ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ > สรุปประเด็นการบรรยายพิเศษ ของรมว.ศธ. ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ที่เชียงใหม่

สรุปประเด็นการบรรยายพิเศษ ของรมว.ศธ. ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ที่เชียงใหม่

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 28 ส.ค. 2559 เปิดอ่าน : 160,571 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

จังหวัดเชียงใหม่ - พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พ.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมบรรยายพิเศษในการประชุมสัมมนา เรื่อง "การยกระดับคุณภาพการมัธยมศึกษาสู่มาตรฐานสากล ประจำปี 2559" จัดโดยสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) เมื่อวันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2559 ณ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ อ.เมืองเชียงใหม่ โดยมีนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, นายประเสริฐ บุญเรือง ศึกษาธิการภาค 15, นายบุญรักษ์ ยอดเพชร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และ ดร.สิทธิชัย มูลเขียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ให้การต้อนรับ และมีผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ ผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมศึกษาจากทั่วประเทศ เข้าร่วมการประชุมสัมมนาในครั้งนี้กว่า 1,500 คน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนให้ความสำคัญกับการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จึงได้เดินทางมาบรรยายด้วยตัวเอง เพื่อสื่อสารถึงนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษาและการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในภาพรวม รวมทั้งต้องการมารับฟังสภาพปัญหาและข้อเสนอแนะในการทำงาน ซึ่งต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาสังคมจะตั้งคำถามเกี่ยวกับการจัดการศึกษาตลอดเวลา ทั้งเด็กไทยคิดไม่เป็น, คนเก่งทำไมไม่มาเป็นครู, เรียนฟรีไม่ฟรีจริง, เด็ก ม.6 ไม่เรียนหนังสือ แต่ต้องวิ่งรอกสอบเข้ามหาวิทยาลัย, ปัญหาธรรมาภิบาลที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา จนกระทั่งระดับอุดมศึกษา, การแต่งตั้งโยกย้ายครูและผู้บริหาร, การสอบโอเน็ตไม่ได้มาตรฐานและไม่ตรงกับเนื้อหาวิชาที่สอนในโรงเรียน เป็นต้น


กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้รวมรวมประเด็นปัญหาด้านการศึกษา พร้อมกำหนดจุดเน้นที่ต้องดำเนินการ 6 ด้าน (หลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้, การผลิตและพัฒนาครู, การผลิต พัฒนากำลังคนและงานวิจัย, การประเมินและการพัฒนามาตรฐานการศึกษา, ICT เพื่อการศึกษา, การบริหารจัดการ) เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา โดยมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษา สรุปดังนี้

- การปรับโครงสร้างการบริหารจัดการในภูมิภาค ด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ชาติ ที่ 10/2559 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค และ 11/2559 เรื่อง การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มีเวทีในการหารือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมกันแก้ไขปัญหาการศึกษาในพื้นที่ โดยเน้นขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงศึกษาธิการในระดับพื้นที่เป็นสำคัญ

- ปฏิรูประบบงบประมาณ ซึ่งแต่เดิมส่วนกลางคือ สพฐ. จะคิดแผนงานโครงการและส่งงบประมาณไปยังพื้นที่ผ่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนตามลำดับ แต่ในปีงบประมาณ 2560 เป็นต้นไป งบประมาณจะถูกส่งตรงไปยังจังหวัด เพื่อให้จังหวัดจัดทำแผนงานพัฒนาโรงเรียนได้ตรงตามความต้องการ มีการเปลี่ยนงบประมาณกว่าร้อยละ 70 ของ สพฐ.ให้เป็นงบพัฒนาโรงเรียนและโรงเรียนสามารถเสนอโครงการเพื่อขอรับงบประมาณได้เอง หากแผนงานมีความคล้ายคลึงกันในหลายโรงเรียน ก็ต้องดำเนินโครงการในระดับเขตพื้นที่การศึกษาหรือในระดับจังหวัดต่อไป รวมทั้งการอบรมสัมมนาครูและผู้บริหาร จะต้องใช้จังหวัดเป็นฐาน เพื่อลดเวลาในการเดินทาง ประหยัดงบประมาณ และได้รับเนื้อหาความรู้ตรงกับความต้องการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนในแต่ละบริบทของพื้นที่ด้วย

ในส่วนของงบประมาณเงินอุดหนุนรายหัว หมวดค่าจัดการเรียนการสอนมีการถูกนำไปจ่ายค่าสาธารณูปโภคและค่าใช้จ่ายอื่นๆ นั้น ได้มอบให้ สพฐ.พิจารณาแบ่งสัดส่วนงบจัดการเรียนการสอนกับงบบริหารงานให้ชัดเจน โรงเรียนสามารถบริหารจัดการได้โดยไม่เป็นการเพิ่มงบประมาณ ซึ่งจะเป็นสัดส่วนอย่างไรนั้น คงต้องรอสรุปรายงานจาก สพฐ.ก่อน

นอกจากนี้ มีแนวคิดที่จะเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวสำหรับเด็กพิเศษที่ต้องเรียนร่วมในโรงเรียน เพื่อจัดหาสื่อการเรียนการสอน ครูพี่เลี้ยง ตลอดจนจัดทำระบบคัดกรองส่งไปยังโรงเรียน โดยในปัจจุบันมีเด็กเหล่านี้กว่า 380,000 คนทั่วประเทศ ส่วนใหญ่เป็นเด็กสมาธิสั้นที่จะต้องได้รับการดูแลตั้งแต่ช่วงเด็ก เพื่อให้มีพัฒนาการและเติบโตไปในทิศทางที่ดี

- การบริหารงานบุคคล จะปรับปรุงระบบการสอบคัดเลือกครู ให้เป็นระบบเดียวกับการสอบข้าราชการพลเรือนของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) ที่มีการสอบ 3 ภาค คือภาค ก, ภาค ข, ภาค ค ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการ รวมทั้งกำหนดผู้จัดสอบในแต่ละภาค อย่างไรก็ตามจะเปิดโอกาสให้ผู้อำนวยการโรงเรียนดูแลการสอบภาค ค. (สัมภาษณ์)เพื่อคัดเลือกครูที่จะมาอยู่ในความรับผิดชอบเอง

สำหรับการบรรจุ/แต่งตั้ง/โยกย้ายครูที่ยังไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ทำให้โรงเรียนระดับประถมศึกษามีทั้งโรงเรียนที่มีครูเกินและครูขาด เช่น โรงเรียนเล็ก (นักเรียนต่ำกว่า 120 คน) มีครูไม่ครบชั้นกว่า 30,000 ห้องเรียน ในขณะที่โรงเรียนขนาดใหญ่มีครูเกินกว่า 90,000 ห้องเรียน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าครูกระจุกตัวอยู่ที่โรงเรียนขนาดกลางและใหญ่ ในประเด็นนี้ สพฐ.ได้ให้พันธะสัญญาในการดำเนินงานให้เป็นรูปธรรม 3 ส่วน คือ 1) จะทำครูให้ครบตามเกณฑ์ภายใน 1 ปี, 2) จะทำครูให้มีครูประจำชั้นครบทุกห้องภายใน 2 ปี 3) จะทำให้ครูตรงสาขาภายใน 5-10 ปี ในขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูคู่ขนานไปด้วย อาทิ

- นำครูที่เกษียณกลับมาสอน อยู่ระหว่างเตรียมการนำครูที่เกษียณราชการไปแล้ว กลับมาสอนวิชาที่เป็นความต้องการในโรงเรียนเดิม โดยเน้นครูผู้มีประวัติดี มีความสามารถ และตรงกับความต้องการของโรงเรียน

- การวางแผนอัตรากำลังครูล่วงหน้า 10 ปี (พ.ศ.2559-2568) เพื่อทดแทนจำนวนครูที่เกษียณอายุราชการจำนวน 223,301 อัตรา

- การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งขณะนี้มีโรงเรียนที่มีนักเรียนไม่เกิน 20 คน จำนวน 1,072 แห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจำนวนนี้มีโรงเรียนที่มีนักเรียน 0 คน จำนวน 207 แห่ง, นักเรียน 1 คน 8 แห่ง, นักเรียน 2 คน 20 แห่ง กระทรวงศึกษาธิการจึงมีแนวคิดที่จะนำงบกระตุ้นเศรษฐกิจที่ สพฐ.ได้รับกว่า 3,800 ล้านบาท มาใช้พัฒนาปรับปรุงโรงเรียนแม่เหล็ก ที่จะเป็นโรงเรียนรองรับนักเรียนจากโรงเรียนขนาดเล็กในรัศมีไม่เกิน 6 กิโลเมตร ให้มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร สภาพแวดล้อม อาคารสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนอุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอน โดยขณะนี้ สพฐ.ได้กำหนดโรงเรียนเป้าหมายที่จะเป็นโรงเรียนแม่เหล็กไว้แล้ว ในส่วนของครูโรงเรียนขนาดเล็ก สามารถที่จะย้ายไปสอนที่โรงเรียนแม่เหล็กได้ และในส่วนของโรงเรียนบางแห่งอาจต้องเปลี่ยนเป็นศูนย์การเรียนรู้ ทั้งนี้จะดำเนินการเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ปกติ จะไม่เข้าไปยุ่งกับโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่พิเศษหรือห่างไกลแต่อย่างใด

- การบริหารจัดการโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ที่มีนักเรียนต่ำกว่า 60 คน และอยู่ห่างจากโรงเรียนมัธยมอื่นไม่เกิน 6 กิโลเมตร ซึ่งมีอยู่จำนวนกว่า 1,000 โรงเรียน จะดำเนินการรูปแบบเดียวกันกับการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก โดยการดำเนินงานในระยะแรกที่ยังมีนักเรียนเรียนอยู่ จะเริ่มปิดห้องเรียนชั้น ม.1 ก่อน จากนั้นจะปิดทีละชั้นจนครบทุกชั้น ในส่วนของครูสามารถย้ายไปสอนชั้นประถมศึกษาในโรงเรียนเดิม หรือจะย้ายไปสอนสาขาที่ขาดแคลนในโรงเรียนมัธยมใกล้เคียงก็ได้ ซึ่งหากสามารถปิดโรงเรียนทั้งหมดได้จะทำให้มีครูเพิ่มถึง 3,000 คน

- การผลิตครูระบบปิด มีแนวคิดที่จะผลิตครูในระบบปิด เช่นเดียวกับระบบการผลิตแพทย์ พยาบาล ทหาร ตำรวจ เพื่อทำให้ได้ผู้ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจจะมาเป็นครูจริงๆ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นควบคู่ไปด้วย เพื่อผลิตครูในสาขาที่ขาดแคลนในพื้นที่ภูมิลำเนาของตนเอง ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 25 ส่วนอีกร้อยละ 40 จะหารือกับสถาบันผลิตครูที่มีอยู่ 98 แห่ง โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฎให้ผลิตครูในสาขาวิชาที่กำหนดไว้ให้ เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ผลิตครูเฉพาะสาขาปฐมวัย จากนั้นจะสื่อสารให้ผู้เรียนทราบว่า มหาวิทยาลัยใดเปิดสอนครูสาขาใด เพื่อเป็นข้อมูลให้เลือกเรียนในสาขาที่ถนัด

นอกจากนี้ จะผลิตครูให้มีทักษะตามศตวรรษที่ 21 เนื่องจากห้องเรียนบางแห่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และการผลิตครูมาจากหลักสูตรที่ใช้สำหรับการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 20 ซึ่งมีลักษณะเป็น Immigrant Digital แต่นักเรียนต้องมีทักษะการทำงานและการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 และเป็น Native Digital ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องดำเนินการคือ การปรับหลักสูตรการผลิตครูของสถาบันผลิตครู การปรับมาตรฐานหลักสูตร เพื่อพัฒนาครูสู่ศตวรรษที่ 21 ที่ครูต้องพร้อมที่จะเรียนรู้ไปกับเด็ก โดยเฉพาะเรื่อง Immigrant Digital และ Native Digital กล่าวคือ Teacher = Learner นั่นเอง อย่างไรก็ตามมีบทสรุปหนึ่งเขียนไว้ว่า “ไม่มีเทคโนโลยีใดมาแทนครูได้ เนื่องจากครูต้องอบรมคุณธรรมจริยธรรมและเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียน” จึงฝากให้ผู้บริหารนำไปแจ้งให้ครูทราบด้วยว่าต้องทำหน้าที่ทั้งสองส่วนอย่างเต็มที่ด้วย


- การสอบวัดวิชามาตรฐานครู โดยจะเริ่มจากสอบวัดวิชามาตรฐานสำหรับครูชั้น ม.1-3 ก่อน หากคะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ ต้องเข้ารับการอบรมจนกว่าจะสอบผ่าน และหากสอบครบ 9 ครั้งในเวลา 3 ปี แล้วยังไม่ผ่าน จะไม่สามารถเป็นครูได้อีก ทั้งนี้จะเริ่มต้นจากสอบวัดวิชามาตรฐานครูคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ชั้น ม.1-3 ในช่วงเดือนเมษายน 2560 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือของ สสวท., คุรุสภา และ สพฐ. เพื่อกำหนดวิชาที่จะต้องใช้สอบ จากนั้นเมื่อกำหนดได้แล้วจะเผยแพร่ทางเว็บไซต์ TEPE Online ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ทั้งนี้ได้มีการจัดสอบวัดวิชาภาษาอังกฤษสอบวัดครูทั่วประเทศตามเกณฑ์ของ CEFR แล้ว

- การเข้าสู่ตำแหน่งของผู้อำนวยการโรงเรียน ในอนาคตการเข้าสู่ตำแหน่ง อาจจะต้องเริ่มจากการเป็นครูชำนาญการโรงเรียนขนาดเล็ก หรือเป็นหัวหน้ากลุ่มงานในโรงเรียนขนาดใหญ่มาก่อน เมื่อสอบผ่านการคัดเลือกและบริหารโรงเรียนเป็นเวลา 3-4 ปีแล้ว จะต้องเข้ารับการประเมินการทำงาน หากผลประเมินอยู่ในระดับดีมาก จึงจะสามารถเลื่อนไปเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดกลางได้ และได้เลื่อนวิทยฐานะเป็นชำนาญการพิเศษทันที แต่หากผลประเมินอยู่ในระดับปานกลาง จะต้องเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเดิมต่ออีก 1 ภาคเรียน หรืออาจย้ายไปอยู่โรงเรียนในระดับเดียวกันได้ ส่วนผู้ประเมินที่ไม่ผ่านใน 4 ปี ต้องกลับไปเป็นครูชำนาญการเช่นเดิม

- การคงไว้ซึ่งวิทยฐานะ กระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงที่มีงบประมาณเกี่ยวกับเงินวิทยฐานะสูงที่สุด และครูได้รับอย่างไม่มีข้อจำกัด จึงจำเป็นต้องหาแนวทางในการพิจาณาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่สอดคล้องกับการมีวิทยฐานะของครูในโรงเรียน ซึ่งอยู่ระหว่างการยกร่างของ สพฐ. เช่น ครูภาษาไทยที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ตรวจข้อสอบอัตนัยของ สทศ. อาจใช้เป็นคะแนนส่วนหนึ่งเพื่อคงไว้ซึ่งวิทยฐานะ โดยไม่จำเป็นต้องจัดทำรายงาน เป็นต้น ซึ่งเชื่อว่าครูที่ตรวจข้อสอบอัตนัยเป็น ก็คือครูที่สอนเด็กเป็น

- การดำเนินงานด้านวินัยของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีคนกระทำความผิด แต่ไม่โดนลงโทษ จะทำให้คนดีเสียกำลังใจ กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก ขณะนี้จึงได้สั่งพักงานผู้บริหาร สกสค. 5 คนไว้ก่อน เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องการทุจริตที่เกิดขึ้นกับบริษัทบิลเลี่ยนฯ จำนวน 2,100 ล้านบาท

- การปรับปรุงพัฒนาระบบสารสนเทศของกระทรวงศึกษาธิการ จะพัฒนาและปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการศึกษา ซึ่งยังขาดความเสถียร ไม่ทันสมัย และไม่ทั่วถึง โดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2560 โดยองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการต้องบูรณาการระบบสารสนเทศให้เชื่อมฐานข้อมูลและแบ่งปันกันได้ รวมทั้งสร้างฐานข้อมูลกลางและระบบจัดการองค์ความรู้ด้วย

- กิจกรรมตามโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ในปีการศึกษา 2560 ขอให้ทุกโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มกิจกรรม Head ที่ช่วยพัฒนาการคิดวิเคราะห์ของเด็กให้มากขึ้น

- ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ขณะนี้ได้มีการหารือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางให้มี “ระบบสอบกลาง” เพื่อนำคะแนนสอบไปใช้เข้าเรียนต่อในสถาบันอุดมศึกษา ทั้งการทดสอบความถนัดทั่วไป (General Aptitude Test : GAT) การทดสอบวิชาการทางวิชาชีพ (Professional and Academic Aptitude Test : PAT) และการทดสอบวิชาสามัญ 9 วิชา โดยจะจัดสอบรอบเดียวในช่วงเวลาที่นักเรียนเรียนจบชั้น ม.6 ตามหลักสูตรแล้ว ประมาณกลางเดือนมีนาคม โดยจะใช้ระยะเวลาสอบประมาณ 6 สัปดาห์ - 2 เดือน หลังจากมีการประกาศผลสอบและเด็กรู้ผลคะแนนตนเองแล้ว สามารถนำคะแนนไปยื่นสมัครเรียนในสาขาวิชาที่ต้องการได้ 4 อันดับ จากนั้นมหาวิทยาลัยจะเลือกเด็กตามลำดับคะแนน พร้อมส่งข้อมูลกลับมาที่ส่วนกลางเพื่อเข้าสู่ระบบเคลียริ่งเฮาส์ (Clearing House) ซึ่งจะดำเนินการอย่างน้อย 2 รอบ อย่างไรก็ตามยังเป็นผลจากการหารือรอบแรกเพื่อแก้ปัญหาการวิ่งรอกสอบ ลดความเหลื่อมล้ำ และลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ต่อจากนี้ต้องรอให้ ทปอ.ออกแบบระบบการสอบกลางให้แล้วเสร็จ พร้อมหารือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล รวมทั้งมหาวิทยาลัยเอกชน เพื่อให้มีความเข้าใจที่ตรงกันและพร้อมที่จะใช้ประโยชน์จากระบบสอบกลางร่วมกันต่อไป


การประชุมสัมมนา เรื่อง "การยกระดับคุณภาพการมัธยมศึกษาสู่มาตรฐานสากล ประจำปี 2559" จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-27 สิงหาคม 2559 ที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ จ.เชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา ในการบริหารจัดการการศึกษาในยุคของการปฏิรูปการศึกษาและจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้สมาชิกได้รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านวิชาการร่วมกันอย่างกว้างขวางและหลากหลาย

โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการผลงานโรงเรียนมัธยมศึกษาที่มีวิธีปฏิบัติเป็นเลิศ การประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติคุณผู้บริหารโรงเรียน ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ ทุ่มเทกำลังกายกำลังใจ ตลอดจนประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับวงการมัธยมศึกษาไทย

นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
นวรัตน์ รามสูต : ถ่ายภาพ
28/8/2559

 

 

ขอบคุณที่มาภาพและเนื้อหาจาก กระทรวงศึกษาธิการ 28 สิงหาคม 2559 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> สรุปประเด็นการบรรยายพิเศษ ของรมว.ศธ. ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ที่เชียงใหม่ , , สรุปประเด็นการบรรยายพิเศษ , ของรมว.ศธ. , ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย , ที่เชียงใหม่ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมองค์กรหลัก ศธ. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2559
เปิดอ่าน 133,124 ครั้ง
การแถลงผลงาน 2 ปีของรัฐบาล (ด้านการศึกษา)☕ คลิกอ่านเลย
การแถลงผลงาน 2 ปีของรัฐบาล (ด้านการศึกษา)
เปิดอ่าน 126,844 ครั้ง
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 9/2559 เมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2559☕ คลิกอ่านเลย
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 9/2559 เมื่อวันพุธที่ 14 กันยายน 2559
เปิดอ่าน 140,460 ครั้ง
มติครม. ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา วันที่ 30 สิงหาคม 2559 ☕ คลิกอ่านเลย
มติครม. ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา วันที่ 30 สิงหาคม 2559
เปิดอ่าน 157,291 ครั้ง
สรุปประเด็นการบรรยายพิเศษ ของรมว.ศธ. ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ที่เชียงใหม่☕ คลิกอ่านเลย
สรุปประเด็นการบรรยายพิเศษ ของรมว.ศธ. ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย ที่เชียงใหม่
เปิดอ่าน 160,571 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

อยากได้กันมั๊ย ชมคลิปโชว์ความสามารถ Google Glass แว่นตาอัจฉริยะอยากได้กันมั๊ย ชมคลิปโชว์ความสามารถ Google Glass แว่นตาอัจฉริยะ
เปิดอ่าน 6,986 ครั้ง
คลิปรายการ "เปิดปม" กรณีทุจริตสอบครูผู้ช่วย รีบดูครับคลิปรายการ "เปิดปม" กรณีทุจริตสอบครูผู้ช่วย รีบดูครับ
เปิดอ่าน 17,486 ครั้ง
ขาเที่ยวเฮอีก ปี59 วันหยุดยาวเพียบเฉพาะสงกรานต์ฟาดรวดเดียว 5 วันขาเที่ยวเฮอีก ปี59 วันหยุดยาวเพียบเฉพาะสงกรานต์ฟาดรวดเดียว 5 วัน
เปิดอ่าน 18,674 ครั้ง
8 ตำรับใช้ข้าวเป็นยารักษาโรค8 ตำรับใช้ข้าวเป็นยารักษาโรค
เปิดอ่าน 9,655 ครั้ง
ความหมายของของขวัญความหมายของของขวัญ
เปิดอ่าน 10,211 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ