ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > การศึกษาไทยต้อง Change สถานเดียว

การศึกษาไทยต้อง Change สถานเดียว

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 27 ม.ค. 2558 เปิดอ่าน : 5,195 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

กลิ่น สระทองเนียม

ตอนนี้คิดว่าคนไทยกำลังรอความหวังกับการปฏิรูปประเทศของผู้รับผิดชอบแต่ละภาคส่วนอยู่ ซึ่งเรื่องสำคัญหนึ่งก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการศึกษาเพราะหากคนขาดคุณภาพแล้ว การปฏิรูปด้านอื่นก็คงเกิดผลได้ยาก ซึ่งปัญหาที่ทำให้คุณภาพการศึกษาชาติตกต่ำนั้นตอนนี้เชื่อว่าทั้ง คสช. รัฐบาล และ สปช. คงได้รับข้อมูลมากจนเกินพอแล้วก็เป็นไปได้ จึงเหลืออยู่ว่าจะหาวิธีการใดมาทำให้การศึกษาเป็นเครื่องมือพัฒนาคนไทยให้มีคุณภาพได้ ซึ่งก็เชื่อว่าจากความล้มเหลวที่ผ่านมาน่าจะทำให้วิธีคิดและวิธีดำเนินการเปลี่ยนแปลงไปทางที่ดีขึ้นเพราะหากยังคิดแบบเดิมด้วยการคิดแก้ปัญหาเป็นจุด ๆ ไปความสำเร็จคงเกิดขึ้นยากเนื่องจากปัญหามีอยู่มากมายและสั่งสมจนกลายเป็นดินพอกหางหมูไปแล้วจึงมีทางเดียวที่จะทำได้ คือ Change ใหม่กันทั้งระบบโดยมีเป้าหมายอยู่ที่คุณภาพเด็กสถานเดียว

ไม่ว่าจะเป็น เป้าหมายคุณภาพผู้เรียน เมื่อจบการศึกษาภาคบังคับแล้วจะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข บนพื้นฐานความพอเพียงและเกิดค่านิยมที่ชาติต้องการ ส่วนการเรียนรู้ระดับสูงขึ้นก็ต้องจัดให้สอดคล้องกับศักยภาพที่แต่ละคนมีอยู่ทั้งสายสามัญและสายอาชีพโดยผู้ปกครองและครูร่วมกันคัดกรองศักยภาพตั้งแต่การศึกษาภาคบังคับว่าควรจะไปสายไหน ส่วนภาครัฐจะ ต้องเตรียมพร้อมรองรับกับอาชีพตามสาขาที่เด็กได้รับพัฒนามาไม่ใช่ปล่อยไปตามยถากรรมทั้งแย่งกันเข้ามหาวิทยาลัยโดยไม่สนใจว่าตนเองมีศักยภาพด้าน ไหน พอจบแล้วยังต้องมาแย่งหางานกันอีกจึงได้ทั้งงานตรงและไม่ตรงสาขาที่เรียนมาหรือไม่ก็ตกงาน ไปเลย ด้านนโยบายควรมีกฎหมายกำกับให้ ทุกรัฐบาลต้องจัดการศึกษาตามรัฐธรรมนูญ แผนการศึกษาของชาติและต้องรับผิดชอบกับผลที่เกิดขึ้นเพื่อให้การพัฒนาเกิดความต่อเนื่องและยั่งยืนเกิดผลตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ดังนั้น การแต่งตั้งผู้มาบริหารนโยบายการศึกษาทุกระดับจึงต้องได้มืออาชีพ รู้ลึก รู้จริง เพื่อนำนโยบายสู่การปฏิบัติให้เกิดผล ด้านงบประมาณก็ต้องลงสู่ภาคปฏิบัติถึงตัวเด็ก รวมถึงกระทรวง ที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากรของชาติ ต้องร่วมกันทำงานแบบบูรณาการอย่างจริงจัง ไม่ใช่มาฝากงานของตนเองให้โรงเรียนทำอย่างที่ผ่านมา

ด้านบริหารจัดการ จะต้องกระจายอำนาจทั้งเงิน คน วิธีการลงสู่ภาคปฏิบัติเพื่อสามารถคิดแก้ปัญหา และพัฒนาการได้ตรงบริบท โดยส่วนกลางทำหน้าที่กำหนดมาตรการ กำกับ ติดตาม ประเมินผล หรือคิดค้นนวัตกรรม งานวิจัยที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้งระบบให้ดีขึ้น ระบบการสรรหาครูและผู้บริหารสถานศึกษาควรเปลี่ยนมาให้คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้นำชุมชนและผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นผู้ดำเนินการรวมถึงให้อำนาจในการติดตาม กำกับ ประเมินผลให้คุณและโทษได้โดยเฉพาะต้องร่วมรับผิดชอบกับผลคุณภาพเด็กที่เกิดขึ้นด้วย ส่วนกลางต้องกำหนดมาตรการให้คุณและโทษกับผู้ปฏิบัติทุกระดับกับผลคุณภาพการศึกษาที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ครูก้าวหน้าทั้งเงินเดือนและวิทยฐานะแต่คุณภาพเด็กตกต่ำหรือครูสอนเด็กไม่เกิดคุณภาพก็ไม่มีความผิดแถมก้าวหน้าได้ ควรแยกแท่งเงินเดือนออกจากวิทยฐานะเพื่อทำให้ครูสามารถเลื่อนไหลเงินเดือนได้จนเกษียณอายุราชการหรือเต็มเพดานสูงสุด ส่วนของผู้ปกครองก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อคุณภาพบุตรหลานของตนเองด้วยการพัฒนาตั้งแต่แรกเกิดเพราะรอ กว่าจะเข้าอนุบาลก็จะสายเกินไปด้วยสมองเด็กจะพัฒนาอย่างรวดเร็วจึงต้องเร่งปลูกฝังสิ่งดีงามให้เกิดเป็นจิตสำนึกที่ถาวรให้ได้ นอกจากนั้น รัฐต้องส่งเสริมด้านแหล่งสร้างองค์ความรู้ให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ชุมชน และครอบครัว ด้วยโลกปัจจุบันเป็นยุคดิจิตอล เครือข่ายความรู้สามารถติดต่อได้ทั่วถึงและรวดเร็ว การเรียนรู้จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ห้องเรียนและโรงเรียนอีกต่อไป ส่วนการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กควรยึดหลักทั้งโอกาสและคุณภาพจึงควรยุบโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่การคมนาคมสะดวกซึ่งจะทำให้คุณภาพผู้เรียนดีขึ้นและเหลือปัจจัยต่าง ๆ มาพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่สามารถยุบได้

ด้านบุคลากร ซึ่งเป็นหัวใจหลักความสำเร็จของงาน แต่ที่ผ่านมาปัญหาด้านบุคลากรยังมีอยู่มากมาย ทั้งครูไม่พอสอนครบชั้น ไม่พอสอนครบวิชา ครูขาดคุณภาพ ครูมีภาระงานอื่นมาก ปัญหาหนี้สิน การอยู่ห่างไกลภูมิลำเนา เป็นต้น ปัญหาทั้งหลายนี้จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะปัญหาครูไม่พอสอนครบชั้นในระดับประถมและไม่พอกับการสอนวิชาหลักในระดับมัธยม ด้านคุณภาพครูจะต้องพัฒนาครูให้มีความรู้เท่าทันวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีทักษะในการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับศักยภาพผู้เรียนและเท่าทันกับยุค
ดิจิตอล รวมถึงสามารถเป็นต้นแบบที่ดีมีคุณธรรม และอุดมการณ์ในการทำงาน ส่วนการเตรียมการหามืออาชีพมาจัดการศึกษาในอนาคตนั้นควรมีสถาบันผลิตบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาโดยตรงทั้งระบบไม่ว่าจะเป็นครู ผู้บริหารหรือศึกษานิเทศก์ ด้านหลักสูตรการศึกษา จะต้องมีความยืดหยุ่นหลากหลาย สอดคล้องกับศักยภาพบริบทความแตกต่างของเด็กแต่ละพื้นที่ ซึ่งหลักสูตรที่ใช้อยู่ปัจจุบันไม่ค่อยได้ผลเพราะมีรายละเอียดทั้งสาระและเวลาเรียนมากเกินไปและต้องเรียนเหมือนกันทั้งประเทศ เมื่อเรียนจบหลักสูตรไม่เกิดทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข จะได้บ้างก็เพียงทักษะวิชาการ จึงเหมือนไม่ใช่หลักสูตรการศึกษาภาคบังคับแต่เป็นหลักสูตรเตรียมเด็กเข้ามหาวิทยาลัยมากกว่า ส่วนนี้จึงต้องเปลี่ยนให้มีความยืดหยุ่น หลากหลายสอดคล้องกับศักยภาพของเด็กแต่ละบริบท อาทิ เด็กที่อยู่ตามชายขอบ ภูเขา เกาะแก่งหรือ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังอ่านไม่ได้ เขียนไม่ได้ คิดเลขไม่เป็น มีปัญหาสุขนิสัยการดำรงชีวิตและค่านิยมไทย ก็ต้องจัดเป็นหลักสูตรพัฒนาความพร้อมในพื้นฐานการเรียนรู้ให้เข้มแข็งก่อน ส่วนต่อมาถึงจะเป็นหลักสูตรแกนกลางที่จะทำให้เด็กเรียนจบการศึกษาภาคบังคับเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์มีทักษะการดำเนินชีวิตครบทุกด้าน สุดท้ายให้เป็นหลักสูตรที่แต่ละโรงเรียนที่มีความพร้อมสามารถไปคิดต่อยอดจากหลักสูตรภาคบังคับไปสู่ความเป็นเลิศตามวิสัยทัศน์หรือธงชัยที่กำหนดไว้ให้ไปสู่ความเป็นเลิศ หากทำได้เช่นนี้ก็จะทำให้เด็กได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพตามที่ทุกคนมีอยู่ไม่ใช่ต้องเรียนเหมือนกันทั้งเด็กอ่อน ปานกลาง หรือเด็กเก่งแบบเตี้ยอุ้มค่อมอย่างทุกวันนี้

ด้านการจัดการเรียนรู้ ด้วยมีครูจำนวนไม่น้อยยังสอน ตามประสบการณ์เดิมใช้ความรู้เดิม หรือสอนเนื้อหาตามตำรา โดยไม่คำนึงถึงวิทยาการและเทคโนโลยียุคสมัยที่เปลี่ยนไป ที่สำคัญยัง มีเจตคติที่ว่าความรู้ของเด็กต้องมาจากครูเท่านั้นทำให้การเรียนรู้ยังยึดตัวครู ยึดห้องเรียนและโรงเรียนเป็นหลัก ส่วนนี้จะต้องพัฒนาครูให้สามารถปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอนกันทั้งระบบด้วยการให้เด็ก เป็นผู้แสดงครูเป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้และกำกับการแสดงมากกว่า ซึ่งจะทำให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ได้ลงมือปฏิบัติจริงและเรียนรู้อย่างมีความสุขอย่างแท้จริงเสียที

นอกจากนั้นยังมีอีกหลายปัจจัยที่น่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงกันใหม่ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาผู้เรียนและขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานโดยเฉพาะวิธีคิดในการดำเนินงานที่จะต้องเปลี่ยนจากการมุ่งพัฒนาแต่องค์ประกอบรอบข้างให้พุ่งเป้าไปที่ตัวเด็กและคุณภาพชีวิตของเด็กอย่างจริงจังและเต็มเม็ด เต็มหน่วย ความล้มเหลวด้านการศึกษาที่ผ่านมาก็เพราะมัวไปหลงกายภาพรอบข้างจนลืมเด็ก ทำให้ปัจจัยทุกอย่างคุณภาพดีหมดยกเว้นคุณภาพผู้เรียน เรื่องนี้เป็นความจริง หากไม่เชื่อลองไปขอผลการประเมิน สมศ. ดูก็ได้.


ที่มา--เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 27 ม.ค. 2558 (กรอบบ่าย)--

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> การศึกษาไทยต้อง Change สถานเดียว , , การศึกษาไทยต้อง , Change , สถานเดียว << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
การศึกษาไทย…ไปถึงไหนแล้ว?? ผู้เขียน สหัส แก้วยัง☕ คลิกอ่านเลย
การศึกษาไทย…ไปถึงไหนแล้ว?? ผู้เขียน สหัส แก้วยัง
เปิดอ่าน 2,455 ครั้ง
การจัดการศึกษาที่หลากหลาย เพื่อแสวงหาแนวทาง ‘ปฏิรูป’ ผู้เขียน ดร.พีระพงษ์ สิทธิอมร☕ คลิกอ่านเลย
การจัดการศึกษาที่หลากหลาย เพื่อแสวงหาแนวทาง ‘ปฏิรูป’ ผู้เขียน ดร.พีระพงษ์ สิทธิอมร
เปิดอ่าน 853 ครั้ง
ศึกสายเลือด ศธ. : เกมชิงอำนาจที่มีแต่ “ผู้แพ้”?? ผู้เขียน จุไรรัตน์ พงศาภิชาติ☕ คลิกอ่านเลย
ศึกสายเลือด ศธ. : เกมชิงอำนาจที่มีแต่ “ผู้แพ้”?? ผู้เขียน จุไรรัตน์ พงศาภิชาติ
เปิดอ่าน 6,526 ครั้ง
ข้อคิดและข้อควรระวังในการบริหารสถานศึกษา☕ คลิกอ่านเลย
ข้อคิดและข้อควรระวังในการบริหารสถานศึกษา
เปิดอ่าน 9,828 ครั้ง
ถอดบทเรียน ครอบครัว-การศึกษา สร้าง “เด็ก” เเตกต่าง “เก่ง” ในทางของตัวเอง☕ คลิกอ่านเลย
ถอดบทเรียน ครอบครัว-การศึกษา สร้าง “เด็ก” เเตกต่าง “เก่ง” ในทางของตัวเอง
เปิดอ่าน 11,426 ครั้ง

Advertisement
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

นีลส์ บอร์ นีลส์ บอร์
เปิดอ่าน 6,670 ครั้ง
ทายนิสัยจากฤดูที่ชอบทายนิสัยจากฤดูที่ชอบ
เปิดอ่าน 11,229 ครั้ง
กฎกระทรวงการประกอบวิชาชีพควบคุม พ.ศ. 2549กฎกระทรวงการประกอบวิชาชีพควบคุม พ.ศ. 2549
เปิดอ่าน 10,733 ครั้ง
อึ้ง!! สมุนไพรไทย 2,000 ตำรับ รักษามะเร็งได้จริง เตรียมเผยแพร่ผ่านหมอพื้นบ้านกันต่างชาติขโมยสูตรอึ้ง!! สมุนไพรไทย 2,000 ตำรับ รักษามะเร็งได้จริง เตรียมเผยแพร่ผ่านหมอพื้นบ้านกันต่างชาติขโมยสูตร
เปิดอ่าน 18,422 ครั้ง
10 คำพูดดีๆที่ลูกอยากได้ยินจากพ่อแม่10 คำพูดดีๆที่ลูกอยากได้ยินจากพ่อแม่
เปิดอ่าน 12,069 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม