ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

การเเข่งขันทางอุดมการณ์ในโลกมุสลิม


เรื่องราวจากสมาชิก เปิดอ่าน : 6,338 ครั้ง
การเเข่งขันทางอุดมการณ์ในโลกมุสลิม

Advertisement

 

การเเข่งขันทางอุดมการณ์ในโลกมุสลิม * 

                     ขอบเขตของความรุนเเรงเเละความโกรธเเค้นอันเนื่องมาจากการที่สื่อมวลชนตะวันตกได้พิมพ์การ์ตูนล้อเลียนพระศาสดาของศาสนาอิสลามได้ขยายวงกว้างจนถึงขนาดว่าหลายประเทศตะวันตกเริ่มวิตกกังวลใจอย่างมากเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวต่อความสัมพันธ์ทางการทูตเเละการค้าที่ตนมีในโลกมุสลิม     อย่างไรก็ตาม น่าสังเกตว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เป็นเหตุการณ์เดี่ยวที่เพิ่งเกิดขึ้น เเต่ทว่าเป็นการทำซ้ำ ทำซ้อน ซึ่งในที่สุดนักการศาสนาอิสลามได้ตกลงใจนำเรื่องนี้เข้าสู่สภานักการศาสนาอิสลามในหลายสิบประเทศมุสลิม โดยเฉพาะที่รัฐซาอุดิอาระเบีย

                      อย่างไรก็ตาม  การประชุมสุดยอดของกลุ่มโอไอซี (Organization of Islamic Conference) ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐซาอุดิอาระเบียได้เป็นเจ้าภาพนั้นได้ส่งสัญญาณที่สำคัญคือ  โลกอาหรับที่อ้างว่าเป็นพวกสายกลางได้ประกาศต่อต้านการก่อการร้าย     นอกจากนั้น รัฐซาอุดิอาระเบียพร้อม

ที่จะทำหน้าที่เป็นผู้นำของกลุ่มประเทศมุสลิมสายกลางที่สนับสนุนสันติภาพเเละการเเก้ไขปัญหา

ด้วยสันติวิธี    ในรูปหมู่ประวัติศาสตร์ ซึ่งบรรดาผู้นำของรัฐมุสลิมได้ยืนถ่ายร่วมกันนั้น  บุคคลสำคัญ

ที่ยืนอยู่ข้างกษัตริย์ซาอุดิอาระเบีย คือ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เเละสุลต่านเเห่งรัฐบรูไน ซึ่งให้นัยที่น่าสนใจยิ่ง

                     ดังนั้น  ผู้เขียนจึงถือโอกาสนี้  ขอเล่าภูมิหลังหรือพัฒนาการของการเเข่งขันทางอุดมการณ์รวมถึงกระเเสความคิดที่สำคัญในโลกอาหรับ ซึ่งถือว่ามีอิทธิพลอย่างมากในการกำหนดทิศทางการเมืองในโลกมุสลิม 

                    

การปรากฏตัวขึ้นของการรู้จักตัวตนของตนเอง                      

                     ในด้านการเมือง  คำว่าอาหรับเเทบไม่มีความหมายอะไรมากนักก่อนศตวรรษที่ 20 เนื่องจากดินเเดนส่วนใหญ่ในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ถูกครอบงำโดยจักรวรรดิออตโตมันเเละจักรวรรดิกาจาร์     อย่างไรก็ตาม  ดินเเดนอาหรับต่อมากลับได้กลายเป็นเป้าหมายสำคัญในการตัดทอนกำลังเเละอำนาจของจักรวรรดิออตโตมันที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลโดยมีศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่นครอิสตันบูล (Istanbul)   

                     เนื่องจากตุรกีได้เข้าร่วมกับเยอรมนีในการขยายเเสนยานุภาพในต้นศตวรรษที่ 20     

ดังนั้น การสิ้นสุดลงของสงครามโลกครั้งที่ 1 จึงได้ส่งผลให้จักรวรรดิออตโตมันซึ่งมีอายุถึงสี่ศตวรรษต้องสิ้นสุดลงในเวลาต่อมา (ปี ค.ศ. 1918)     

                      ดินเเดนพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ซึ่งเคยเป็นประเทศราชของจักรวรรดิออตโตมันได้ถูกเเบ่ง

ออกเป็นสามส่วน  โดยสองส่วนเเรก คือ อิรัก เเละปาเสลไตน์ได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ    อีกส่วนคือ ซีเรียได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส

                     น่าสังเกตว่า ความรุนเเรงของสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้ทำให้อังกฤษเเละฝรั่งเศสบอบช้ำจนขนาดที่สหรัฐอเมริกาต้องเข้าช่วยในการรบกับเยอรมนีในช่วงสงคราม   อย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกาได้เริ่มถอนตัวออกจากเวทีการเมืองโลกทันทีที่สงครามโลกสิ้นสุดลง    ภาวะเช่นนี้ส่งผลให้อังกฤษเเละฝรั่งเศสยังคงดำรงตนเป็นศูนย์กลางของเวทีการเมืองเเละการทูตของโลก ซึ่งได้เปิดโอกาสให้อังกฤษเเละฝรั่งเศสสามารถกลับเข้ามาเเทรกเเซงหรือเเม้กระทั่งครอบงำดินเเดนที่เคยเป็นประเทศราชของ

ออตโตมัน       

                      ในขณะที่อังกฤษเเละฝรั่งเศสพยายามกลับเข้ามามีบทบาทในโลกอาหรับ  ประชาชนพื้นเมืองในดินเเดนอาหรับได้เริ่มตระหนักมากขึ้นในเรื่องของเผ่าพันธุ์ที่เเท้จริงของตนในลักษณะการเมือง     ดังเห็นว่าได้มีขบวนการชาตินิยมอาหรับลุกขึ้นปลุกกระเเสการรวมชาติอย่างสำเร็จเป็นจำนวนมาก เช่นในกรณีของอียิปต์ในปี ค.ศ. 1922   ซาอุดิอาระเบียในปี ค.ศ. 1932 เเละอิรักในปี ค.ศ. 1932    ชาวอาหรับพวกนี้เริ่มรู้สึกถึงความเป็นเผ่าพันธุ์ของตนเองโดยผ่านการฟื้นฟูระบบขนบธรรมเนียม ภาษาเเละสัญลักษณ์อาหรับ  หลังจากที่ได้ถูกครอบงำโดยออตโตมันเเละถูกเเทรก

เเซงจากตะวันตกมาเป็นเวลานาน    ความรู้สึกเป็นชาติจึงได้เกิดขึ้นมาในเวลานี้เเละกระบวนการสร้างชาติจึงได้เกิดขึ้นจากซากเดิมที่จักรวรรดิออตโตมันได้ทิ้งไว้  

                      ตุรกีเป็นประเทศเเรกในโลกอาหรับที่ก้าวเข้าสู่กระเเสเเห่งความเป็นสาธารณรัฐ  ดังเห็นว่าประธานาธิบดีเคมัล อัตตาเติร์ก (Kemal  Attaturk) เเห่งตุรกีได้เป็นผู้นำที่มีความคิดก้าวหน้าเเละมองการณ์ไกลจึงได้ตัดสินใจยกเลิกระบบกาลิบในประเทศตุรกี ซึ่งถือว่าเป็นการทำลายศูนย์เเห่งอำนาจทางศาสนาที่เคยรักษากฎระเบียบเเละการตีความความเชื่อของศาสนาอิสลามที่มีอายุยาวนานกว่าพันปี    เคมัลมีความต้องการที่จะเชิดชูระบบสาธารณรัฐที่สามารถโอบอุ้มคนหลายเผ่าพันธุ์ไว้ด้วยกันเพื่อผลักดันสาธารณรัฐตุรกีที่อายุน้อยมากออกจากอิทธิพลของโลกศาสนาไปสู่โลกในเเบบวิถีประชา   หรืออีกนัยหนึ่ง  ตุรกีพยายามสร้างเอกลักษณ์ใหม่ที่เน้นความเป็นเติร์กมากกว่าความเป็นอิสลาม  เเม้ว่าในความเป็นจริง ตุรกีมีประชากรส่วนใหญ่ของประเทศเป็นมุสลิม    ในขณะที่  อียิปต์กลับมองเห็นตนเองในความเป็นอาหรับทั้งในด้านเชื้อชาติเเละภาษาจึงเริ่มสร้างชาติรอบๆ สิ่งเหล่านี้     อียิปต์ อิรัก เเละซีเรียจึงเป็นอีกตัวอย่างที่ประชาชนรู้สึกถึงความเป็นชาติที่พูดภาษาอาหรับ   

                      การรุกฮือในกรุงไคโรเเละในเมืองต่างๆในอียิปต์ในที่สุดได้นำไปสู่การได้รับเอกราชสมบูรณ์จากอังกฤษในปี 1936  เเละกรุงไคโรได้พยายามรักษาตำเเหน่งของตนเองในฐานะศูนย์กลางเเห่งการเรียนรู้ศาสนาอิสลามของโลกอาหรับ

                      ในขณะที่ชาติอาหรับอื่นๆ กำลังสร้างชาติ   เเต่ในอีกด้านหนึ่งของโลกมุสลิมในเอเชียใต้

เเนวคิดฟื้นฟูความคิดเกี่ยวกับเเก่นเเท้ของศาสนาอิสลามได้ปรากฏตัวขึ้น     ดังเห็นในการเกิดขึ้นมาของขบวนการของสำนักคิดตาบลิกี (Tablighi  Jamaat) ในทศวรรษที่ 40 ซึ่งมีเป้าหมายที่จะปลุกชาวมุสลิมในอินเดียให้ตื่นจากความลุ่มหลงในการบูชาหลุมศพหรือบรรพบุรุษ เเละกระตุ้นให้ชาวมุสลิมในอินเดียรู้จักการเเสวงหาสัจธรรมที่เเท้จริงในเเบบอย่างประชาคมมุสลิมที่ดี ซึ่งต่อมาเเนวความคิดนี้ได้เเพร่เข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ปากีสถานในทศวรรษที่ 60   เเม้ว่าเเนวคิดนี้ได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง เเต่ทว่าเเนวความคิดนี้ไม่ได้มีนัยทางการเมืองเท่าใดนัก  

                       สงครามโลกครั้งที่สอง (ค.ศ.1938-1945) ได้ทำให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นมหาอำนาจโลกเเละได้ส่งสัญญาณว่าอังกฤษเเละฝรั่งเศสได้ลดบทบาทลงในเชิงอำนาจทางทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่สามารถควบคุมสถานการณ์การรุกฮือของประชาชนที่อยู่ใต้ปกครองในอาณานิคมภายใต้พลังชาตินิยม  ในที่สุด รัฐบาลอังกฤษเเละฝรั่งเศสจึงต้องตัดสินใจให้เอกราชอย่างสมบูรณ์เเก่ดินเเดนต่างๆ  เช่น  ซีเรีย (1946)  เลบานอน (1946)  ลิเบีย (1951) มาเลเซีย (1957) เป็นต้น

                      อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งรัฐอิสราเอลในปี ค.ศ. 1948  (คือหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองได้สิ้นสุดลงไม่นานนัก) โดยการสนับสนุนของอังกฤษเเละสหรัฐอเมริกาได้สร้างความไม่พอใจให้เเก่อาหรับ     ยิ่งกว่านั้น เหตุการณ์การยึดนครเยรูซาเลมของกองทัพอิสราเอลได้สำเร็จในเวลาต่อมาได้กลายเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้เกิดความตึงเครียดเเละความขัดเเย้งอย่างรุนเเรง เนื่องจากนครเยรูซาเลมเป็นที่ตั้งของมัสยิดอัล อัก ซอร์   

                     การที่นครเยรูซาเลมต้องถูกพวกทหารยิวยึดครองได้มีผลทางจิตวิทยาเเก่ชาวอาหรับเป็นอย่างมาก เเละได้กลายเป็นต้นกำเนิดของเเรงบันดานใจให้กับกลุ่มนักคิดมุสลิมทั่วไป   องค์การโอไอซีได้เกิดขึ้นมาในบริบทนี้เช่นกัน     เเต่น่าสังเกตว่าสำหรับนักคิดที่หัวรุนเเรงที่เกิดขึ้นในยุคต่อมากลับได้ใช้เหตุการณ์นี้เป็นเหตุผลในการต่อสู้เเบบจิฮัด    ดังเห็นว่า กระเเสของอิสลามได้เคลื่อนตัวไปสู่ทิศทางความคิดในเรื่องการต่อสู้ (Jihad) ซึ่งเน้นมิติทางการทหาร (จิฮัดที่เน้นมิติทางศีลธรรมยังคงเป็นกระเเสหลักที่มีอยู่ทั่วไปในชุมชนมุสลิมทั่วโลก)   ในขณะเดียวกัน  การรักษากฎหมายเเละระเบียบทางศาสนาอิสลาม (Sharia) ได้ถูกนำมาใช้อย่างเข้มข้นโดยกลุ่มนี้      กระบวนการนี้ได้เกิดขึ้นในบริบททางสังคมเเละวัฒนธรรมที่โลกอาหรับเริ่มเห็นว่าดินเเดนของตนเองได้

ถูกรุกรานจากชนชาติยิวโดยมีชาติตะวันตกให้การสนับสนุน  

                     ในตอนนี้  กระเเสชาตินิยมอาหรับได้ลดบทบาทลง เเต่กระเเสความคิดอิสลามทางการเมือง (Islamism) กลับเพิ่มบทบาทมากขึ้นเเละมีนัยทางการต่อสู้ทางการเมืองที่เน้นลักษณะเชิงรุกมากขึ้นเพื่อที่จะบรรลุผลที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อโลกอาหรับได้ย่างก้าวเข้าสู่ยุคทศวรรษที่ 50 เเละ 60  กระเเสเเนวคิดที่เกิดขึ้นใหม่ที่มาเเรงในโลกมุสลิมจึงเกิดขึ้นมาจากการตีความศาสนาอิสลามของนักคิดมุสลิม อย่างเช่น กัตบ์ (Qutb) เเห่งอียิปต์  โมดูดี(Maududi) เเห่งปากีสถาน เเละโคไมนี (Komeini) เเห่งอิหร่าน    นักคิดกลุ่มนี้ได้ประสบความสำเร็จในการเผยเเพร่ความคิดในบ้านตนเองเเละมีความปรารถนาอย่างเเรงกล้าที่จะเเพร่ความคิดของตนไปสู่สังคมมุสลิมอื่นๆ     น่าสังเกตว่านักคิดกลุ่มนี้ไม่เพียงเเต่เรียกร้องให้นำกฎปฎิบัติทางศาสนาอิสลาม (Sharia) มาใช้อย่างเคร่งครัด เเต่ยังได้พัฒนากระเเสความคิดอิสลามไปไกลถึงการสร้างประชาคม หรือโลกมุสลิมโดยมีพื้นฐานจากบรรดารัฐมุสลิม (Umma) โดยหวังว่าโลกมุสลิมสักวันหนึ่งจะรวมตัวกันจนมีลักษณะเป็นสากลจักรวาล  

                    นักคิดกลุ่มนี้พัฒนาเเนวคิดไปไกลในทิศทางที่เน้นว่าโลกใบนี้ควรเปลี่ยนเป็นอิสลาม (Islamization) เเละได้ลงมือทดลองความคิดอิสลามในเเบบของตนจริงกับชุมชนมุสลิมในระดับต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์ของโลกมุสลิม    อย่างไรก็ตาม  เเม้ว่าเเนวคิดของนักคิดอิสลามกลุ่มนี้ได้รับการตอบรับในหลายชุมชน เเต่มักจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มเยาวชนในรั่วมหาวิทยาลัยที่เกิดมาหลังยุคได้รับเอกราชเอกราช หรือกลุ่มประชาชนที่มีฐานะยากจนเท่านั้น   

                     กระเเสเเนวคิดอิสลามในหลายเเห่งในยุค 60 เเละ 70 เป็นต้นมาจึงมีความเเตกต่างไปจากเเนวคิดอิสลามเเบบเดิม  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบททางสังคมเเละการเมืองในเเต่ละประเทศ หรือเเม้เเต่ในเเต่ละท้องถิ่น    อย่างไรก็ตาม  ในช่วงทศวรรษ 70 นี้ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญมากมายที่ส่งผลทางจิตวิทยาให้เเก่การก่อตัวของขบวนการอิสลามเเบบใหม่ โดยเฉพาะในอิหร่าน  มาเลเซีย  ปากีสถาน  อียิปต์ เป็นต้น

                     กระเเสเเนวคิดของนักคิดกลุ่มนี้ยังไม่สามารถรับการสนับสนุนจากประเทศส่วนใหญ่มากนัก เพราะผู้นำเผด็จการของหลายประเทศมุสลิมในขณะนั้นได้ใช้เเนวคิดสังคมนิยมในการบริหารประเทศจึงยังเเสดงท่าทีไม่สนับสนุนความคิดดังกล่าวอย่างเต็มที่ เเละในบางครั้งพยายามปราบปราม  ดังเช่นในกรณี  กัดดาฟี (Gaddafi) เเห่งลิเบีย   ประธานาธิบดีบูเมอดีน (Boumedienne) เเห่งอัลจีเรีย   ประธานาธิบดีนาเซอร์ (Nasser) เเห่งอียิปต์   พรรคนีโอเดสตู (Neo-Destour) เเห่งตูนิเซีย   พรรคสาธารณรัฐอาหรับเยเมน (Yemen Arab Republic) ในเยเมน    พรรคบาท์ (Ba-ath) หลังจากที่ได้ขึ้นสู่อำนาจในซีเรียในปี ค.ศ. 1963    น่าสังเกตว่า ในช่วงนี้  ผู้นำเผด็จการในอียิปต์เเละซีเรียยังได้เเสดง

ความปรารถนาที่จะเห็นประเทศอาหรับรวมตัวกันภายใต้ระบอบสังคมนิยม เเละพยายามตีความว่า

ลัทธิสังคมนิยมเป็นส่วนหนึ่งของเเนวคิดเเบบอิสลาม

                     จนกระทั้งในปี ค.ศ. 1967  เมื่อกองทัพอิสราเอลได้กรีฑาทัพเเละยึดนครเยรูซาเลมได้สำเร็จ  ซึ่งถือว่าเป็นชนวนสำคัญที่นำไปสู่สงครามใหญ่ระหว่างรัฐอิสราเอลกับรัฐอาหรับในปี ค.ศ. 1973     เเนวคิดอิสลามสายใหม่จึงปรากฏขึ้นเเละเริ่มกลายเป็นพลังมวลชนขนาดใหญ่   ในขณะที่อุดมการณ์สังคมนิยมที่เคยเฟื่องฟูในรัฐบาลของหลายประเทศมุสลิมกลับเริ่มลดบทบาทลงอย่างรวดเร็ว

(หัวข้ออื่นๆ ภายในบทความ ประกอบด้วย :

...การขึ้นมาของอิทธิพลสหรัฐอเมริกาเเละสหภาพโซเวียตในโลกอาหรับ...              

 

...การระเบิดตัวของกระเเสความคิดอิสลามเชิงการเมืองเเนวใหม่...

 

...การเริ่มต้นของการเเข่งขันทางอุดมการณ์ระหว่างซาอุดิอาระเบียเเละอิหร่าน...                       

 

...อิหร่านเจอศึกสองด้าน...                     

                     

...ชัยชนะของอัฟกานิสถาน... 

 

...สงครามจิฮัดจึงกลายเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

 

...จุดอ่อนของผู้นำอิรัก...

                                                 

...กระเเสต่อต้านสหรัฐอเมริกา

 

...บริบทสังคมที่นำไปสู่การกำเนิดขึ้นของอุดมการณ์เเห่งนักรบจิฮัด...

 

บทส่งท้าย :  โลกตะวันตกกับโลกมุสลิม

                    อันที่จริง ผู้นำอเมริกันเพิ่งเริ่มสนใจในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างจริงจัง เมื่อได้เกิดการ

ปฏิวัติในอิหร่าน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มของความกังวลใจอย่างมากเกี่ยวกับการขึ้นมาของอิทธิพลทางอุดมการณ์ของอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบในด้านความรุนเเรงเเละยังสร้างภาวะความไม่เเน่นอนในการกำหนดนโยบายของผู้นำสหรัฐอเมริกา   เเต่ในขณะเดียวกัน  นักวิชาการอังกฤษเเละฝรั่งเศสได้รับรู้เเละสนใจเรื่องราวของโลกมุสลิมมาเป็นเวลานาน เนื่องจากตนเองเคยเป็นเจ้าอาณานิคม    หลายคนได้ผลิตงานเขียนมากมายเกี่ยวกับภูมิภาคเเห่งนี้    เเต่ทว่างานส่วนมากได้สื่อความเป็นตะวันออก (Orientalism) ที่มักสะท้อนความเหนือกว่าของอารยธรรมตะวันตกเเละพรรณนาดินเเดนตะวันออกกลางในลักษณะที่เเปลกประหลาด (exoticism)    ดังเช่น ศาสตราจารย์เอิร์นเนส   เกลเนอร์ (Ernest  Gellner) ปรมาจารย์ทางสาขามานุษยวิทยาเเละสังคมวิทยาเเห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้เขียนหนังสือเรื่อง “Nation and Nationalism”  ซึ่งเป็นหนังสือที่ทรงอิทธิพลในการอธิบายการปรากฏตัวขึ้นของปรากฏการณ์ความเป็นรัฐชาติ (nation-state) ในความหมายสมัยใหม่ ซึ่งเขาอ้างว่าอังกฤษเป็นชาติเเรกในโลกที่มีลักษณะความเป็นชาติอย่างเเท้จริงโดยผ่านระบบการศึกษาเเละกระบวนการปฏิวัติอุตสาหกรรม เเละหลายตอนในหนังสือนี้ได้เเสดงความเย้ยหยันเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของวัฒนธรรมเเละสังคมมุสลิมในหลายเเห่งของโลก โดยเฉพาะในดินเเดนอาหรับ  

                   นอกจากนั้น  ยังมีนักวิชาการตะวันตกจำนวนมากมักมองว่าพัฒนาการของสังคมเเละ

อารยธรรมของชาวมุสลิมล้วนมีลักษณะที่อาจเป็นภัยต่อโลก ซึ่งคำว่า โลกในที่นี้คงหมายถึงโลกตะวันตกเป็นสำคัญ   ดังปรากฏในงานเขียนทางวิชาการที่มีอิทธิพล ดังเช่น  The Clash of Civilizations โดย Samuel P. Huntington หรืองานเขียนเรื่อง The Rise and Fall of the Great Powers ของ Paul Kennedy  เป็นต้น

                     งานวิชาการหรืองานเขียนของสื่อมวลชนที่ปรากฏในโลกตะวันตกล้วนเป็นกระจกที่สะท้อนว่าคนในอีกฝากหนึ่งของโลกนั้นคิดอย่างไรจึงมีอิทธิพลอย่างมากในการเข้าใจความคิดที่อยู่

ในตัวอักษรอันเเสนธรรมดา    ภาพการ์ตูนจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ เเต่เป็นการเผชิญหน้ากันอย่างเต็มที่ของกลุ่มคนที่รู้จักสันดานซึ่งกันเเละกันเป็นเวลายาวนาน

                     เเละในโอกาสหน้า  ผู้เขียนจะเล่าถึงกระเเสดาวะ (dawa) หรือการเผยเเพร่ศาสนาอิสลามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ เรามักประสบพบเจอการอ้างศาสนาอิสลามโดยกลุ่มที่นิยมความรุนเเรงอยู่เป็นประจำ      การกระทำของกลุ่มดังกล่าวนอกจากสร้าง

ความทุกข์ยากให้เเก่ผู้อื่นเเล้วยังทำลายภาพลักษณ์ของศาสนาอิสลามที่มุ่งสอนให้มนุษย์เข้าใจเเละซาบซึ้งในคุณค่าของการดำรงชีวิตเเบบเรียบง่าย   เเต่ทว่ามีความสุขโดยที่ตนไม่จำเป็นต้องเบียดเบียนคนที่ด้อยกว่า หรือห้ามคิดเเม้เเต่อิจฉาคนที่โชคดีกว่า

                     สำหรับท่านผู้ใดที่สนใจที่จะเเลกเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับโลกมุสลิมกับผู้เขียน 

ท่านสามารถส่งข้อความเพื่อเเสดงความคิดเห็นได้ที่ worldwidemuseum@yahoo.co.uk

-------------------------

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 8773 วันที่ 24 ธ.ค. 2552


การเเข่งขันทางอุดมการณ์ในโลกมุสลิม การเเข่งขันทางอุดมการณ์ในโลกมุสลิม

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

เครื่องบินแปลกๆ

เครื่องบินแปลกๆ


เปิดอ่าน 6,338 ครั้ง
เคลื่องหนัง

เคลื่องหนัง


เปิดอ่าน 6,338 ครั้ง
10 ไม้ประดับบนโต๊ะทำงาน

10 ไม้ประดับบนโต๊ะทำงาน


เปิดอ่าน 6,338 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ตวามลับของ...

ตวามลับของ...

เปิดอ่าน 6,337 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
จะเกิดอะไรขึ้น!!..ถ้าคุณไม่เชื่อ!!...คำเตือน- การเข้าสู่เว็บไซต์นี้อาจเป็นอันตรายต่อคอมพิวเตอร์ของคุ
จะเกิดอะไรขึ้น!!..ถ้าคุณไม่เชื่อ!!...คำเตือน- การเข้าสู่เว็บไซต์นี้อาจเป็นอันตรายต่อคอมพิวเตอร์ของคุ
เปิดอ่าน 6,338 ☕ คลิกอ่านเลย

     คืนรักให้แม่....คืนรักแท้วันสงกรานต์
คืนรักให้แม่....คืนรักแท้วันสงกรานต์
เปิดอ่าน 6,338 ☕ คลิกอ่านเลย

*_*เทคนิคพิชิตข้อเขียน^_^  มาฝากนักเรียน นักศึกษาครับ
*_*เทคนิคพิชิตข้อเขียน^_^ มาฝากนักเรียน นักศึกษาครับ
เปิดอ่าน 6,337 ☕ คลิกอ่านเลย

ตะลึง!!!
ตะลึง!!! 'ผ้าขี้ริ้ว'สะสมเชื้อโรค89% 'การซัก' ไม่ช่วยอะไร
เปิดอ่าน 6,349 ☕ คลิกอ่านเลย

คำภาษาอาหรับ
คำภาษาอาหรับ
เปิดอ่าน 6,346 ☕ คลิกอ่านเลย

กินเป็น  ลืมป่วย
กินเป็น ลืมป่วย
เปิดอ่าน 6,338 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

  อยู่ใกล้ถนนใหญ่ เสี่ยงภัยรูมาทอยด์
อยู่ใกล้ถนนใหญ่ เสี่ยงภัยรูมาทอยด์
เปิดอ่าน 11,817 ครั้ง

วิดีทัศน์นำเสนอภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการ ด้านการศึกษา
วิดีทัศน์นำเสนอภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการ ด้านการศึกษา
เปิดอ่าน 10,721 ครั้ง

แช่น้ำอุ่นก่อนนอนทำให้หลับลึก
แช่น้ำอุ่นก่อนนอนทำให้หลับลึก
เปิดอ่าน 18,592 ครั้ง

Powerpoint บรรยายพิเศษ ดร.ชัยพฤษ์ เสรีรักษ์ ปลัดศธ. ในโครงการพัฒนาผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการภาค และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
Powerpoint บรรยายพิเศษ ดร.ชัยพฤษ์ เสรีรักษ์ ปลัดศธ. ในโครงการพัฒนาผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการภาค และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
เปิดอ่าน 10,640 ครั้ง

ประวัติเครื่องหมายหาร  (÷)
ประวัติเครื่องหมายหาร (÷)
เปิดอ่าน 236,405 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ