ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > ถึงเป็น"หนี้"แต่ก็มีเงินเก็บ

ถึงเป็น"หนี้"แต่ก็มีเงินเก็บ

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 26 ม.ค. 2557 เปิดอ่าน : 10,967 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ถึงเป็น"หนี้"แต่ก็มีเงินเก็บ

Advertisement

 

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนในไตรมาสที่ 2 ของปี 2556 เพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 79.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทย ที่ปัจจุบันจีดีพีไทยอยู่ 12 ล้านล้านบาท นับว่าเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นที่รวดเร็วจากปลายปี 2551 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 55.6 % ของจีดีพี เท่านั้น

นั่นคือตัวเลขหนี้รวมของคนทั้งประเทศ แต่การจะกล่าวว่าหนี้ของใครมีมากน้อยแค่ไหนก็จะต้องจำแนกเป็นรายบุคคลไป ในภาวะที่คนมีภาระหนี้สูง ไม่ว่าจะเป็นผ่อนบ้าน รถยนต์ เครื่องใช้อุปโภคและบริโภค บัตรเครดิตในแต่ละเดือน ทำให้หลายคนจึงมักจะหาข้ออ้างให้กับตัวเองว่า มีเงินไม่พอที่จะออมได้เพราะมีค่าใช้จ่ายมากกว่ารายได้แบบชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่แล้ว

แต่ในความเป็นจริง คนที่เป็นหนี้ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถที่จะมีเงินออมได้ นั่นขึ้นอยู่กับ “ความตั้งใจ” ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าหากตัวเรามีความตั้งใจ และมีวินัยเพียงพอ ย่อมทำได้แน่นอน

ทำอย่างไรให้มีเงินออม

ขั้นแรกทำบัญชีรับจ่าย หรือ บัญชีครัวเรือน

ต้องเริ่มจาก มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะมีเงินเก็บออมเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ยามเจ็บไข้ได้ป่วยหรือยามเข้าสู่วัยเกษียณซึ่งเราจะไม่มีรายได้อีกต่อไปสักหนึ่งก้อน ลำดับต่อมา ให้เริ่มทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ว่าในแต่ละเดือนเรามีรายรับเท่าไหร่ เช่น เงินเดือนหรือรายได้พิเศษ เช่นเดียวกับรายจ่าย ให้รวบรวมรายจ่ายประจำออกมา เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง ค่ากิน ค่าเสื้อผ้า ค่าผ่อนชำระหนี้ในแต่ละเดือน

ขั้นที่สอง อุดรูรั่วลดใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

เมื่อมีลิสต์รายรับ-รายจ่ายแล้ว จะช่วยให้เราพบรูรั่วจากการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่ยังสามารถประหยัดได้ ซึ่งขั้นตอนต่อไปคือ อุดรูรั่วนั้นซะ เช่น ค่ากิน อาจลดปริมาณการทานอาหารนอกบ้านลง ค่าเสื้อผ้า กระเป๋า หากมีอยู่แล้วหลายใบก็ไม่ควรซื้อของใหม่เข้ามาเพิ่มเติม แต่อาจใช้วิธีการดัดแปลงของเดิมให้ดูเหมือนใหม่แทน

ขั้นที่สาม ลดการใช้สินค้าทำลายสุขภาพ

ขณะที่ รายจ่ายประจำอื่นๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ หากสามารถเพิ่มการประหยัดได้ก็จะช่วยให้เรามีเงินอีกส่วนหนึ่งที่สามารถผันมาเป็นเงินออมได้ และสำหรับผู้ที่สูบบุหรี่หรือกินเหล้า ให้ลองนับเงินที่ต้องเสียไปกับค่าเหล้าและบุหรี่ในช่วงที่ผ่านมาดูว่า หากเปลี่ยนมาเป็นเงินออม ป่านนี้จะคิดเป็นเงินออมเท่าไหร่แล้ว ถ้าเลิกได้ก็ควรเลิก แต่ถ้าเลิกไม่ได้ก็ควรลด

ผลจากความตั้งใจ

เมื่อทำได้เช่นนี้แล้วในเดือนแรก เราจะตระหนักขึ้นว่าหากลดการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยลงหมายถึงเงินออมที่เพิ่มขึ้น ในเดือนต่อมาเมื่อเงินเดือนออกมาปุ๊ปให้แบ่งส่วนออกมาเก็บก่อนทันที และพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในงบที่เหลือให้ได้ เพียงแค่นี้ก็เริ่มเก็บเงินได้แล้ว มากหรือน้อยไม่สำคัญ ถึงแม้จะออมได้เพียงเดือนละ 300-400 บาทก็ยังดีกว่าเก็บเงินไม่ได้เลยสักบาท

หลังจากเก็บออมเล็กผสมน้อยมาได้ระยะหนึ่ง เราจะได้เงินออมก้อนย่อมๆมาหนึ่งก้อน ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับผู้ที่มีหนี้สินอยู่กับตัวล้วนต้องการปลดหนี้ให้หมดไป เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนจากดอกเบี้ย ต้นเหตุของมูลหนี้ที่พอกพูนขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันภาคครัวเรือนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ในการจัดการกับหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่สามารถหลุดพ้นจากวงจรหนี้ได้เสียที

วิธีการที่อยากแนะนำ คือ

1.เมื่อมีเงินก้อนจากการออมแล้วควรใช้เงินออมเพื่อชำระหนี้ก่อนเพราะดอกเบี้ยที่เราได้รับจากการออมย่อมน้อยกว่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้กับการกู้ยืมอยู่แล้ว โดยให้เลือกจ่ายหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยแพงที่สุดก่อน เช่นหนี้นอกระบบหรือหนี้ในระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงสุด

2.หากเงินออมหมดแล้วหรือไม่พอจะโปะหนี้ให้หมดไป ให้ทำการย้ายหนี้ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงไปยังแหล่งที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า เช่น หนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อบ้าน ที่ปัจจุบันมีหลายธนาคารยอมให้โอนหนี้โดยคิดดอกเบี้ยถูกกว่าหรือที่เรียกว่ารีไฟแนนซ์ แต่ต้องดูค่าใช้ในการย้ายหนี้ด้วย เช่น ค่าจดจำนอง ค่าปรับต่างๆว่าคุ้มกับดอกเบี้ยที่ถูกลงหรือไม่

3.หาทางเจรจากับเจ้าหนี้เมื่อเรารู้ตัวว่าจะไม่สามารถผ่อนชำระได้เพื่อหาทางออก เช่น ขอลดดอกเบี้ย ขอยืดระยะเวลาชำระหรือขอขยายงวดเวลาในการชำระ โดยทำควบคู่ไปกับแผนลดรายจ่ายต่างๆ

4.หารายได้เสริม โดยหาอาชีพเสริมอื่นๆ หลังเลิกงานประจำหรือในวัยหยุด เพื่อเพิ่มช่องทางที่มาของรายได้

อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าวิธีการทั้งหมดทั้งหมดนี้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น เราควรย้อนกลับไปดูต้นเหตุของหนี้สินที่เกิดขึ้นด้วยว่าเกิดจากอะไร เกิดจากการใช้จ่ายเกินตัวใช้หรือไม่?

หากทุกคนรู้จักการใช้จ่ายให้พอประมาณสมควรแก่ตัวเอง รู้จักการเก็บออม หากจำเป็นต้องพึ่งพาเงินกู้ก็ต้องรู้ถึงความสามารถในการผ่อนชำระและมีวินัยในการผ่อนชำระอย่างสม่ำเสมอ เพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะช่วยให้เราไม่ต้องประสบกับภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว

 

โดย....ชลลดา อิงศรีสว่าง....

 

 

ขอบคุณที่มาจาก โพสต์ทูเดย์

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ถึงเป็น"หนี้"แต่ก็มีเงินเก็บ , เงินเก็บ , อยากมีเงินเก็บ , มีเงินเก็บ , วิธีบริหารหนี้ , แก้หนี้ , แก้หนี้สิน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ความหมายยันต์

ความหมายยันต์
เปิดอ่าน 16,796 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
วันออกพรรษา☕ คลิกอ่านเลย
วันออกพรรษา
เปิดอ่าน 8,741 ครั้ง
แก้ปวดหัวด้วยน้ำ☕ คลิกอ่านเลย
แก้ปวดหัวด้วยน้ำ
เปิดอ่าน 8,800 ครั้ง
ปลุกเด็กเขียนจดหมาย ลดใช้ facebook☕ คลิกอ่านเลย
ปลุกเด็กเขียนจดหมาย ลดใช้ facebook
เปิดอ่าน 8,210 ครั้ง
วิธีป้องกันไม่ให้เป็นร้อนใน☕ คลิกอ่านเลย
วิธีป้องกันไม่ให้เป็นร้อนใน
เปิดอ่าน 8,443 ครั้ง
12 เคล็ดลับที่ช่วยให้หนุ่ม ๆ ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น☕ คลิกอ่านเลย
12 เคล็ดลับที่ช่วยให้หนุ่ม ๆ ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น
เปิดอ่าน 10,840 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เทคนิค "การต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู"เทคนิค "การต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู"
เปิดอ่าน 30,799 ครั้ง
ความหมายของคำว่า แม่ ความหมายของคำว่า แม่
เปิดอ่าน 19,914 ครั้ง
การประยุกต์ทฤษฎีการเรียนรู้ในระบบการศึกษาทางไกลอิเล็กทรอนิกส์การประยุกต์ทฤษฎีการเรียนรู้ในระบบการศึกษาทางไกลอิเล็กทรอนิกส์
เปิดอ่าน 13,192 ครั้ง
กินมะเขือเทศป้องกันเป็นอัมพาตได้ ยิ่งกินมากยิ่งหนีได้ห่างตั้งครึ่งต่อครึ่งกินมะเขือเทศป้องกันเป็นอัมพาตได้ ยิ่งกินมากยิ่งหนีได้ห่างตั้งครึ่งต่อครึ่ง
เปิดอ่าน 8,254 ครั้ง
พ่อแม่ควรแอด เฟซบุ๊ก Facebook ลูกไหม พ่อแม่ควรแอด เฟซบุ๊ก Facebook ลูกไหม
เปิดอ่าน 9,735 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ