|
10 เรื่องมะเร็งปากมดลูกที่ผู้หญิงควรรู้
|
10 เรื่องมะเร็งปากมดลูกที่ผู้หญิงควรรู้
1.สาเหตุมาจากอะไร?
ตัวการสำคัญคือไวรัส HPV หรือ Human Papilloma Virus ไวรัสชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น โรคหูด ไวรัสแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ทำให้เกิดมะเร็ง ได้แก่ HPV 16 18 31 และ 45 กลุ่มที่ไม่ก่อมะเร็ง แต่ทำให้เกิดโรคบางชนิดได้แก่ HPV 6 และ 10
2.ติดต่อได้ทางไหน?
แค่เพียงการสัมผัสเพียงครั้งเดียว โดยผ่านทางเพศสัมพันธ์เป็นหลัก หากร่างกายปกติจะสามารถกำจัดเชื้อไปได้ แต่ถ้าติดเชื้อบ่อยๆเซลล์จะพัฒนาเป็นมะเร็งได้
3.ผู้หญิงที่ติดเชื้อนี้มากที่สุด อายุเท่าไร?
กลุ่มสตรีที่มีความเสี่ยงสูงคือ 18-28 นั่นหมายความว่าเรามีโอกาสติดเชื้อนี้ตั้งแต่ยังสาว
4.เป็นสาวบริสุทธิ์ จะปลอดภัยจากเชื้อนี้ใช่หรือไม่?
ไม่ใช่ เพราะโอกาสได้รับเชื้อนี้ยังมีจากการใส่กางเกงในอับชื้น การล้างทำความสะอาดที่ไม่ถูกต้อง หรือการเข้าห้องน้ำสาธารณะที่ไม่สะอาด แต่หากเรามีสภาพร่างกายแข็งแรง ภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติจะสามารถกำจัดเชื้อออกไปได้ถึง 97%
5.รู้ได้อย่างไรว่าติดเชื้อแล้ว?
เราไม่มีทางจะรู้ตัวเลยในช่วงแรก กว่าจะมีสัญญาณบอกก็ตั้ง 5-10 ปี หรือนานกว่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่โรคอยู่ในระดับรุนแรงแล้ว
6.ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ช่วยได้อย่างไร?
วัคซีนสามารถลดอุบัติการณ์ของมะเร็งปากมดลูกในระยะที่กำลังก่อตัว และระยะยังไม่ลุกลามได้ร้อยละ 27 และร้อยละ 62 วัคซีนมีประสิทธิภาพครอบคลุม 3 ปี และครอบคลุมเชื้อ HPV ได้ 4 ชนิด ได้แก่ HPV 6 11 16 และ 18
7.ฉีดวัคซีนตรงไหนและระยะห่างในการฉีดเป็นอย่างไร?
ฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อในปริมาณครั้งละ 0.5 มล. ทั้งหมด 3 ครั้ง
ครั้งที่ 1 ฉีดในวันที่เราเลือก
ครั้งที่ 2 หลังจากฉีดครั้งแรก 1-2 เดือน
ครั้งที่ 3 หลังจากฉีดครั้งแรกแรก 6 เดือน
8.เมื่อเรามีกิจกรรมทางเพศ จะติดเชื้อตอนไหนบ้าง?
แค่เพียงสัมผัสร่างกาย มันก็จะผ่านเข้าไปสู่ผิวเซลล์ของมะเร็งปากมดลูก บางกรณี DNA ของไวรัส ยังเข้าไปอยู่ใน DNA ของผู้หญิง และกลายเป็นส่วนหนึ่งของเซลล์ร่างกาย จากนั้นมันจะเติบโตและกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด
9.จะตรวจพบเชื้อได้อย่างไรบ้าง?
การตรวจ Pap Smears ป้ายตัวอย่างภายในช่องคลอดตรวจผ่านกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งสามารถตรวจได้สม่ำเสมอ หากพบสิ่งผิดปกติจะได้ทำการรักษาได้ทัน และวิธีตรวจล่าสุดคือ Thin Prep ที่ให้ผลละเอียดกว่าแบบแรกประมาณ 65% โดยขูดเนื้อเยื่อภายในช่องคลอดไปตรวจ และไม่จำเป็นต้องรอให้ประจำเดือนหมดก่อนก็สามารถตรวจได้
10.เรื่องอื่นที่พวกเราควรรู้?
ผู้รับวัคซีนไม่สามารถป้องกันโรคนี้ได้ทุกคน และไม่สามารถป้องกันเชื้อที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้ทุกชนิด ดังนั้นจึงควรตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ ผู้รับวัคซีนอาจมีอาการข้างเคียงเล็กๆน้อยๆคือ อาการบวม ผิวหนังแดง มีไข้ อาเจียน ฯลฯ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อได้รับวัคซีนครบ 3 ครั้งในระยะเวลา 6 เดือน และอาการเหล่านี้จะหายไปเอง
ที่มา : Her World ฉบับที่ 51 |
|
|
| |
วันที่ 24 พ.ย. 2552
Advertisement
 เปิดอ่าน 8,472 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,495 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,481 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,549 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,429 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,792 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,464 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,546 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,471 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,525 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,469 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,434 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,477 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,608 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,515 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,503 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 8,472 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 8,613 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,440 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,432 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,478 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,667 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,498 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 409,933 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 141,519 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 106,920 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 23,191 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 18,318 ครั้ง |
|
|