ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

แนะวิธีพูดคุย-กอด-เล่น ลดโอกาสลูกติดเกมลง


เรื่องราวจากสมาชิก

8,927

views
Advertisement

แนะวิธีพูดคุย-กอด-เล่น ลดโอกาสลูกติดเกมลง

❝ แนะวิธีพูดคุย-กอด-เล่น ลดโอกาสลูกติดเกมลง ที่มา เว้บ ทำดีดอทเน็ท ❞
แนะวิธีพูดคุย-กอด-เล่น ลดโอกาสลูกติดเกมลง
 
 
          สถานการณ์ของ "เด็กติดเกม" ในปัจจุบันถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะจากผลสำรวจของกรมสุขภาพจิตพบว่าปี2552 มีเด็กติดเกมขั้นรุนแรงมากถึงร้อยละ 9 ของนักเรียนประถมปลายและมัธยมต้นเพิ่มขึ้นจากปี 2549 ที่มีเด็กติดเกมขั้นรุนแรงร้อยละ 5 คิดเป็นเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าในเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น หากขืนยังปล่อยไปอย่างนี้ ปัญหาใหญ่ของสังคมจะเพิ่มทวีความรุนแรงในหมู่เยาวชนโดยไม่มีที่สิ้นสุด
 
          ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขได้มองเห็นถึงความสำคัญของปัญหานี้ จึงได้มอบหมายให้กรมสุขภาพจิต ขยายผลการอบรมวิทยากรที่สามารถอบรมพ่อแม่ให้มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลลูกไม่ให้ติดเกมได้ในยุคไซเบอร์นี้ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิตได้พัฒนาหลักสูตรพ่อแม่ดูแลลูกยุคไซเบอร์ เป็นหลักสูตร 1 วัน โดยได้ทดลองหลักสูตรนี้มาเป็นเวลา 4 ปี
 
          ซึ่งจากการติดตามผู้ปกครองที่เข้ารับการอบรมพบว่า ปัญหาลูกติดเกมลดลง ร้อยละ 79 ที่สำคัญคือ ในส่วนของผู้ปกครองที่เด็กมีปัญหาการติดเกมลดลงนี้ พบว่าร้อยละ 100 เกิดจากการเปลี่ยนแปลงตนเองของผู้ปกครอง เช่น พ่อแม่รู้จักที่จะควบคุมอารมณ์ของตนเอง รับฟังความคิดเห็นของเด็ก พ่อแม่เลิกการลงโทษโดยวิธีการดุ ด่า เฆี่ยน ตี รู้จักมองเด็กในด้านดี มีการชมเชยเมื่อเด็กทำดี นอกจากนี้ การที่พ่อแม่ได้ช่วยเหลือแนะนำกระตุ้นให้เด็กรู้จักการทำกิจกรรมทางเลือกที่สร้างสรรค์ และเหมาะสมกับความต้องการของเด็ก ทำให้เด็กในจำนวนนี้ดีขึ้นถึง 91%
 
          นพ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมสุขภาพจิต อธิบายว่า การวิจัยปัจจัยป้องกันการติดเกมในเด็กและเยาวชนของ นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล ร่วมเป็นที่ปรึกษา โดยสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ พบว่า พ่อแม่ที่ขาดความรู้และทักษะในการดูแล ส่งผลให้ลูกมีโอกาสติดเกมเพิ่มขึ้น 7.5 เท่า ได้แก่ พ่อแม่ที่ใช้เกมเป็นพี่เลี้ยง เลี้ยงลูกแทนตน ให้ลูกเล่นเกมเพราะกลัวลูกเหงา การอนุญาตให้มีอุปกรณ์เล่นเกมไว้ในห้องของลูก การไม่กำหนดหรือควบคุมค่าใช้จ่ายของลูก และการใช้อารมณ์ในการอบรมสั่งสอนลูก
 
          ในทางกลับกันพ่อแม่ที่มีทักษะในการดูแลลูกอย่างถูกต้อง จะลดปัญหาการติดเกมของลูกลงได้ได้แก่การตระหนักในปัญหาเด็กติดเกมการฝึกให้ลูกรับผิดชอบงานในบ้านตั้งแต่เล็กๆ การสอนให้ลูกรู้จักแบ่งเวลา การรับฟังปัญหาหรือความคิดเห็นของลูก เมื่อลูกกระทำผิด
 
          อธิบดีกรมสุขภาพจิต บอกด้วยว่า พ่อแม่หากมีเวลาพูดคุย กอด และเล่นกับลูกมากกว่า 40 นาทีต่อวัน จะสามารถลดโอกาสที่ลูกติดเกมลงถึงร้อยละ 50 และการส่งเสริมให้ลูกมีกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่การเล่นเกมทำยามว่าง จะทำให้เด็กสามารถคลายเครียดได้และเป็นแหล่งสร้างความภาคภูมิใจในตนเองได้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการลดปัญหาการแสวงหาความภาคภูมิใจจากการเล่นเกมลงได้
 
          และเมื่อเร็วๆ นี้กรมสุขภาพจิตได้มอบหมายให้สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น จัดอบรมให้กับบุคลากรสุขภาพจิตจาก โรงพยาบาลจิตเวชทั้ง 13แห่งทั่วประเทศ แล้วนำความรู้ที่ได้กลับไปเปิดการ อบรมหลักสูตรพ่อแม่ดูแลลูกยุคไซเบอร์นี้ ตามต่างจังหวัดในเดือนนี้อีกด้วย
 
          ด้าน นพ.บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เราได้แนะนำพ่อแม่ 10 ข้อ ในการช่วยเหลือเด็กที่ชอบเล่นเกม พบว่าได้ผลดี ซึ่งงานวิจัยก็ยืนยันออกมาตรงกันว่า หากพ่อแม่ปฏิบัติตามนี้แล้ว ลูกจะติดเกมน้อยลง ได้แก่
 
          1. ฝึกวินัยและความรับผิดชอบตั้งแต่ยังเล็ก
 
          2. ลดโอกาสการเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต
 
          3. ใช้มาตรการทางการเงิน คือ ไม่ให้เงินมากเกินไป
 
          4. ฟังและพูดจาดีกับลูก
 
          5. หัดจับถูกซึ่งตรงข้ามกับการจับผิด ชื่นชมให้กำลังใจลูกบ่อยขึ้น
 
          6. ร่วมกำหนดกติกาการเล่นเกมกับลูกว่า จะเล่นได้วันละสักเท่าไร ช่วงเวลาใด
 
          7. สนับสนุนเด็กทำกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ ทดแทน
 
          8. พ่อแม่ต้องช่วยสร้างรอยยิ้มเล็กๆ ให้เกิดขึ้นในบ้านทุกวัน
 
          9. พ่อแม่ต้องฝึกควบคุมอารมณ์ตนเอง
 
          10. หากพ่อแม่สามารถควบคุมให้เด็กเล่นเกมไม่เกิน 1 ชั่วโมงในวันธรรมดา และไม่เกิน 2 ชั่วโมงในวันหยุด จะลดโอกาสการติดเกมลงกว่า 3 เท่า
 
 
 
 
 
ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 2771 วันที่ 2 ก.ย. 2552


แนะวิธีพูดคุย-กอด-เล่น ลดโอกาสลูกติดเกมลงแนะวิธีพูดคุย-กอด-เล่นลดโอกาสลูกติดเกมลง

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ประวัติเมืองขอนแก่น

ประวัติเมืองขอนแก่น


เปิดอ่าน 9,111 ครั้ง
มะรุม พืชมหัศจรรย์

มะรุม พืชมหัศจรรย์


เปิดอ่าน 8,923 ครั้ง
12 อานิสงส์

12 อานิสงส์


เปิดอ่าน 8,930 ครั้ง
 Tip.....   Burnning Text จาก PHOTOSHOP

Tip..... Burnning Text จาก PHOTOSHOP


เปิดอ่าน 8,940 ครั้ง
ดนตรี

ดนตรี


เปิดอ่าน 8,926 ครั้ง
งานเชิงรุก

งานเชิงรุก


เปิดอ่าน 8,920 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

นิทาน

นิทาน

เปิดอ่าน 8,934 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
มามะป้องกันเส้นเลือดขอดกันเถอะ
มามะป้องกันเส้นเลือดขอดกันเถอะ
เปิดอ่าน 8,926 ☕ คลิกอ่านเลย

หนังสือพิมพ์   รีไซเคิล   สร้างแฟชั่นกระเป๋า
หนังสือพิมพ์ รีไซเคิล สร้างแฟชั่นกระเป๋า
เปิดอ่าน 8,948 ☕ คลิกอ่านเลย

เทคนิคการมองโลกในแง่ดี
เทคนิคการมองโลกในแง่ดี
เปิดอ่าน 8,937 ☕ คลิกอ่านเลย

โทษของการกินน้ำตาลมากเกินไป
โทษของการกินน้ำตาลมากเกินไป
เปิดอ่าน 8,953 ☕ คลิกอ่านเลย

รายงานการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น  เรื่อง  ระบำตับจาก
รายงานการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง ระบำตับจาก
เปิดอ่าน 8,939 ☕ คลิกอ่านเลย

วิธีกำจัด...เห็บ...หมัด สุนัข
วิธีกำจัด...เห็บ...หมัด สุนัข
เปิดอ่าน 8,929 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

การดูแล "เท้า-เรียวขา" ให้เนียนนุ่ม และ สุขภาพดี
การดูแล "เท้า-เรียวขา" ให้เนียนนุ่ม และ สุขภาพดี
เปิดอ่าน 2,307 ครั้ง

AC Clear ทางเลือกดูแลปัญหาสิวโดยแพทย์ใน 5 ขั้นตอน
AC Clear ทางเลือกดูแลปัญหาสิวโดยแพทย์ใน 5 ขั้นตอน
เปิดอ่าน 335 ครั้ง

ทำความรู้จัก Mosaic กันก่อน
ทำความรู้จัก Mosaic กันก่อน
เปิดอ่าน 13,982 ครั้ง

ตูนส์ศึกษา : หลักฐานยอดฮิต ที่แสดงว่าเด็กไทยคิดเป็น
ตูนส์ศึกษา : หลักฐานยอดฮิต ที่แสดงว่าเด็กไทยคิดเป็น
เปิดอ่าน 12,203 ครั้ง

จอร์จ บูล ผู้คิดค้นพีชคณิตแบบบูล
จอร์จ บูล ผู้คิดค้นพีชคณิตแบบบูล
เปิดอ่าน 6,294 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ