รับใบอนุญาตถูกต้อง ตั้งอยู่แถวสุขุมวิท พระโขนง BTS ขณะนี้ได้เผยแพร่นำเข้าสู่สถาบันการศึกษาและมหาวิทยาลัยไทยบ้างแล้ว และได้ขยายกิจการไปยังพม่า เขมร และลาว ในอนาคตเกมกระดานจะเข้าไปสู่สถานศึกษาในรูปแบบของชมรม สมาคม สโมสร มีการจัดการแข่งขันเพื่อหาแชมป์ในระดับโลก เกมกระดาน (Board Game) จะช่วยยกระดับการรู้จักคิดวิเคราะห์ให้กับเด็กได้มากกว่าที่จะให้ครูสอนให้เด็กรู้จักคิดเป็น การสอนคนให้รู้จักคิดวิเคราะห์มันต้องมีเครื่องมือครับ


ขอบคุณที่มาเนื้อหาจาก มติชน ฉบับวันที่ 24 ก.พ. 2560 (กรอบบ่าย)

 


Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ศธ.ให้ความสำคัญครูคนแรกดึงพ่อแม่เป็นส่วนหนึ่งวันครู

ศธ.ให้ความสำคัญครูคนแรกดึงพ่อแม่เป็นส่วนหนึ่งวันครู
เปิดอ่าน 7,138 ครั้ง
วิธีเฟ้นคนแบบ "Google" ไม่สนปริญญา

วิธีเฟ้นคนแบบ "Google" ไม่สนปริญญา
เปิดอ่าน 6,351 ครั้ง
การสอนภาษาอังกฤษ ในสพฐ. จุดอ่อนที่ควรคำนึง

การสอนภาษาอังกฤษ ในสพฐ. จุดอ่อนที่ควรคำนึง
เปิดอ่าน 14,354 ครั้ง
การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม

การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม
เปิดอ่าน 8,806 ครั้ง
ข้อคิดและข้อควรระวังในการบริหารสถานศึกษา

ข้อคิดและข้อควรระวังในการบริหารสถานศึกษา
เปิดอ่าน 30,333 ครั้ง
ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของญี่ปุ่น

ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของญี่ปุ่น
เปิดอ่าน 9,047 ครั้ง
การศึกษาไทย…ไปถึงไหนแล้ว?? ผู้เขียน สหัส แก้วยัง

การศึกษาไทย…ไปถึงไหนแล้ว?? ผู้เขียน สหัส แก้วยัง
เปิดอ่าน 48,774 ครั้ง
วิกฤต... "บัณฑิตแห่ตกงาน" อีกหนึ่งความล้มเหลว... อุดมศึกษาไทย

วิกฤต... "บัณฑิตแห่ตกงาน" อีกหนึ่งความล้มเหลว... อุดมศึกษาไทย
เปิดอ่าน 42,536 ครั้ง
เข้าใจธรรมชาติของเด็ก มิติใหม่ครูไทยยุคดิจิตอล

เข้าใจธรรมชาติของเด็ก มิติใหม่ครูไทยยุคดิจิตอล
เปิดอ่าน 8,466 ครั้ง
ความผูกพันสำคัญต่อองค์กรอย่างไร ?

ความผูกพันสำคัญต่อองค์กรอย่างไร ?
เปิดอ่าน 6,386 ครั้ง
เกษียณ65ปีทางแก้ประชากรสูงอายุ มีเงินเก็บ"4แสน"ก็อยู่ลำบาก

เกษียณ65ปีทางแก้ประชากรสูงอายุ มีเงินเก็บ"4แสน"ก็อยู่ลำบาก
เปิดอ่าน 23,059 ครั้ง
แบบเรียนที่ไม่ได้มีไว้เลียนแบบ : นิ้วกลม

แบบเรียนที่ไม่ได้มีไว้เลียนแบบ : นิ้วกลม
เปิดอ่าน 8,498 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาไทย ไปทางไหน ?

ปฏิรูปการศึกษาไทย ไปทางไหน ?
เปิดอ่าน 7,789 ครั้ง
ยิ่งกวดวิชามาก ยิ่งสะท้อนปัญหามาก

ยิ่งกวดวิชามาก ยิ่งสะท้อนปัญหามาก
เปิดอ่าน 6,057 ครั้ง
หลักเกณฑ์เลื่อนวิทยฐานะครูแนวใหม่หวังฉุดการศึกษาไทยให้สูงขึ้น?

หลักเกณฑ์เลื่อนวิทยฐานะครูแนวใหม่หวังฉุดการศึกษาไทยให้สูงขึ้น?
เปิดอ่าน 17,939 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

เปิดม่านการศึกษา : 2 พ.ค. 59 : โดย...ครูแจ่ม
เปิดม่านการศึกษา : 2 พ.ค. 59 : โดย...ครูแจ่ม
เปิดอ่าน 8,711 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เดินหน้าปฏิรูป โครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ 59 โดย เพชร เหมือนพันธุ์
เดินหน้าปฏิรูป โครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ 59 โดย เพชร เหมือนพันธุ์
เปิดอ่าน 11,557 ☕ คลิกอ่านเลย

เปิดม่านการศึกษา : 2 พ.ค. 59 : โดย...ครูแจ่ม
เปิดม่านการศึกษา : 2 พ.ค. 59 : โดย...ครูแจ่ม
เปิดอ่าน 8,711 ☕ คลิกอ่านเลย

ม.44 ดัน "ศึกษาธิการจังหวัด" เดินหน้าหรือถอยหลังปฏิรูปศึกษา
ม.44 ดัน "ศึกษาธิการจังหวัด" เดินหน้าหรือถอยหลังปฏิรูปศึกษา
เปิดอ่าน 9,286 ☕ คลิกอ่านเลย

ถอดบทเรียน ครอบครัว-การศึกษา สร้าง “เด็ก” เเตกต่าง “เก่ง” ในทางของตัวเอง
ถอดบทเรียน ครอบครัว-การศึกษา สร้าง “เด็ก” เเตกต่าง “เก่ง” ในทางของตัวเอง
เปิดอ่าน 30,627 ☕ คลิกอ่านเลย

ความผูกพันสำคัญต่อองค์กรอย่างไร ?
ความผูกพันสำคัญต่อองค์กรอย่างไร ?
เปิดอ่าน 6,386 ☕ คลิกอ่านเลย

ชำแหละ "ข้อสอบระดับชาติ" เพิ่มเด็กด้อยโอกาส-ไม่สะท้อนความรู้ในห้องเรียน
ชำแหละ "ข้อสอบระดับชาติ" เพิ่มเด็กด้อยโอกาส-ไม่สะท้อนความรู้ในห้องเรียน
เปิดอ่าน 12,283 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เพลงประจำอาเซียน (ASEAN SONG)
เพลงประจำอาเซียน (ASEAN SONG)
เปิดอ่าน 56,662 ครั้ง

O-net ย่ำแย่ แก้ที่ใคร คลิปแนะครูไทย เปลี่ยนวิธีสอนเด็กแบบ ท่อง-จำ
O-net ย่ำแย่ แก้ที่ใคร คลิปแนะครูไทย เปลี่ยนวิธีสอนเด็กแบบ ท่อง-จำ
เปิดอ่าน 11,320 ครั้ง

พืชสมุนไพรพื้นบ้าน
พืชสมุนไพรพื้นบ้าน
เปิดอ่าน 41,659 ครั้ง

การศึกษาความสัมพันธ์ของประสบการณ์การทำงานฯ ต่อวัฒนธรรมการทำงานของครู
การศึกษาความสัมพันธ์ของประสบการณ์การทำงานฯ ต่อวัฒนธรรมการทำงานของครู
เปิดอ่าน 19,929 ครั้ง

วันที่
วันที่ ''ไมโครซอฟท์'' ไร้บิลล์ เกตส์
เปิดอ่าน 15,126 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ