ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > Area-Based Education สร้างการศึกษาตอบโจทย์จังหวัด

Area-Based Education สร้างการศึกษาตอบโจทย์จังหวัด

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 31 ม.ค. 2559 เปิดอ่าน : 5,877 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
Area-Based Education สร้างการศึกษาตอบโจทย์จังหวัด

Advertisement

การจัดการศึกษาโดยใช้พื้นที่เป็นฐานใน 14 จังหวัด เพื่อส่งเสริมจังหวัดให้สามารถปฏิรูปการศึกษาหรือการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนในระยะยาว

เพราะสภาพปัญหาการศึกษาของแต่ละจังหวัด หรือแต่ละท้องถิ่นมีความแตกต่างกัน การบริหารการศึกษาให้มีประสิทธิภาพจึงควรตอบโจทย์ตามบริบทของพื้นที่นั้น ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้เรียนให้สอดคล้องกับความต้องการโดยรวม

สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) จึงร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ดำเนินโครงการจังหวัดปฏิรูปการเรียนรู้หรือการจัดการศึกษาโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน (Area-Based Education) ใน 14 จังหวัด เพื่อส่งเสริมจังหวัดให้สามารถปฏิรูปการศึกษาหรือจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนได้เองในระยะยาว

1ใน14จังหวัดของโครงการคือ จังหวัดเชียงใหม่ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่เป็นหน่วยงานประสานเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงาน 99 องค์กร 26 บุคคล มาร่วมผนึกกำลังขึ้นเป็นภาคีเชียงใหม่เพื่อการปฏิรูปการศึกษา อันนำไปสู่การตกผลึกแนวคิดออกมาเป็นยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาเชียงใหม่ระยะ 4 ปี (2559-256) มีวิสัยทัศน์มุ่งจัดการศึกษาของจังหวัดเชียงใหม่ให้มีคุณภาพตามศักยภาพที่หลากหลาย โดยมีการกำหนดแนวทางการขับเคลื่อน 9 ยุทธศาสตร์ ได้แก่

หนึ่ง การสร้างปัจจัยและสภาวะแวดล้อมอย่างหลากหลายที่เป็นเอกลักษณ์เชียงใหม่

สอง ส่งเสริมวิถีการเรียนรู้และสืบทอดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างหลากหลาย

สาม พัฒนาศักยภาพผู้เรียนทุกระดับทั้งร่างกาย และจิตใจ ให้เพิ่มสมรรถนะการเรียนรู้ที่หลากหลาย มีทักษะและคุณลักษณะในศตวรรษที่ 21

สี่ เสริมสร้างทัศนคติและสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อสัมมาชีพ

ห้า เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ของครูและอาจารย์ทุกระดับ

หก เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการของผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษาทุกระดับ

เจ็ด เสริมสร้างค่านิยมและทัศนคติด้านการศึกษาเพื่อชีวิตแก่ผู้ปกครอง

แปด ขยายเครือข่ายความร่วมมือจัดการศึกษาทุกภาคส่วน

เก้า ยกระดับการขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาเชิงพื้นที่เชียงใหม่

โดยเร็ว ๆ นี้ภาคีเชียงใหม่เพื่อการปฏิรูปการศึกษาได้ทำบันทึกข้อตกลงกับสถานศึกษา 600 แห่งของ จ.เชียงใหม่ ซึ่งสถานศึกษาเหล่านี้จะร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานด้วยการนำยุทธศาสตร์ข้างต้นไปปรับใช้กับการจัดการเรียนการสอนและการบริหารงานด้านการศึกษาของโรงเรียนโดยหนึ่งในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการอย่างร.ร.แม่อายวิทยาคมจ.เชียงใหม่ นับเป็นสถานศึกษาที่มีจุดแข็งในยุทธศาสตร์ที่ 4 เพราะเป็นโรงเรียนนำร่องจัดการศึกษาตามโครงการ Career Academy

ภายใต้ความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) คณะวิทยาศาสตร์ และศูนย์นวัตกรรมและการจัดการเรียนรู้ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี ม.เชียงใหม่

"เรืองฤทธิ์ อภิวงศ์" ผู้อำนวยการ ร.ร.แม่อายวิทยาคม บอกว่า แต่ละปีมีเด็กที่ไม่ได้เรียนต่อหรือหลุดออกจากระบบ ซึ่งเด็กกลุ่มนี้บางส่วนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ เพระไม่มีทักษะการทำงาน การเข้าร่วมโครงการ Career Academy รวมถึงการทำงานกับบริษัท เพียรกุศลไหมและฝ้าย จำกัด จึงนำไปสู่การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนห้องเรียนหม่อนไหมและใยฝ้าย โดยใช้วิทยาศาสตร์เป็นหลัก ฝึกทักษะในการสังเกต ทดลอง วิเคราะห์ และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้อย่างมีเหตุผล

"เราใช้หลักสูตรนี้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยให้พวกเขาเรียนรู้ด้านวิชาการไปพร้อมกับการฝึกทักษะอาชีพ เช่น การปลูกใบหม่อน การทำเส้นใยธรรมชาติ การทอผ้า การออกแบบผลิตภัณฑ์ และการตลาดครบวงจร ซึ่งพวกเขาสามารถไปประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมสิ่งทอ หรือเป็นพื้นฐานสำหรับการศึกษาต่อในสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องในอนาคต"

ในทางเดียวกัน จ.ภูเก็ต เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีความกระตือรือร้น และให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาในพื้นที่ โดยมีการก่อตั้งสภาการศึกษา จ.ภูเก็ต ให้เป็นเหมือนองค์กรเชื่อมประสานเครือข่ายส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ผ่านภาคท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ด้วยวิธีการสร้างคุณภาพ เพิ่มประสิทธิภาพ และลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้าง จ.ภูเก็ตให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้

การดำเนินงานของสภาการศึกษา จ.ภูเก็ตเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2556 โดยมีการวางระบบข้อมูลพื้นฐานการศึกษาของจังหวัด การบูรณาการเป้าหมายและทรัพยากรในการพัฒนาการศึกษา และยกระดับการเรียนรู้ การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความเข้มแข็งในการพัฒนาการเรียนรู้ให้กับเด็ก เยาวชน ประชาชน และผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนการจัดทำโครงการการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ จ.ภูเก็ต จนทำให้ทราบว่าภูเก็ตประสบปัญหาว่างงาน สวนทางกับข้อมูลด้านแรงงานในจังหวัดที่งานหลายตำแหน่งขาดคนทำงาน

สภาการศึกษา จ.ภูเก็ต จึงร่วมกับเทศบาลนครภูเก็ต สถานประกอบการ สถาบันการศึกษา และหน่วยงานราชการ จัดนิทรรศการเปิดโลกสัมมาชีพ Learn for Live 2016 เพื่อเชื่อมโยงภาคีต่าง ๆ ในท้องถิ่นในการเสริมสร้างความเข้าใจให้กับผู้ปกครอง ครู และนักเรียนได้เห็นถึงภาพอนาคตของจังหวัด โดยใช้โจทย์ความต้องการของพื้นที่เป็นฐาน ขณะเดียวกัน เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเด็กชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในการตัดสินใจและเลือกเส้นทางอาชีพของตนเอง

อย่างไรก็ดีหากมองถึงภาพรวมของจ.ภูเก็ตซึ่งเป็นไข่มุกแห่งอันดามัน และบูมด้านการท่องเที่ยว อีกทั้งทางจังหวัดมีนโยบายในการพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวทางทะเล เพื่อเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก กอปรกับท่าเรือของจังหวัดที่มีอยู่ 6 แห่ง แบ่งเป็นเอกชน 4 แห่ง และภาครัฐ 2 แห่ง นำไปสู่การวิจัยแรงงานของจังหวัดที่ปรากฏผลว่ามีความต้องการแรงงานด้านเรือและต้องเร่งผลิตคนขึ้นมารองรับ จึงเกิดเป็นหลักสูตรงานซ่อมบำรุงเรือที่วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต

"รุ่งทิวา สมรักษ์" อาจารย์หัวหน้างานสาขางานซ่อมบำรุงเรือ วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต บอกว่าเราเปิดทำการสอนหลักสูตรนี้มาตั้งแต่ปี 2549 มีการร่วมมือกับสถานประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 30 แห่ง ในการจัดทำหลักสูตรร่วมกันเพื่อตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของตลาดแรงงาน โดยรับนักศึกษาปีการศึกษาละ 20 คน

"เราจัดการศึกษาระบบทวิภาคี คือมีการเรียนรู้ด้านวิชาการในวิทยาลัยควบคู่ไปกับการฝึกงานจริงอย่างเข้มข้นในสถานประกอบการ โดยระดับ ปวช.2 ภาคเรียนที่ 3-4 และระดับ ปวช.3 ภาคเรียนที่ 5 นักเรียนของเราจะเข้าไปฝึกงานกับสถานประกอบการที่มีความร่วมมือกับวิทยาลัย สำหรับการทำงานของนักเรียนจะมี 3 สถานี คือ สถานีงานตัวเรือ คานเรือ มาริน่า สถานีงานเครื่องยนต์เรือ และสถานีงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในเรือ"

เมื่อนักเรียนเรียนจบระดับ ปวช.สามารถเข้าทำงานกับบริษัทซ่อมบำรุงเรือได้ทันที เพราะถือว่ามีทักษะและความรู้ความสามารถครบถ้วน รวมถึงมีประกาศนียบัตรจากสถานประกอบการการันตีมาตรฐานการทำงานของผู้เรียนด้วย โดยเงินเดือนแรกเข้าเริ่มต้นที่เดือนละ 12,000 บาท อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเด็กระดับ ปวช.ที่เข้าสู่การเป็นช่างซ่อมบำรุงเรือมีเพียงปีละ 3-4 คนเท่านั้น ส่วนใหญ่จะเรียนต่อระดับ ปวส. ซึ่งถือว่าไม่เพียงพอต่อตลาดแรงงานที่มีความต้องการช่างซ่อมบำรุงเรืออย่างน้อยปีละ 100 คน

จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ภาคส่วนต่าง ๆ ของจังหวัดจะต้องขบคิดว่าทำอย่างไรเพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้เรียน ทั้งนั้น เพื่อให้การจัดการศึกษาที่เกิดขึ้นสอดรับกับบริบทของพื้นที่ให้ได้มากที่สุด 

 

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 29 มกราคม 2559

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> Area-Based Education สร้างการศึกษาตอบโจทย์จังหวัด , , Area-Based , Education , สร้างการศึกษาตอบโจทย์จังหวัด << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ความคิดสร้างสรรค์ (1)

ความคิดสร้างสรรค์ (1)
เปิดอ่าน 5,496 ครั้ง
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
จัดอันดับทุนมนุษย์☕ คลิกอ่านเลย
จัดอันดับทุนมนุษย์
เปิดอ่าน 4,816 ครั้ง
คอลัมน์ เปลี่ยนผ่าน: ได้เวลา "ปฏิรูป" ลูกเสือไทยเร่งสางปัญหา "ทุจริต" รีบปรับหลักสูตรให้ตรงใจ "ผู้เรียน-ผู้สอน"☕ คลิกอ่านเลย
คอลัมน์ เปลี่ยนผ่าน: ได้เวลา "ปฏิรูป" ลูกเสือไทยเร่งสางปัญหา "ทุจริต" รีบปรับหลักสูตรให้ตรงใจ "ผู้เรียน-ผู้สอน"
เปิดอ่าน 6,845 ครั้ง
คลอด ‘เกณฑ์ย้ายเฉพาะกิจ’ แก้ปม..ร้างผู้บริหาร 7 พันตำแหน่ง ทางออกสุดท้าย..ของ ก.ค.ศ.? ☕ คลิกอ่านเลย
คลอด ‘เกณฑ์ย้ายเฉพาะกิจ’ แก้ปม..ร้างผู้บริหาร 7 พันตำแหน่ง ทางออกสุดท้าย..ของ ก.ค.ศ.?
เปิดอ่าน 14,113 ครั้ง
อ่านอะไร...คนไทย?☕ คลิกอ่านเลย
อ่านอะไร...คนไทย?
เปิดอ่าน 5,251 ครั้ง
แบ่งชนชั้นโดยการศึกษา โดย วีรพงษ์ รามางกูร☕ คลิกอ่านเลย
แบ่งชนชั้นโดยการศึกษา โดย วีรพงษ์ รามางกูร
เปิดอ่าน 20,243 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

การทดลองน่าทึ่ง เมื่อญี่ปุ่นทดสอบความซื่อสัตย์ของเด็ก ผลปรากฏว่า..การทดลองน่าทึ่ง เมื่อญี่ปุ่นทดสอบความซื่อสัตย์ของเด็ก ผลปรากฏว่า..
เปิดอ่าน 6,661 ครั้ง
"อู่ซ่อมคน" : รางวัลชนะเลิศ การประกวดสปอตโทรทัศน์วันครู ประจำปี 2560"อู่ซ่อมคน" : รางวัลชนะเลิศ การประกวดสปอตโทรทัศน์วันครู ประจำปี 2560
เปิดอ่าน 44,149 ครั้ง
Nanmeebooks Reading Club ปีที่ 9Nanmeebooks Reading Club ปีที่ 9
เปิดอ่าน 23,482 ครั้ง
"แพลงกิ้ง" ยิ่งเล่น ยิ่งหน้าแก่!"แพลงกิ้ง" ยิ่งเล่น ยิ่งหน้าแก่!
เปิดอ่าน 10,488 ครั้ง
ทำไมดวงอาทิตย์ตอนเช้าหรือตอนเย็นจึงดูดวงใหญ่ทำไมดวงอาทิตย์ตอนเช้าหรือตอนเย็นจึงดูดวงใหญ่
เปิดอ่าน 14,805 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ