ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมบทความการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ข้อสอบเด็กไทย...ปัญหาใหญ่ที่ต้องมอง


บทความการศึกษา 23 ธ.ค. 2558 เวลา 08:54 น.

9,955

views
Advertisement

ข้อสอบเด็กไทย...ปัญหาใหญ่ที่ต้องมอง

ชีวิน สุนสะธรรม
รองคณบดีคณะนิเทศศาสตร์
มหาวิทยาลัยเนชั่น


ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาของการตรวจข้อสอบ เพราะมหาวิทยาลัยหลายๆ แห่ง เริ่มทยอยปิดภาคเรียนกันแล้ว สำหรับผมก็เช่นกัน ต้องนั่งตรวจข้อสอบอยู่หลาย ร้อยชุดทีเดียว ข้อสอบของผมเป็นข้อสอบข้อเขียน ยังไม่ใช่แนววิเคราะห์อะไรมากมาย เพราะเป็นนักศึกษาปี 1 แต่ถึงแม้ว่า จะไม่ใช่แนววิเคราะห์หรือเขียนอะไรที่ยาวมากมายนัก แต่นักศึกษาปี 1 ส่วนใหญ่ก็ยังทำไม่ค่อยได้อยู่ดี ซึ่งผมนั่งวิเคราะห์ดู จึงทำให้ทราบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ "เขียนไม่เป็น" และจากประสบการณ์การสอนที่ผ่านๆ มา ยิ่งทำให้ยืนยันได้เลยว่า ปัญหาของเด็กไทยที่จบมัธยมศึกษามานั้น คือเด็กไทยเขียนและวิเคราะห์ ไม่เป็น สาเหตุมาจากอะไร ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น จากการถามนักศึกษาหลายๆ คน ว่า ทำไมถึงเขียนตอบได้ไม่ดี คำตอบที่ได้รับส่วนใหญ่ ก็คือ ในระดับมัธยมนั้น ข้อสอบมักจะเป็นปรนัย หรือให้เลือก ก ข ค ง และสิ่งนี้แหละครับ คือตัวปัญหาใหญ่ของการศึกษาไทย ผมก็ไม่แปลกใจเลยที่เด็กมัธยมจะเจอแต่ข้อสอบ ที่เป็นปรนัยเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะขนาด เด็กป.1 สมัยนี้ ข้อสอบยังเป็นตัวเลือกเลย แต่ผมแปลกใจมากที่ทำไมคุณครูต้องให้นักเรียนทำข้อสอบแบบปรนัย ตั้งแต่ระดับประถม เพราะเด็กประถมจะเขียนอะไรมากมายจนคุณครูไม่มีเวลาตรวจเชียวหรือ

คำถามของผมคือ เราจำเป็นที่จะต้องให้เด็กอายุไม่ถึง 10 ขวบ ตอบคำถามแบบปรนัยที่มีตัวลวงแช่นนี้ด้วยหรือ เช่น หากเราต้องการจะถามว่า ธงไตรรงค์ มีทั้งหมดกี่สี สีอะไรบ้าง เราก็ควรถามเด็กไปตรงๆ ใช่หรือไม่ เพราะจะทำให้เด็กได้ฝึกหัดเขียนไปในตัวด้วย แต่หากเราถามว่า ข้อใดไม่ใช่สีในธงไตรรงค์ เด็กก็จะได้แค่วงกลมข้อที่ผิด

การฝึกให้เด็กได้เขียนนั้น นอกจากจะทำให้เด็กได้หัดเขียนแล้ว ยังทำให้ เด็กไทยสะกดคำได้ถูกต้องอีกด้วย หากย้อนกลับไปดูตัวอย่างข้างต้น หากคำถามถามว่า "ธงชาติไทยเรียกว่าธงอะไร" เด็กจะต้องรู้วิธีการเขียนธงไตรรงค์ แต่หากถามว่า "ข้อใดคือชื่อเรียกธงชาติไทย" เด็กก็จะมองเผินๆ ไม่ได้ดูที่ตัวสะกดอย่างละเอียด ผู้ใหญ่หลายๆ คนคงไม่ทราบว่า คำง่ายๆ หลายๆ คำที่เด็กไทยเขียนในข้อสอบนั้น บางคำไม่น่าเชื่อว่า เด็กไทยจะเขียนไม่ได้ เช่น ปัจจัย เขียนเป็น ปัจใจ หรือคำว่า น่า กับ หน้า เด็กสมัยนี้กลับไม่รู้ว่า เมื่อไหร่จะใช้ "น่า" นี้ และเมื่อไหร่จะใช้ "หน้า" นี้

คุณผู้อ่านได้อ่านลายมือเด็กไทยสมัยนี้ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ สมัยนี้เป็นยุคสมัยที่มีคอมพิวเตอร์ มีโทรศัพท์ มีไลน์ จะติดต่อกันส่วนใหญ่จะใช้การพิมพ์ แม้แต่สไลด์ที่อาจารย์ขึ้นบนกระดาน เด็กสมัยนี้ก็ใช้การถ่ายรูปแทนการจดบันทึก การที่มีเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามา ทำให้ในวันวันหนึ่ง

เด็กหลายๆ คนห่างเหินจากการเขียนไปพอสมควร จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ลายมือ ของเด็กไทยสมัยนี้เป็นลายมือที่อ่านยากมาก เพราะเด็กไม่ถนัดในการเขียนหนังสืออีกต่อไป สำหรับเด็กหลายๆ คนการพิมพ์ทำได้เร็วกว่าการเขียนหลายเท่า เด็กหลายคนจึงใจร้อน พอเขียนได้ไม่ทันใจคิดเหมือนกับพิมพ์ ทำให้เด็กยิ่งเขียนลายมือจึงยิ่งหวัด ยิ่งหวัดจนอ่านไม่ออกในที่สุด

อีกสิ่งหนึ่งที่เด็กไทยยังทำไม่ได้ เพราะไม่ได้ฝึกเขียน คือความสามารถในการเรียบเรียงบทความ ให้เป็นเรื่องเป็นราว ดำเนินไปเป็นขั้นเป็นตอนและเป็นเหตุเป็นผลกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้อ่านอ่านรู้เรื่อง เด็กไทยส่วนใหญ่ เขียนเหมือนกับภาษาพูด คิดอย่างไร เขียนอย่างนั้น ไม่มีการปะติดปะต่อเรื่องราวให้ต่อเนื่อง หรือเป็นภาษาที่สละสลวย สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเนื่องจาก เด็กไทยขาดการฝึกฝนและทักษะในด้านการเขียนนั่นเอง ประโยชน์อีกข้อ หากเราเปิดโอกาสให้เด็กได้หัดเขียนตอบในข้อสอบแทนที่จะเป็นการเลือกคำตอบคำที่ถูกคือ เด็กจะได้รู้จักการวิเคราะห์ และการวิเคราะห์นั้นจะทำให้ อาจารย์ทราบได้ว่า ทำไมเด็กถึงตอบออกมาเป็นเช่นนั้น รายวิชาบางรายวิชา ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิดเสมอไป แต่คำตอบนั้นจะถูกหรือผิด ต้องดูจากที่มาของคำตอบหรือการวิเคราะห์ก่อนที่จะได้คำตอบนั้นมา เมื่อเด็กไม่ได้ฝึกในส่วนนี้ ทำให้เด็กไทยมองหาแต่ คำตอบที่ถูกต้อง อาจารย์หลายๆ คนจะได้พบคำถามจากเด็กที่ถามว่า สรุปมันถูกหรือผิดครับ มันดำหรือขาวครับ แต่เด็กจะไม่ค่อยเข้าใจกับเรื่องราวหรือสถานการณ์ที่เป็นได้ทั้งถูกและผิดที่ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม

คำถามต่อไปก็คือ แล้วทำไมคุณครูถึงไม่ออกข้อสอบเป็นปรนัย หากคำตอบคือ คุณครูไม่มีเวลาตรวจ ก็คงต้องถามต่ออีกว่า แล้วคุณครูเอาเวลาไปทำอะไร เอาเวลา ไปทำงานอะไร หรือเอาเวลาไปทำงานส่งใคร ถึงไม่มีแม้แต่เวลาที่จะมาตรวจงานเด็ก ซึ่งเป็นงานหลักของอาชีพครู

ผู้ใหญ่ในวงการศึกษาคงตอบได้นะครับ จริงๆ แล้วผมไม่ได้จะโทษ หรือกล่าวว่า ครูประถม มัธยม เพียงอย่างเดียวหรอก แต่ที่ผมเน้นไปที่ครูมัธยมกับประถมเพราะวัย ของเด็กนั้นยังสามารถพัฒนาและแก้ไขได้ แต่พอก้าวเข้ามาสู่วัยมหาวิทยาลัยแล้ว มันแก้ยาก แค่นั้นเองครับ เพราะเอาเข้าจริงๆ อาจารย์ระดับมหาวิทยาลัยหลายคน ก็ต้องออกข้อสอบเป็นปรนัยเช่นกัน เพราะเขาก็ไม่มีเวลาตรวจเช่น หรือไม่ก็การออกข้อสอบปรนัยหรืออัตนัยกับการตรวจงาน ไม่ได้ส่งผลในทางดีให้กับอาชีพเขาอย่างไร

สู้เอาเวลาไปทำงานอื่นๆ ที่คนอื่นสั่งให้เขาทำเพื่อส่งผลในอาชีพให้ก้าวหน้าไม่ดีกว่าเหรอ...ใช่ไหมครับ


ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

บ้านน็อคดาวน์ทรงโมเดิร์น

฿65,000

https://s.shopee.co.th/2Vm01N027C?share_channel_code=6


ข้อสอบเด็กไทย...ปัญหาใหญ่ที่ต้องมอง

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

แสงส่องทางจากการศึกษา

แสงส่องทางจากการศึกษา


เปิดอ่าน 13,008 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

เกาะติดการปิดเปิดเทอม มหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน

เกาะติดการปิดเปิดเทอม มหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน

เปิดอ่าน 8,253 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ราชภัฏมหาวิทยาลัยในศตวรรษที่ 21
ราชภัฏมหาวิทยาลัยในศตวรรษที่ 21
เปิดอ่าน 11,189 ☕ คลิกอ่านเลย

ว่าด้วยกรณีมหาวิทยาลัยปิดเปิดเทอมตามอาเซียน??? โดย สุพจน์ เอี้ยงกุญชร
ว่าด้วยกรณีมหาวิทยาลัยปิดเปิดเทอมตามอาเซียน??? โดย สุพจน์ เอี้ยงกุญชร
เปิดอ่าน 15,364 ☕ คลิกอ่านเลย

เข้าใจนวัตกรรม การศึกษาฟินแลนด์
เข้าใจนวัตกรรม การศึกษาฟินแลนด์
เปิดอ่าน 8,515 ☕ คลิกอ่านเลย

การศึกษาในศตวรรษที่ 21 รร.ต้องร่างหลักสูตรให้เด็กเป็นผู้บริหาร
การศึกษาในศตวรรษที่ 21 รร.ต้องร่างหลักสูตรให้เด็กเป็นผู้บริหาร
เปิดอ่าน 8,928 ☕ คลิกอ่านเลย

หลักเกณฑ์เลื่อนวิทยฐานะครูแนวใหม่หวังฉุดการศึกษาไทยให้สูงขึ้น?
หลักเกณฑ์เลื่อนวิทยฐานะครูแนวใหม่หวังฉุดการศึกษาไทยให้สูงขึ้น?
เปิดอ่าน 20,421 ☕ คลิกอ่านเลย

ทบทวนระบบการประกันคุณภาพ การศึกษาของไทยเดี๋ยวนี้... ฤๅว่าจะสายเกินไป
ทบทวนระบบการประกันคุณภาพ การศึกษาของไทยเดี๋ยวนี้... ฤๅว่าจะสายเกินไป
เปิดอ่าน 12,283 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

กรมอนามัย เผยไข่ต้มคลุกน้ำปลาสารอาหารไม่พอ เด็กวัยเรียนควรกินไข่คู่กับอาหารให้ครบหมู่หลากหลาย
กรมอนามัย เผยไข่ต้มคลุกน้ำปลาสารอาหารไม่พอ เด็กวัยเรียนควรกินไข่คู่กับอาหารให้ครบหมู่หลากหลาย
เปิดอ่าน 2,933 ครั้ง

"ปลูกผักในต้นกล้วย"ความชุ่มฉ่ำเหลือเฟือ ไม่ต้องรดน้ำ ผักรสหวาน แถมปลอดภัย
"ปลูกผักในต้นกล้วย"ความชุ่มฉ่ำเหลือเฟือ ไม่ต้องรดน้ำ ผักรสหวาน แถมปลอดภัย
เปิดอ่าน 21,645 ครั้ง

กบข.เผยขั้นตอนการบันทึกไฟล์ e-Statement เพื่อยื่นภาษีอากรออนไลน์
กบข.เผยขั้นตอนการบันทึกไฟล์ e-Statement เพื่อยื่นภาษีอากรออนไลน์
เปิดอ่าน 53,020 ครั้ง

ชาวเน็ตชื่นชม ! พันตรีสุธี สุขสากล คัดลายมือไทยสวยงามมากๆ
ชาวเน็ตชื่นชม ! พันตรีสุธี สุขสากล คัดลายมือไทยสวยงามมากๆ
เปิดอ่าน 35,124 ครั้ง

12 เทคนิคกันสมองเหี่ยว
12 เทคนิคกันสมองเหี่ยว
เปิดอ่าน 14,576 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ