
Oligio คืออะไร? เคล็ดลับกู้ผิวหย่อนคล้อยให้กลับมาแน่นกระชับ
เมื่อผิวเริ่มมีสัญญาณของความหย่อนคล้อย ไม่กระชับ หรือมีไขมันสะสมบางจุด หลายคนอาจมองหาวิธีดูแลผิวที่ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น หนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจในปัจจุบัน คือ Oligio ซึ่งเป็นนวัตกรรมด้านการยกกระชับผิวที่ช่วยฟื้นฟูผิวได้อย่างครอบคลุม Oligio ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การดูแลผิวในยุคใหม่ ที่เน้นทั้งความกระชับ ความเรียบเนียน และการฟื้นฟูคุณภาพผิวในระยะยาว
Oligio คืออะไร
Oligio คือเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ที่ความถี่ 6.78 MHz โดยพลังงานสามารถส่งลงลึกถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous Fat) เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่
นอกจากช่วยให้ผิวดูแน่น กระชับ และยืดหยุ่นมากขึ้นแล้ว Oligio ยังสามารถช่วยลดไขมันสะสมเฉพาะจุด เช่น แก้ม เหนียง หรือกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าดูได้สัดส่วนมากขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น
หลักการทำงานของ Oligio
Oligio ทำงานผ่านพลังงานความร้อนที่ลงลึกสู่ผิว โดยมีขั้นตอนสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่
1. การปล่อยพลังงานลงสู่ชั้นผิว
พลังงาน RF จะถูกส่งผ่านหัวทิปลงสู่ผิวในระดับลึกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นเซลล์ผิวและเนื้อเยื่อโดยไม่กระทบต่อบริเวณรอบข้าง
2. ความร้อนกระตุ้นการหดตัวของผิว
อุณหภูมิประมาณ 40–60°C จะช่วยให้คอลลาเจนเดิมหดตัว ส่งผลให้ผิวรู้สึกตึงขึ้นหลังทำ พร้อมมีระบบ Cooling ช่วยลดความร้อนสะสมบนผิว
3. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
หลังจากคอลลาเจนเดิมถูกกระตุ้น ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ต่อเนื่องในช่วง 3–6 เดือน ทำให้ผิวดูแน่น เรียบเนียน และยืดหยุ่นมากขึ้น
จุดเด่นของ Oligio
หนึ่งในเหตุผลที่ Oligio ได้รับความนิยม คือความสามารถในการดูแลผิวได้หลายมิติในครั้งเดียว
- ยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
- กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน
- ช่วยลดไขมันสะสมเฉพาะจุด
- ผิวดูแน่น เรียบเนียนขึ้น
- ใช้เวลาทำไม่นาน และไม่ต้องพักฟื้น
- มีระบบทำความเย็น ช่วยให้รู้สึกสบายผิวระหว่างทำ
Oligio ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง
Oligio สามารถช่วยดูแลปัญหาผิวได้หลากหลาย เช่น
- ผิวหย่อนคล้อยบริเวณแก้มและกรอบหน้า
- เหนียง หรือไขมันใต้คาง
- ริ้วรอยตื้น เช่น หน้าผาก รอบดวงตา
- ผิวไม่กระชับ รูขุมขนกว้าง
- ผิวขาดความยืดหยุ่น
โดยผลลัพธ์จะเป็นการฟื้นฟูผิวจากโครงสร้างภายใน ทำให้ผิวดูดีขึ้นโดยรวมอย่างเป็นธรรมชาติ
Oligio ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง
Oligio สามารถใช้ได้ทั้งใบหน้าและลำตัว เช่น
- แก้ม → ยกกระชับ ลดความหย่อนคล้อย
- กรอบหน้า / เหนียง → ปรับรูปหน้าให้ชัดขึ้น
- หน้าผาก → ลดริ้วรอย
- รอบดวงตา → ลดริ้วรอยและผิวหย่อน
- ลำคอ → ฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียน
- ลำตัว → ลดไขมันและยกกระชับผิว
ความหลากหลายนี้ทำให้ Oligio เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องผิว และรูปหน้าในเวลาเดียวกัน
Oligio เหมาะกับใคร
- Oligio เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
- Oligio เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวเชิงป้องกัน (อายุประมาณ 25–35 ปีขึ้นไป)
- Oligio เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมเล็กน้อย เช่น แก้ม หรือเหนียง
- Oligio เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด
- Oligio เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้น
- Oligio เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
Oligio ต่างจากเทคโนโลยีอื่นอย่างไร
ความแตกต่างของ Oligio เมื่อเทียบกับเทคโนโลยียกกระชับผิวอื่น ๆ จะอยู่ที่ประเภทของพลังงานและระดับชั้นผิวที่พลังงานลงลึก
- Oligio (Monopolar RF) เน้นการกระจายพลังงานความร้อนในชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิว พร้อมช่วยให้ผิวดูแน่น กระชับ และเรียบเนียนขึ้น รวมถึงช่วยลดไขมันสะสมเฉพาะจุดได้ในบางบริเวณ
- Ultherapy / HIFU (Ultrasound Technology) ใช้พลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์ที่สามารถลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นโครงสร้างผิวระดับลึก จึงเน้นการยกกระชับในเชิงโครงหน้า เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยชัดเจน
ด้วยความแตกต่างนี้ Oligio จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม ให้ผิวดู แน่น กระชับ และเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ มากกว่าการยกกระชับแบบเห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าอย่างชัดเจนในทันที
ขั้นตอนการทำ Oligio
การทำ Oligio ใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที โดยมีขั้นตอนหลัก ได้แก่
- ประเมินผิวโดยแพทย์
- ทำความสะอาดผิวและเตรียมผิว
- ปล่อยพลังงานด้วยหัวทิปตามแผน
- เสร็จแล้วสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ระหว่างทำจะรู้สึกอุ่น ๆ บนผิว สลับกับความเย็นจากระบบ Cooling

ผลลัพธ์ของ Oligio เห็นเมื่อไหร่
ผลลัพธ์ของ Oligio จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้เห็นผลทันทีแบบชัดเจน เนื่องจากเป็นการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ของร่างกายจากภายใน โดยสามารถแบ่งช่วงการเปลี่ยนแปลงได้ดังนี้
- หลังทำทันที อาจรู้สึกว่าผิวตึงขึ้นเล็กน้อย จากการหดตัวของคอลลาเจนเดิมในชั้นผิว
- ประมาณ 1 เดือน เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิว ผิวดูแน่นขึ้นเล็กน้อย และเริ่มมีความกระชับมากขึ้น
- ช่วง 3–6 เดือน เป็นช่วงที่ผลลัพธ์จะชัดเจนมากขึ้น ผิวดูเรียบเนียน แน่น และยืดหยุ่นดีขึ้น จากการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่อย่างต่อเนื่อง
เนื่องจาก Oligio เป็นการฟื้นฟูผิวตามกลไกธรรมชาติ ระยะเวลาในการเห็นผลอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลหลังทำ
ดูแลผิวหลังทำ Oligio อย่างไร
หลังทำ Oligio การดูแลผิวอย่างเหมาะสมมีส่วนสำคัญในการช่วยคงผลลัพธ์ให้ยาวนาน และช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แนวทางดูแลผิวหลังทำที่แนะนำ มีดังนี้
-
ปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ
ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ เป็นประจำทุกวัน และหลีกเลี่ยงการออกแดดจัดในช่วงแรก เพื่อลดการระคายเคืองและปกป้องผิวจากรังสี UV
-
เติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างเพียงพอ
การใช้มอยส์เจอไรเซอร์หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อ่อนโยน จะช่วยรักษาสมดุลผิว และสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูผิวให้ทำงานได้ดีขึ้น
ในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ผิวได้รับความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือทรีตเมนต์ร้อน เพื่อป้องกันการระคายเคือง
-
งดการผลัดเซลล์ผิวแบบรุนแรง
ควรหลีกเลี่ยงการสครับผิวหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นสูง เพื่อให้ผิวได้พักและฟื้นตัวอย่างเต็มที่
-
ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
การดูแลผิวตามคำแนะนำเฉพาะบุคคล จะช่วยให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง
Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้พลังงาน Monopolar RF ช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน ทั้งในด้านความกระชับ ความยืดหยุ่น และการลดไขมันเฉพาะจุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวให้ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น หากดูแลผิวอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม จะช่วยให้ผิวดูแน่น กระชับ และมีคุณภาพดีขึ้นในระยะยาว
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ