ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > จ้ำม่ำอย่างไร? ลูกถึงแข็งแรง

จ้ำม่ำอย่างไร? ลูกถึงแข็งแรง

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 8 ก.ย. 2553 เปิดอ่าน : 9,586 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
❝ ค่านิยมเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานให้จ้ำม่ำ น่ารักเข้าไว้ ถือว่า อยู่คู่สังคมไทยมาช้านาน ❞
จ้ำม่ำอย่างไร? ลูกถึงแข็งแรง

Advertisement

           หากมีใครมาชมลูกชมหลานเราว่า "ดูสิ! เด็กคนนี้ อ้วนจ้ำม่ำน่ารักจังเลย" ล่ะก็ คงรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องในใจกันทั้งครอบครัวเป็นแน่ แต่ช้าก่อน...คงทราบข่าวผ่านหูไม่ใช่น้อยว่า แต่ละปี เด็กไทยเป็นโรคอ้วนพุ่งกระฉูดยิ่งกว่าเรตติ้งละครหลังข่าวเสียอีก จนหลาย ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเริ่มหวั่นวิตกว่า อีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราจะพบเห็นเด็กไทยก่อนวัยเรียน 1 ใน 5 คนจะเป็นเด็กอ้วน ส่วนกลุ่มเด็กเรียนอาจพบได้ 1 ใน 10 คน ซึ่งเจ้าความอ้วนเป็นสาเหตุให้เกิดโรคเบาหวาน กระดูกข้อเสื่อม ความดันโลหิตสูง ฯลฯ และในระยะยาวก็มีผลกระทบทางด้านจิตใจในการเข้าสังคมเพื่อนฝูง

           ซึ่งจากงานวิจัยก็มีทั้งการยืนยัน นั่งยัน และนอนยันเป็นมั่นเหมาะว่า เด็กอ้วนมีโอกาสเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่อ้วนฉุในอัตราสูงร้อยละ 80 ด้วยกัน และวัยทารกก็มีโอกาสเจริญเติบโตเป็นเด็กอ้วนเช่นเดียวกัน ซึ่งระยะไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์จนถึง 2 ขวบปีแรก ทางภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า Critical Period ซึ่งเป็นช่วงอายุของเด็ก ที่มีแนวโน้มเสี่ยงต่อการเกิดภาวะอ้วนมากที่สุด ฉะนั้น โรคอ้วนในเด็กสามารถเป็นได้ตั้งแต่แรกเกิดทีเดียว

           ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคอ้วนก็มีหลายอย่าง แต่ "ตัวพ่อ - ตัวแม่" ต้นเหตุสำคัญก็เกิดมาจากผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ นี่แหละค่ะ โดยเฉพาะค่านิยม "จ้ำม่ำ" ที่คิดว่า เด็กอ้วนท้วนนั้นหมายถึงเด็กสมบูรณ์แข็งแรง และบ่งบอกว่า พ่อแม่เลี้ยงเป็นอย่างดี อาจกล่าวในที่นี้ "โรคผู้ใหญ่ทำ" ก็ไม่ผิดเพี้ยนนัก

           ดังนั้น เร่งปรับค่านิยมเสียใหม่ โดยเริ่มได้เลยค่ะ ตั้งแต่เบบี๋อยู่ในท้อง คุณแม่ก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคให้เหมาะสม ด้วยการกินแต่อาหารที่มีกากใยสูงอย่างธัญพืชไม่ขัดสี เพิ่มผักผลไม้ และหลีกเลี่ยงขนมหวาน ที่มีน้ำตาลและไขมันสูง อย่างพวกน้ำหวาน น้ำอัดลม อาหารฟาสต์ฟู้ด ฯลฯ ร่วมด้วยการออกกำลังกายอย่างเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ

           และเมื่อเบบี๋คลอดออกมาแล้ว หากไม่มีความจำเป็นใด ๆ ก็ควรเลี้ยงดูด้วยน้ำนมตัวเองจะดีกว่า เพราะนมผสมทำให้เด็กมีโอกาสเป็นโรคอ้วนได้มากขึ้น พอถึงวัยที่สามารถให้อาหารเสริมได้แล้ว ซึ่งแต่ละบ้านก็ไม่เหมือนกันใช่ไหมคะ...บ้านไหนหัวโบราณหน่อย ก็อาจให้เริ่มให้ตั้งแต่ 4 เดือน แต่หากบ้านไหน หัวสมัยใหม่ ก็เริ่มให้ตั้งแต่ 6 เดือนเป็นต้นไป

           ที่สำคัญที่สุด ก็คือ ควรให้กินอาหารจากธรรมชาติทั้ง ข้าวบด ไข่ ปลา ผัก กล้วย จะดีกว่าเน้นการประหยัดเวลา โดยการให้กินพวกอาหารเสริมกึ่งสำเร็จรูป ที่เดี๋ยวนี้ทำออกมาล้นตลาดทีเดียว ทำให้เด็กขาดโอกาสฝึกฝนในการกินผักมาตั้งแต่เด็ก ๆ พอโตขึ้นมา เขาก็ปฏิเสธผัก และมีพฤติกรรมบริโภคที่ผิด ๆ ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เด็กอ้วน ซึ่งเกิดจากกระทำผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ ทั้งนั้นค่ะ

ที่มา : M&C แม่และเด็ก

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> จ้ำม่ำอย่างไร? ลูกถึงแข็งแรง , , จ้ำม่ำอย่างไร? , ลูกถึงแข็งแรง , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
คิ้วตกปัญหาโหงวเฮ้งที่ต้องรีบแก้☕ คลิกอ่านเลย
คิ้วตกปัญหาโหงวเฮ้งที่ต้องรีบแก้
เปิดอ่าน 36,659 ครั้ง
เรียนต่ออังกฤษต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง มาเจาะลึกกัน☕ คลิกอ่านเลย
เรียนต่ออังกฤษต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง มาเจาะลึกกัน
เปิดอ่าน 10,463 ครั้ง
7 วิธี ใช้เงินอย่างประหยัดเมื่อไปเรียนต่างประเทศ☕ คลิกอ่านเลย
7 วิธี ใช้เงินอย่างประหยัดเมื่อไปเรียนต่างประเทศ
เปิดอ่าน 5,408 ครั้ง
ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต นิยายซีไรต์ปี 58☕ คลิกอ่านเลย
ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต นิยายซีไรต์ปี 58
เปิดอ่าน 9,100 ครั้ง
ประวัติกระดาษห่อลูกอมฮาร์ตบีท ☕ คลิกอ่านเลย
ประวัติกระดาษห่อลูกอมฮาร์ตบีท
เปิดอ่าน 15,883 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เป้าหมายของเทคโนโลยีการศึกษา เป้าหมายของเทคโนโลยีการศึกษา
เปิดอ่าน 36,335 ครั้ง
Best of Web เด็ดๆโดนๆ คลิปบนโลกออนไลน์Best of Web เด็ดๆโดนๆ คลิปบนโลกออนไลน์
เปิดอ่าน 10,149 ครั้ง
ปัญหาของชาวโซเชียล เฟซบุ๊กกับภาวะซึมเศร้าปัญหาของชาวโซเชียล เฟซบุ๊กกับภาวะซึมเศร้า
เปิดอ่าน 9,160 ครั้ง
7 วิธีเติมความมีชีวิตชีวาให้ชีวิต7 วิธีเติมความมีชีวิตชีวาให้ชีวิต
เปิดอ่าน 9,959 ครั้ง
5 ข้อง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ทำก็หายเครียด5 ข้อง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ทำก็หายเครียด
เปิดอ่าน 8,672 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ