ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมเรื่องราวจากสมาชิก  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

รู้ตัวเองดีแค่ไหน?


เรื่องราวจากสมาชิก

8,431

views
Advertisement

รู้ตัวเองดีแค่ไหน?


"รู้จักตนเอง"



..........การรู้ตนเอง หมายถึงอะไร? จะตอบได้อย่างง่ายๆคือการ "รู้" ถึงตัวตนของเรา และเข้าใจทุกสิ่งที่ตัวเราเป็น รวมไปถึงการควบคุมตัวเราอย่างมีประสิทธิภาพ



"แต่เราก็รู้ตัวเองอยู่แล้วนี่!!!" หลายคนอาจคิดเช่นนี้



..........ฉะนั้นลองพิจารณาคำถามเหล่านี้กัน

- ท่านสามารถอธิบายสาเหตุแห่งพฤติกรรมในตัวท่านได้หมดไหม?

- ท่านสามารถอธิบายสาเหตุแห่งอารมณ์ในตัวท่านได้หมดไหม?

- ท่านสามารถอธิบายสาเหตุแห่งความคิดอ่าน ทัศนคติ และแนวทางการมองโลกในตัวท่านได้หมดไหม?

- ท่านสามารถอธิบายหลักคุณธรรมจริยธรรมที่ท่านมีได้หมดไหม?



..........นี่เป็นเพียงคำถามพื้นๆ ที่จะตรวจดูว่าท่านรู้จักตนเองมากน้อยแค่ไหน และหลายๆคนก็ไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้หมด



..........การเข้าถึง และรู้จักตัวตนของตนเอง มีอยู่ด้วยกันสองทางใหญ่ๆ คือทางรูปธรรม คือทางกาย สัมผัส และอีกทางหนึ่งคือทางนามธรรม คือทางจิต วิญญาณ ความรู้สึก



..........ทางรูปธรรมเราสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพราะจับต้องได้เป็นชิ้นอัน เรารู้ว่าเราหน้าตาเป็นเช่นไร เมื่อเรามองดูรูปภาพเราสามารถระบุได้ว่านี่เป็นรูปของเรา เมื่อได้ยินเสียงสามารถระบุได้ว่าเป็นเสียงเรา เมื่อสัมผัสสามารถระบุได้ว่านี่เป็นกายเรา เพราะมนุษย์รับรู้รูปกายได้รวดเร็ว และนั่นเป็นการรู้จักตัวเองขั้นพื้นฐานที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว (ตั้งแต่จำความได้ก็สามารถระบุความเป็นตัวเราได้แล้ว)



..........ทว่ายังมีอีกทางที่เข้าถึงได้ไม่ครบถ้วนนัก นั่นคือนามธรรม



..........ดั่งที่นักจิตวิทยาท่านหนึ่งเคยพูดไว้ว่า จิตใจคนเราเปรียบเสมือนภูเขาน้ำแข็งที่ลอยน้ำอยู่ เราเห็นแต่เพียงส่วนที่โผล่พ้นน้ำ มันอาจดูมหึมา แต่มันก็เป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับส่วนที่จมอยู่ใต้ผิวน้ำ และส่วนนั้นก็ไม่ง่ายนักที่เราจะทำความเข้าใจ (แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่จะดำลงไปสำรวจมัน)



..........ทุกๆความคิดอ่าน อากัปกริยา ทัศนคติ อารมณ์ที่เกิดในจิตใจเรา ล้วนแล้วแต่เป็นนามธรรมอันเข้าถึงได้ด้วยการตระหนักระลึกรู้ โดยประสาทสัมผัสทางกายไม่อาจช่วยได้ เราไม่สามารถเข้าถึงอารมณ์หนึ่งๆได้ด้วยการสัมผัส แต่การสัมผัสสามารถก่อให้เกิดอารมณ์หนึ่งๆได้ (เช่นการลูบผ้ากำมะหยี่อาจให้ความรู้สึกสบาย เกิดอารมณ์ในแง่บวก) ฉะนั้นจึงต้องเตือนตนเสมอว่า ความสอดคล้องระหว่างกาย(รูปธรรม) และจิต(นามธรรม) เป็นสิ่งที่เกิดอย่างสอดคล้องกัน แต่ไม่ใช่วิธีการเข้าถึง (เพราะมีหลายคนที่หลงอยู่ในวังวนนี้ และคิดว่าการรับรู้ทางประสาทสัมผัสจะนำไปสู่ความเข้าถึงตัวตนทางจิตวิญญาณ)



..........หนทางเดียวที่เราจะเข้าถึงนามธรรมในตัวตนเราได้คือต้องอาศัยนามธรรมในตัวตนเราเอง (อ่านแล้วก็ชวนงงนัก) เพราะจิตใจมนุษย์ไม่ใช่สิ่งที่เรียบง่าย แต่มันมีหลายมิติ ซับซ้อน กว้างขวางไร้ขอบเขต และเข้าถึงได้ยาก ฉะนั้นการที่เราจะ "ออกสำรวจ" ตัวเราเอง ก็ต้องใช้ทรัพยากรภายใน คือจิตใจเราเอง



..........และรูปแบบของจิตใจก็มีความละเอียด-หยาบ มากน้อยกับไป โดยสามารถแบ่งออกเป็นสามกลุ่มง่ายๆ ตามความละเอียดคือ อารมณ์ เหตุผล และความเหมาะสม



..........อารมณ์คือกลุ่มนามธรรมในจิตใจที่มีความละเอียดน้อยที่สุด กระทั่งอารมณ์ที่มีความละเอียดอ่อนมากที่สุดก็ยังหยาบกว่าเหตุผล แต่อารมณ์กลับมีอิทธิพลกับมนุษย์มากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งปวง เปรียบง่ายๆให้อารมณ์เป็น หิน เมื่อหินกระทบกายเรา เราสามารถรู้สึกถึงมันได้อย่างรวดเร็ว (ยิ่งมันมาเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกรุนแรงเท่านั้น เหมือนหินที่ถูกขว้าง ยิ่งแรงก็ยิ่งเจ็บ) และอารมณ์เองก็เป็นตัวการที่ทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆมากมายนักทั้งดี-ร้าย เพราะอารมณ์นั่นเองที่เป็นตัวขับดันให้กายเรา "กระทำ" การใดๆลงไปในโลกแห่งรูปธรรม



..........การเข้าถึงอารมณ์อันเกิดแก่ตัวเราจึงเป็นจุดเริ่มต้นแรกสุดในการจะเข้าถึงตัวตนของเราเอง



..........แล้วจะอาศัยอะไรล่ะ?



..........ก็เหตุผลน่ะสิ



..........เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเกิดแต่เหตุกับผล อารมณ์ก็เช่นกัน ทุกๆอารมณ์ที่เกิดมาในจิตใจย่อมต้องมีเหตุอันจูงใจให้เกิดขึ้น เรารักใคร ก็เพราะเขาดีกับเรา เพราะถูกจริตเรา เราเกลียดใครเพราะเขาร้ายกับเรา เพราะเขาไม่ถูกจริตเรา ทุกอารมณ์มีเหตุอันก่อให้เกิดเสมอ ฉะนั้นการไตร่ตรองด้วยเหตุและผลในบ่อเกิดแห่งอารมณ์นั้นจึงเป็นการเข้าถึงตัวตนในชั้นแรก



..........การเข้าถึงทุกอารมณ์ในตัวเราจึงเป็นหลักพื้นฐานที่สุด ที่จะสามารถตอบทุกคำถามอันเกิดแก่จิตใจเราได้ และผู้ที่สามารถตอบ สามารถหาเหตุอันเกิดแก่อารมณ์ได้ครบถ้วน ก็คือผู้ที่เข้าถึงตนเองในขั้นแรกสุด



..........ทว่าการหาเหตุแห่งอารมณ์ได้ก็เป็นเพียงการรู้ถึงที่มาเท่านั้น เป็นเพียงการรู้จักตนเองโดยปราศจากการควบคุม เป็นเพียงการระลึกรู้ถ่ายเดียว เช่น เราโกรธ เรารู้ว่าโกรธเพราะอะไร ก็เพียงเท่านี้ แต่ความโกรธขึ้งนั้นก็ยังดำรงอยู่ เพราะเหตุและผลไม่สามารถ "แก้ไข" อะไรได้ มันทำได้แต่เพียง "ตอบปัญหา" และ หาเหตุให้เราเท่านั้น



..........ฉะนั้นการรู้จักอารมณ์ของตนเองก็เป็นเพียงการรู้จักตนเองอย่างผิวเผินเช่นกัน เพราะเมื่อเรารู้แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลง หรือควบคุมมันได้ นั่นเรียกว่าเราเข้าถึงตัวเองได้ละหรือ? ต่างอะไรกับการที่เรารู้จักก้อนหินสักก้อน หรือตั๊กแตนสักตัว เราไม่สามารถควบคุมอะไรมันได้ ก็เหมือนกับการปล่อยให้รูปธรรมคือกาย กระทำการใดๆตามแต่นามธรรมที่หยาบที่สุดคืออารมณ์ สั่งการ โดยที่เรารับรู้แต่เพียงสาเหตุอันก่อให้เกิดอารมณ์เท่านั้น



..........แล้วเราจะควบคุมมันได้อย่างไร?



..........ก็อาศัยนามธรรมที่ละเอียดที่สุด คือความเหมาะสมนั่นอย่างไรเล่า!



..........ความเหมาะสม กาละเทศะ มารยาท จริยธรรม คุณธรรม ศีลธรรม มนุษยธรรม ฯลฯ สุดแล้วแต่จะเรียกเช่นไรก็มีความหมายเดียวกันทั้งสิ้น คือรูปแบบจิตใจที่มีความละเอียดอ่อนมากที่สุด และเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องเข้าถึงมากที่สุด เพราะสิ่งนี่เองที่จะเป็นตัวคัดกรองและควบคุมอารมณ์ โดยอาศัยข้อมูลจากเหตุผลที่เรามี



..........เปรียบง่ายๆคือ หากเราเกิดอารมณ์อยากทานกล้วยแขกสักถุงทั้งๆที่เจ็บคอ อารมณ์อยากจะถูกหาที่มาโดยเหตุและผล อาจจะเป็นว่าเพื่อนที่นั่งข้างๆพูดถึงร้านกล้วยแขกอร่อย หรืออาจจะเดินผ่านร้านกล้วยแขกและได้กลิ่นน้ำมันทอดอันแสนหอม นั่นคือเหตุผลสามารถหาคำตอบถึงที่มาของอารมณ์ "อยาก" นั้นได้แล้ว และสุดท้ายก็เป็นหน้าที่ของความเหมาะสมที่จะคัดกรองว่าอารมณ์นั้นๆที่เกิดขึ้นเหมาะสมหรือไม่ กรณีนี้ตอบได้ว่าไม่ เพราะทั้งๆที่เจ็บคอแต่ยังทานกล้วยแขกเข้าไปสักถุงก็คงไม่เป็นการดีแน่ (อาจจะไอค่อกแค่กจนเกิดอารมณ์อยากทานยาแก้ไอเพิ่มขึ้นอีกก็เป็นได้) ฉะนั้นแล้วผลสรุปออกมาว่าอารมณ์อยากกล้วยแขกในครั้งนี้ก็เป็นอันตกไป ไม่สามารถทำให้สัมฤทธิ์ผลได้



..........ทุกอารมณ์อันเกิดแก่ตัวเราก็ใช้ระบบนี้ด้วยกันทั้งนั้น หากแต่ยากง่ายต่างกันไป ฉะนั้นการจะเข้าถึงตนเองก็จะต้องรู้จักทั้งสามประการนั้นอย่างถี่ถ้วน

โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 2672 วันที่ 30 ม.ค. 2552

[ซื้อ 1 แถม 1] ไฟโซล่าเซลล์ ไฟสปอร์ตไลท์ LED โซล่าเซลล์สปอตไลท์ solar light กันน้ำและกันฟ้าผ่ เปิดปิดอัตโนมัติ

฿74 - ฿1,153

https://s.shopee.co.th/801HUF4aRi?share_channel_code=6


รู้ตัวเองดีแค่ไหน?

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

(แปลเพลง) จัดให้ตามคำขอ..

(แปลเพลง) จัดให้ตามคำขอ..


เปิดอ่าน 8,392 ครั้ง
สอนฝรั่งพูดไทย

สอนฝรั่งพูดไทย


เปิดอ่าน 8,424 ครั้ง
สื่อการสอนวิชาเกษตร

สื่อการสอนวิชาเกษตร


เปิดอ่าน 8,376 ครั้ง
ทำไมต้องคาหนังคาเขา

ทำไมต้องคาหนังคาเขา


เปิดอ่าน 8,392 ครั้ง
ส่วนต่าง ๆ ของหนังสือ

ส่วนต่าง ๆ ของหนังสือ


เปิดอ่าน 8,391 ครั้ง
มาดูแลสุขภาพกันเถอะ

มาดูแลสุขภาพกันเถอะ


เปิดอ่าน 8,372 ครั้ง
สาระน่ารู้

สาระน่ารู้


เปิดอ่าน 8,430 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ศัพท์บัญญัติมหาวิทยาลัยคร้า

ศัพท์บัญญัติมหาวิทยาลัยคร้า

เปิดอ่าน 8,398 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ข้อคิดจาก.....คนสามคน
ข้อคิดจาก.....คนสามคน
เปิดอ่าน 8,400 ☕ คลิกอ่านเลย

เผยแพร่..<.> วิธีแก้วิกฤตภาษาไทย ให้เด็กชอบและศรัทธา ที่ได้ผล
เผยแพร่..<.> วิธีแก้วิกฤตภาษาไทย ให้เด็กชอบและศรัทธา ที่ได้ผล
เปิดอ่าน 8,394 ☕ คลิกอ่านเลย

ข้อคิดสุดยอดความหมาย..สุภาษิตไผ่..ฝากให้ทุกๆคน
ข้อคิดสุดยอดความหมาย..สุภาษิตไผ่..ฝากให้ทุกๆคน
เปิดอ่าน 8,363 ☕ คลิกอ่านเลย

ไว้หนวดต้องอ่าน...ไม่ไว้หนวดยิ่งต้องอ่าน
ไว้หนวดต้องอ่าน...ไม่ไว้หนวดยิ่งต้องอ่าน
เปิดอ่าน 8,600 ☕ คลิกอ่านเลย

ลิขิตชีวิต
ลิขิตชีวิต
เปิดอ่าน 8,364 ☕ คลิกอ่านเลย

การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น
การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น
เปิดอ่าน 9,852 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

อารมณ์(ดี-เสีย)
อารมณ์(ดี-เสีย)
เปิดอ่าน 54,035 ครั้ง

เจาะลึกนาซา องค์การด้านอวกาศเพื่อมวลมนุษยชาติ
เจาะลึกนาซา องค์การด้านอวกาศเพื่อมวลมนุษยชาติ
เปิดอ่าน 35,948 ครั้ง

เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก 17 ประการ
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก 17 ประการ
เปิดอ่าน 16,075 ครั้ง

ผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ครอบครัวสมาชิก ช.พ.ค.
ผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ครอบครัวสมาชิก ช.พ.ค.
เปิดอ่าน 28,049 ครั้ง

ตูนส์ศึกษา : ปรัชญาการศึกษาไทยในปัจจุบันคือ?
ตูนส์ศึกษา : ปรัชญาการศึกษาไทยในปัจจุบันคือ?
เปิดอ่าน 16,043 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ