ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > อยากเลี้ยงลูกให้ฉลาด ต้องไม่มีคำว่า....โดย ดร.สุพาพร เทพยวรรณ

อยากเลี้ยงลูกให้ฉลาด ต้องไม่มีคำว่า....โดย ดร.สุพาพร เทพยวรรณ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 29 ส.ค. 2559 เปิดอ่าน : 21,342 ครั้ง

Advertisement


☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

อยากเลี้ยงลูกให้ฉลาด ต้องไม่มีคำว่า....โดย ดร.สุพาพร เทพยวรรณ

Advertisement

อยากเลี้ยงลูกให้ฉลาด ต้องไม่มีคำว่า....
โดย ดร.สุพาพร เทพยวรรณ

ขณะที่รถติดลูกถามว่าสีแดง สีเหลือง และสีเขียว ของสัญญาณไฟจราจร มีความหมายว่าอะไร คุณพ่อคุณแม่ตอบลูกว่าอย่างไร เราตอบว่าสีแดงหมายถึงหยุด สีเขียวหมายถึงให้ขับรถต่อไปได้ หรือเราใช้วิธีถามคำถามกลับไป ให้ลูกคิดและให้ลูกพยายามค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง หลายต่อหลายครั้งเราใช้วิธีตอบ และให้ความกระจ่างแก่ลูกในทันที เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา ปัจจุบันผู้ปกครอง คุณครู หรือผู้ดูแลเด็กไม่มีความอดทนเพียงพอในการที่จะตอบสนองต่อคำถามของเด็กได้ตลอดเวลา ช่วงเวลาสั้น ๆ และสำคัญในการตอบคำถามนี้ นักวิจัยกล่าวว่าจะส่งผลต่อชีวิตของเด็กเมื่อมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

ศาสตราจารย์ ไฮท์ เพเซท และคณะ จากมหาวิทยาลัยเทมเพิล ได้จัดพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาการเรียนรู้ตามหลักวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้ผู้ปกครองตระหนักถึงทักษะการพัฒนาเด็กที่จะนำไปสู่การประสบความสำเร็จที่แท้จริงในอนาคต ว่า ในปัจจุบันนี้เราอยู่ในโลกแห่งการรีบเร่ง และสับสน ผู้ปกครองกังวลใจอย่างมากต่ออนาคตของลูกหลาน มีข้อมูลข่าวสารมากมายถูกเผยแพร่และผลักดันให้เราคิดว่าต้องแข่งขันเพื่อการเป็นที่หนึ่ง ผู้ปกครองต้องการให้ลูกได้คะแนนสูงในทุกวิชา แต่จากผลการวิจัยพบว่าเด็กที่ทำคะแนนสูงในวิชาต่าง ๆ ไม่ได้ประสบความสำเร็จในชีวิตเสมอไป

เรากำลังฝึกให้เด็กทำตามอย่างคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นที่เก็บข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งเป็นการก้าวถอยหลัง เพราะคิดว่าคอมพิวเตอร์นั้นเป็นสิ่งที่ฉลาดกว่ามนุษย์ อีกทั้งทำให้เด็กคำนึงถึงความสัมพันธ์ทางด้านสังคม ความเอื้ออาทรและการเอาใจใส่ต่อกันและกันรวมทั้งการเป็นคนดีของสังคมน้อยลง เพราะคอมพิวเตอร์ไม่สามารถตอบสนองได้ครบทุกพัฒนาการของคนเราได้

การเลี้ยงลูกในศตวรรษที่ 21 ได้แนะนำแบบ 6C คือ (collaboration, communication, content, critical thinking, creative innovation และ confidence) แปลได้ความหมายว่า การร่วมมือ การสื่อสารเนื้อหา การคิดวิเคราะห์ นวัตกรรมที่สร้างสรรค์ และความเชื่อมั่น โดยนักวิจัยเชื่อว่าการเชื่อมโยงทักษะต่าง ๆ นี้ เข้าด้วยกัน และการลงลึกถึงพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน จะนำไปสู่การประสบความสำเร็จในชีวิตได้ ความสัมพันธ์ของทั้ง 6C คือ การร่วมมือ การปรับตัวและควบคุมตัวเองที่จะไม่ไปทำร้าย หรือทำให้ผู้อื่นสะดุด ซึ่งการร่วมมือนี้ถือเป็นหัวใจของการสร้างพื้นฐานประสบการณ์ที่หลากหลายในแต่ละวัฒนธรรม ซึ่งได้จากการเรียนในชั้นเรียน ต่อมาคือ การสื่อสาร เราไม่สามารถจะสื่อสารถึงกันได้ หากไม่มีผู้รับสาร เราต้องมีทักษะในการพูด การเขียน การอ่าน และการฟัง ต่อมาคือเนื้อหา เราไม่สามารถจะสืีอสารได้หากไม่เข้าใจภาษาหรืออ่านหนังสือไม่ได้ การคิดวิเคราะห์จะขึ้นอยู่กับเนื้อหา เพราะเราไม่สามารถจะได้ข้อมูลต่าง ๆ ได้ถ้าเราไม่มีเนื้อหาที่จะศึกษา นวัตกรรมที่สร้างสรรค์ และความเชื่อมั่นจะเชื่อมโยงและตามมาเป็นลำดับ ไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนไหนที่ไม่เคยพบกับความผิดพลาด และหากเราให้เด็ก ๆอยู่อย่างสะดวกสบายไม่เผชิญกับความผิดพลาด เด็กจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้

หลังจากที่เราเข้าใจความหมายของความสำคัญทั้ง6อย่างเรียบร้อยแล้ว เราจะมองลึกลงไปถึงขั้นพัฒนาการ 4 ด้านของเด็ก ยกตัวอย่างเช่น ถ้าการคิดวิเคราะห์เราต้องมีเนื้อหาก่อน หลายคนนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานมีกระดาษกองสุมอยู่ มีข้อมูล เช่น หนังสือ และแมกกาซีน กองอยู่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่จะต้องเลือกใช้ เราต้องวิเคราะห์ว่าเราจะเอาเนื้อหาส่วนไหนมา ดังนั้น ขั้นตอนที่หนึ่ง คือ เราต้องมีความเชื่อมั่นว่าข้อมูลนั้นเชื่อถึอได้ หากมีคนบอกว่ามีไดโนเสาร์ที่ยังมีชีวิตอยู่ที่ขอนแก่น เราคงต้องซื้อหนังสือเล่มนั้นมาอ่านทันที ขั้นตอนที่สองศึกษาความจริงจากข้อมูลซึ่งแตกต่างกัน เช่น บางคนบอกว่าประเทศไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของประเทศอื่น เรามีเอกราชมาช้านาน แต่อีกเล่มหนึ่งบอกว่าเราเคยตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าและเคยเสียกรุงที่กรุงศรีอยุธยา นี่คือ จุดเริ่มต้นของการคิดวิเคราะห์ อันดับที่สามเมื่อเรารวบรวมความคิดแล้ว หลายคนมักใช้คำว่า มีคนกล่าวว่า โดยไม่อ้างอิง และไม่เคารพงานของผู้อื่น หรือไม่มีการอ้างอิงตามหลักวิทยาศาสตร์ ดังนั้น การคิดอย่างลึกซึ้งและใคร่ครวญข้อมูลที่มีอย่างเข้าลึก รวมทั้งการใช้เวลาจะช่วยให้เราเข้าใจและตีปัญหาได้อย่างถ่องแท้ และเข้าถึงทุกแง่มุมของข้อมูล


การคิดอย่างวิเคราะห์ต้องอาศัยการผสมผสานวัฒนธรรม รวมทั้งความรู้ของผู้ปกครอง ครู รวมทั้งประสบการณ์ของปู่ย่าตายายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น หากเราต้องการสร้างเด็ก ๆ ให้เป็นผู้ที่มีความคิดอย่างลึกซึ้งและวิเคราะห์ เราจะต้องให้เด็ก ๆ คิด และตอบปัญหาด้วยตนเอง ค้นพบด้วยตัวเอง ไม่ใช่ว่าเมื่อเวลาที่เขาถามคำถาม เราจะให้คำตอบทันทีว่า.... ซึ่งเป็นการให้คำตอบกับเด็ก ๆ เลย แทนที่จะทำอย่างนั้นเราต้องให้เขาคิดและถามคำถามมากขึ้น รวมทั้งให้เข้าใจถึงความคิดของผู้อื่นด้วย มีใจกว้างที่จะยอมรับสิ่งต่าง ๆ ได้ เช่น ถ้าเราเห็นคนจรจัดนอนอยู่ข้างถนน เราคิดว่าคนจรจัดคนนั้นกำลังคิดอะไรและรู้สึกอย่างไรที่ไม่มีบ้านอยู่

การมองจากมุมของคนอื่นจะช่วยให้เรามีความคิดที่กว้างและมีหลายมุมมอง มีความคิดวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งในสิ่งต่าง ๆ โดยมองในแง่มุมที่ลึกและกว้าง เข้าใจโลกมากขึ้นนั่นเป็นรากฐานของการคิดวิเคราะห์ ทฤษฎีของจิตใจเป็นสิ่งที่สำคัญที และสามารถทำให้เกิดการคิดวิเคราะห์ได้ ซึ่งแตกต่างจากการเรียนวิชาการในชั้นเรียน

มนุษย์เราไม่ได้นั่งเรียนรู้แค่การท่องจำจากตำราต่าง ๆ แต่โลกของเรากว้างมากกว่านั้น เราต้องคิดนอกกรอบและเผชิญกับโลกนอกโรงเรียน

คุณพ่อคุณแม่ต้องการสร้างลูกให้เป็นหุ่นยนต์ที่ทำตามเราทุกอย่างเรียกเมื่อไหร่ก็มา หรือเราต้องการสร้างลูกให้มีความคิดเป็นของตัวเองทำอะไรด้วยตัวเองเป็นคนมีเหตุมีผล รู้จักตั้งคำถามและค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง คุณพ่อคุณแม่คงต้องกลับมาดูว่าขณะนี้ลูกของเราอยู่ที่ตรงจุดไหน และเราจะใส่ทักษะที่แตกต่างให้ลูกได้อย่างไร เพื่อลูกจะเติบโตเป็นคนที่สามารถเผชิญและเข้าใจกับโลกภายนอกได้อย่างดีในอนาคต

สิ่งนี้คือ การเรียนรู้โดยเน้นเรื่องของสังคม ความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่การวัดและการประเมินผลทางด้านของสติปัญญาไอคิว แต่รวมไปถึงความฉลาดทุกอย่างในตัวของเด็ก การปฏิสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกเป็นสิ่งที่สำคัญที่ต้องคำนึงถึง เช่นเดียวกันหากเราต้องการให้เด็กมีความเชื่อมั่น แต่ต้องตอบคำถามที่มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว การเติมคำตอบลงในช่องว่างให้ถูกต้องคงไม่เป็นการสร้างเด็กให้มีการคิดวิเคราะห์อีกต่อไปแล้ว หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกเป็นคนวิเคราะห์และคิดลึกซึ้ง คงต้องหาโอกาสให้ลูกคิดและตอบคำตอบได้อย่างหลากหลาย เช่น ถามลูกว่าลูกมีความคิดอะไรใหม่ ๆ ในการทำเตียงให้เรียบร้อยบ้างผลลัพธ์ที่ได้อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่แปลกใจจากความคิดสร้างสรรค์ที่หลากหลายที่เกิดขึ้นจากลูกก็เป็นได้ เป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวเสมอค่ะ

 

 

ขอบคุณที่มาจาก MGR Online 28 สิงหาคม 2559

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> อยากเลี้ยงลูกให้ฉลาด ต้องไม่มีคำว่า....โดย ดร.สุพาพร เทพยวรรณ , , อยากเลี้ยงลูกให้ฉลาด , ต้องไม่มีคำว่า....โดย , ดร.สุพาพร , เทพยวรรณ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สาวไส้ความง่อยเปลี้ยระบบศึกษาไทย ใครอยู่เบื้องหลังความเหวอะหวะซ้ำซาก?☕ คลิกอ่านเลย
สาวไส้ความง่อยเปลี้ยระบบศึกษาไทย ใครอยู่เบื้องหลังความเหวอะหวะซ้ำซาก?
เปิดอ่าน 15,862 ครั้ง
"ฟุตบอล"...สอนอะไร☕ คลิกอ่านเลย
"ฟุตบอล"...สอนอะไร
เปิดอ่าน 5,473 ครั้ง
ศึกสายเลือด ศธ. : เกมชิงอำนาจที่มีแต่ “ผู้แพ้”?? ผู้เขียน จุไรรัตน์ พงศาภิชาติ☕ คลิกอ่านเลย
ศึกสายเลือด ศธ. : เกมชิงอำนาจที่มีแต่ “ผู้แพ้”?? ผู้เขียน จุไรรัตน์ พงศาภิชาติ
เปิดอ่าน 23,453 ครั้ง
การแก้ปัญหาการศึกษาไทย คันที่หลัง อย่าไปเกาที่ขา☕ คลิกอ่านเลย
การแก้ปัญหาการศึกษาไทย คันที่หลัง อย่าไปเกาที่ขา
เปิดอ่าน 14,960 ครั้ง
เฉลยข้อสอบผิด! บทเรียนในอดีต และปัจจุบัน☕ คลิกอ่านเลย
เฉลยข้อสอบผิด! บทเรียนในอดีต และปัจจุบัน
เปิดอ่าน 17,798 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

"เสือจับค้างคาว" ของขวัญพระราชทานปี "เสือจับค้างคาว" ของขวัญพระราชทานปี '53
เปิดอ่าน 8,994 ครั้ง
ดูลายมือ "ผู้วิเศษ"ดูลายมือ "ผู้วิเศษ"
เปิดอ่าน 12,926 ครั้ง
ขั้นตอนปลูกแก่นตะวัน ปลูกง่าย โตไว ราคาดีขั้นตอนปลูกแก่นตะวัน ปลูกง่าย โตไว ราคาดี
เปิดอ่าน 10,249 ครั้ง
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่2ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่2
เปิดอ่าน 6,521 ครั้ง
มิตรแท้ ๔ มิตรเทียม ๔มิตรแท้ ๔ มิตรเทียม ๔
เปิดอ่าน 120,124 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ