ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > ผู้เรียนและสังคมได้อะไร จากนโยบาย"ลดเวลาเรียน เพิ่มการเรียนรู้"
ผู้เรียนและสังคมได้อะไร จากนโยบาย"ลดเวลาเรียน เพิ่มการเรียนรู้"
บทความการศึกษา โพสต์เมื่อวันที่ : 23 ก.ย. 2558 เปิดอ่าน : 13,156 ครั้ง
☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน
Advertisement

ผู้เรียนและสังคมได้อะไร จากนโยบาย"ลดเวลาเรียน เพิ่มการเรียนรู้"
Advertisement

ตามที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ประกาศเดินหน้านโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาการเรียนรู้ ซึ่งจะเริ่มในภาคเรียนที่ 2 ปี 2558 ตามที่ทราบแล้วนั้น ผู้เขียนในฐานะเป็นครูและผู้บริหารโรงเรียนรวม 40 ปี และในฐานะเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิการปฏิรูปการศึกษาชาติ เช่น โครงการปฏิรูปการเรียนรู้สู่ห้องเรียน โครงการอ่านออกเขียนได้ภายใน 1 ปี โครงการเรียนรู้ผ่านดาวเทียม และโครงการเรียนรู้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต (DLITV) ซึ่งเป็นโครงการที่กำลังเดินหน้าสร้างคุณภาพทางการศึกษาอยู่ในขณะนี้

การปรับเวลาเรียนเพิ่มการเรียนรู้เป็นนโยบายเร่งด่วน มีผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยมากมาย ต่างแสดงความห่วงใยต่างๆ นานา แต่ผู้เขียนกลับมองว่านี่คือก้าวใหม่ของการจัดการศึกษาของไทย ซึ่งหลายฝ่ายได้แสดงความคิดเห็น ได้เสนอแนะมามากพอที่ผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการมีข้อมูลพร้อมที่ตัดสินใจ

ผู้เขียนอยากฝากไปยังผู้หวังดีว่าไม่ควรกังวลใจให้มาก เรามีประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างน้อย 4-5 ประเทศ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง จีนไต้หวัน เกาหลีใต้ ที่ใช้เวลาเรียนของเด็กตั้งแต่ 08.30 น.-14.30 น.มานาน และประเทศดังกล่าวมีผลสัมฤทธิ์เชิงคุณภาพของการศึกษาอยู่ในฐานะระดับต้นๆ ของโลก

การปรับเวลาเรียนเพิ่มเวลาการเรียนรู้ของเด็กไทยครั้งนี้จะต้องวางแนวทางและระบบให้ดี การประเมินและติดตามต้องชัดเจน สม่ำเสมอ เป็นระยะ ผู้บริหารโรงเรียนต้องเข้าใจแนวปฏิบัติของนโยบายนี้พร้อมกำกับติดตามเชิงระบบ ผู้บริหารระดับเขตพื้นที่ต้องมีมาตรการตรวจสอบและติดตามที่ดีและทั่วถึง ครูจะต้องร่วมมือกำหนดเนื้อหากิจกรรมที่หลากหลายและครอบคลุมกิจกรรมที่กำหนดต้องสอดคล้องกับวิชาต่างๆ ตามหลักสูตรแกนกลางที่มากเกินและซับซ้อน ครูต้องรู้จักแยกแยะและตัดตอนออกไป

เนื้อหาใดที่ไม่มี ครูควรร่วมมือกับผู้เรียนช่วยกันสืบค้นแล้วนำมาเป็นประเด็นฝึกและศึกษาเวลาที่เหลือ 2 ชั่วโมง เนื้อหาหรือกิจกรรมควรหลากหลาย เน้นการปฏิบัติและฝึก ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ที่เด็กไทยเรียนและท่องจำ เปลี่ยนมาเรียนและฝึกปฏิบัติให้เด็กคิดเป็นและแก้ปัญหาเป็น

การลดเวลาเรียนเพิ่มเวลาเรียนรู้ ผู้เขียน เห็นด้วยกับนโยบายนี้เป็นอย่างยิ่ง และสิ่งที่ผู้รับผิดชอบตั้งแต่คณะกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน และน่าจะสอดคล้องทักษะชีวิต 5 ด้าน ดังนี้

1.ผู้เรียนเกิดทักษะการคิด (Thinking Skill)

เวลา 2 ชั่วโมงที่เหลือ โรงเรียนและครูจะต้องออกแบบกระบวนการการเรียนรู้ เพราะปฏิบัติให้นักเรียนเกิดทักษะการคิด ผู้สอนต้องออกแบบเนื้อหาให้เป็นเนื้อหาที่เน้นการปฏิบัติผ่านกิจกรรมและโครงงานต่างๆ ทักษะและวิชาที่ส่งเสริมการคิดให้ผู้เรียนคือ ทักษะการอ่าน ทักษะด้านคณิตศาสตร์ และทักษะด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่ง 3 ทักษะนี้ PISA นำมาเป็นโจทย์ประเมินผลระดับนานาชาติทุกๆ 3 ปี ฉะนั้น ถ้าครูมุ่งเน้นส่งเสริมพัฒนาเด็กไทยด้านทักษะการคิดอย่างจริงจังแล้ว น่าจะส่งผลดีต่อการประเมินของนานาชาติต่อคุณภาพการศึกษาไทยโดยทางอ้อมไปด้วย ซึ่งเดิมทั้ง 3 ทักษะไทยอยู่ลำดับ 50 ของโลก จาก 65 ประเทศทั่วโลก

สิ่งที่ครูควรฝึกให้ผู้เรียนมีทักษะการคิด 10 ทักษะ คิดเชิงวิพากษ์ / คิดเชิงวิเคราะห์ / คิดสังเคราะห์ / คิดเปรียบเทียบ / คิดมโนทัศน์ / คิดสร้างสรรค์ / คิดเชิงประยุกต์ / คิดเชิง กลยุทธ์ / คิดเชิงบูรณาการ และคิดถึงอนาคต 10 ทักษะการคิดนี้ ถ้าครูผู้สอนนำมาฝึกให้ ผู้เรียนเกิดความรู้และเข้าใจแล้วก็จะส่งผลดีต่อผู้เรียน ต่อสังคม และชาติอย่างแน่นอน

2.ผู้เรียนเกิดทักษะการสื่อสาร (Commu nication Skill)

เวลา 2 ชั่วโมงที่เหลือ ถ้าโรงเรียนและครูผู้สอนวางแผนการจัดกิจกรรมที่ดี สอดคล้องและครอบคลุมแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน การสื่อสารระหว่างผู้เรียนด้วยกัน การสื่อสารระหว่างครูกับผู้เรียน ระหว่างผู้เรียนกับบุคคลอื่นๆ ทำให้ผู้เรียนรู้จักที่จะสื่อสารว่าควรหรือไม่ รู้ว่าเวลาใดควรหรือไม่ควร รู้ว่าเมื่อสื่อสารแล้วจะเกิดผลดีหรือผลเสียอย่างไร ส่งผลให้ผู้เรียนมีมารยาทที่ดีในการสื่อสาร นอกจากนั้นแล้วโรงเรียนและครูผู้สอนควรจัดกิจกรรมการสื่อสาร โดยการใช้ภาษาที่เป็นภาษาสากล เช่น ภาษาอังกฤษ เป็นต้น และเพื่อการรองรับอาเซียนที่จะเปิดประชาคมอาเซียนเป็นทางการในปลายปี 2558 ด้วยแล้วก็ควรส่งเสริมภาษาเพื่อนบ้านในอาเซียน เช่น ภาษาบาฮาซา ซึ่งมีประชากรเกือบ 300 ล้านคนใช้ภาษานี้ในการติดต่อสื่อสาร

รวมถึงภาษาพม่า ภาษาเขมร ภาษาเวียดนาม ซึ่งมีความจำเป็นและสำคัญยิ่งที่ ผู้เรียนจะต้องฝึกและปฏิบัติ เพราะมีประชากร ของประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานในประเทศของเรานับล้านคน

ส่วนด้านภาษาอังกฤษก็ยังเป็นโจทย์ที่ยากสำหรับเด็กไทย 2 ชั่วโมงที่เหลือ สามารถจัดกิจกรรมเชิงสนทนาและปฏิบัติทางภาษาให้กับผู้เรียนได้ โดยผ่านกิจกรรมกลุ่ม กิจกรรมการแข่งขันทักษะการอ่าน การเขียน และการพูด เป็นต้น

3.ผู้เรียนเกิดทักษะการมีส่วนร่วม (Participation Skill)

ทักษะนี้ทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหากับคนอื่นได้ดี ทำให้ผู้เรียนยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง ยอมรับฟังเหตุฟังผลและพร้อมปรับตัวที่จะอยู่ร่วมกับสังคมที่มีความเห็นแตกต่าง ยอมรับความแตกต่างทางความคิดได้ แต่ไม่ยอมแตกแยกและขัดแย้ง เหมือนกับคนไทยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เพราะคนไทยขาดการปลูกฝังและส่งเสริมการมีส่วนร่วม ฉะนั้น เวลา 2 ชั่วโมงเป็นเวลาที่มีค่ายิ่ง และจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน สังคม และประเทศชาติด้วย กิจกรรมที่เหมาะและส่งเสริมทักษะการมีส่วนร่วมคือกิจกรรมกลุ่ม เช่น ชุมนุมหรือชมรมต่างๆ ซึ่งประเทศญี่ปุ่น เกาหลีจะให้ความสำคัญกิจกรรมชมรมต่างๆ มากที่สุด นักเรียนและครูต้องเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ร้อยละ 95-100 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าประชาชนญี่ปุ่นจะมีระเบียบวินัย มีเหตุและผล รักชาติ หลีกเลี่ยงการแตกแยกของคนในชาติ และมีสปิริตสูงมาก

4.ผู้เรียนเกิดทักษะการแก้ปัญหา (Problem Solving Skill)

2 ชั่วโมงที่เหลือ ครูผู้สอนสร้างงาน สร้างกิจกรรมให้ผู้เรียนฝึกและปฏิบัติ เมื่อฝึกและปฏิบัติแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ปัญหาดังกล่าวจะทำให้ผู้เรียนเกิดทักษะคิดวิเคราะห์ค้นหาปัญหาที่มาของปัญหา สาเหตุของปัญหาและวิธีการแก้ปัญหาในปัจจุบันในสภาพที่ซับซ้อน เปลี่ยนแปลง นับวันจะเกิดมากขึ้นและรุนแรง เช่น ปัญหาด้านครอบครัว ด้านเศรษฐกิจ ด้านการเรียน และด้านชีวิตส่วนตัว ถ้าผู้เรียนขาดการฝึกทักษะที่ดีแล้ว จะส่งผลให้ผู้เรียนล้มเหลวในชีวิตและหน้าที่การงาน

บางครั้งอาจถึงขั้นลงโทษตนเองคือฆ่าตัวตาย ดังมีตัวอย่างให้เห็นอยู่มากมายในสังคมปัจจุบัน

5.ผู้เรียนเกิดทักษะจิตสาธารณะ (Public Mind Skill)

2 ชั่วโมงที่เหลือ ครูผู้สอนต้องกำหนดเนื้อหาและกิจกรรมให้ผู้เรียนมีทักษะโดยใช้หลักคุณธรรม จริยธรรมเข้ามาเสริม ส่งเสริมและปลูกฝังให้ผู้เรียนรู้จักบาปบุญคุณโทษ รู้จักให้อภัย รู้จักเสียสละผลประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ส่งเสริมให้ผู้เรียนยึดหลักค่านิยม 12 ประการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ คือ 1.รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2.ซื่อสัตย์สุจริต 3.มีวินัย 4.ใฝ่รู้ใฝ่เรียน 5.อยู่อย่างพอเพียง 6.มุ่งมั่นและเสียสละในการทำงาน 7.รักความเป็นไทย และ 8.มีจิตสาธารณะ

ทักษะนี้สำคัญมาก เป็นทักษะที่จะสร้างความรัก ความสามัคคีของคนในชาติ สร้างความเข้มแข็งและมั่นคงของชาติ สร้างสังคมที่รู้จักแบ่งปัน ไม่เห็นแก่ตัวแก่ได้ ในประเทศจีนไต้หวันมุ่งส่งเสริมทักษะด้านนี้ผ่านกิจกรรมทางศาสนา ไต้หวันปลูกฝังให้ผู้เรียนเชื่อคำสอนของศาสดา หลักคำสอนอย่างเคร่งครัด สร้างจิตสำนึกบาปบุญคุณโทษ ถึงขั้นบางพื้นที่ไม่ยอมฆ่าสัตว์หรือไม่ยอมรับประทานเนื้อสัตว์เสียด้วยซ้ำไป

และมุ่งเน้นให้ประชาชนเสียสละเพื่อส่วนรวมและเพื่อชาติเป็นสำคัญ จึงส่งผลให้จีนไต้หวันกลายเป็นประเทศที่เจริญก้าวหน้าประเทศหนึ่งของโลก

ฉะนั้น การที่กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายปรับเวลาเรียน เพิ่มเวลาเรียนรู้ จนหลายฝ่ายวิตกกังวลนั้น ผู้เขียนคิดว่า ถ้ากระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางกรอบ วางเป้าหมาย และมีระบบการติดตามและประเมินผลที่ดีแล้ว ผู้เขียนเชื่อมั่นว่านอกจากความรู้ที่ผู้เรียนได้รับแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เรียนจะได้รับจากนโยบายและกิจกรรมที่กำหนดแล้วคือทักษะชีวิต 5 ด้านดังที่กล่าวมาข้างต้น

เพราะทักษะ 5 ด้านข้างต้น จะเป็นตัวบ่งชี้ให้ผู้เรียนมีคุณสมบัติที่จะอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุข และส่งผลโดยภาพรวมต่อการสร้างชาติ โดยคุณภาพของคน โดยทักษะ 5 ด้าน

ณรงค์ ขุ้มทอง
ประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนนวมินทราชูทิศทักษิณและโรงเรียนดาวนายร้อย

 

ที่มา มติชน ฉบับวันที่ 24 ก.ย. 2558 (กรอบบ่าย) 

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

แนวทางการบริหารจัดการ เวลาเรียน "ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้"


Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

การแก้ปัญหาการศึกษาไทย คันที่หลัง อย่าไปเกาที่ขา

การแก้ปัญหาการศึกษาไทย คันที่หลัง อย่าไปเกาที่ขา
เปิดอ่าน 17,357 ครั้ง
ศธ.ให้ความสำคัญครูคนแรกดึงพ่อแม่เป็นส่วนหนึ่งวันครู

ศธ.ให้ความสำคัญครูคนแรกดึงพ่อแม่เป็นส่วนหนึ่งวันครู
เปิดอ่าน 7,376 ครั้ง
ถอดบทเรียนปฏิรูปการศึกษาเวียดนาม ทำอย่างไรถึงสำเร็จ

ถอดบทเรียนปฏิรูปการศึกษาเวียดนาม ทำอย่างไรถึงสำเร็จ
เปิดอ่าน 14,088 ครั้ง
"ฟุตบอล"...สอนอะไร

"ฟุตบอล"...สอนอะไร
เปิดอ่าน 7,022 ครั้ง
การสอนภาษาอังกฤษ ในสพฐ. จุดอ่อนที่ควรคำนึง

การสอนภาษาอังกฤษ ในสพฐ. จุดอ่อนที่ควรคำนึง
เปิดอ่าน 14,704 ครั้ง
ซุปเปอร์บอร์ดการศึกษา-ปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียน ความต่อเนื่องทางนโยบาย?

ซุปเปอร์บอร์ดการศึกษา-ปฏิรูปการเรียนรู้สู่ผู้เรียน ความต่อเนื่องทางนโยบาย?
เปิดอ่าน 9,049 ครั้ง
ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กปัญหาคุณภาพคนรากหญ้า...สู่ปัญหาชาติ

ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กปัญหาคุณภาพคนรากหญ้า...สู่ปัญหาชาติ
เปิดอ่าน 17,719 ครั้ง
PISA ที่ผ่านมาบอกอะไรให้เราทราบบ้าง

PISA ที่ผ่านมาบอกอะไรให้เราทราบบ้าง
เปิดอ่าน 8,794 ครั้ง
มารู้จัก ทุน"เสมาพัฒนาชีวิต"กันเถอะ

มารู้จัก ทุน"เสมาพัฒนาชีวิต"กันเถอะ
เปิดอ่าน 8,777 ครั้ง
ยุบ ศธจ.ศจภ? : การทับซ้อนของอำนาจบริหาร? โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ นพรัก

ยุบ ศธจ.ศจภ? : การทับซ้อนของอำนาจบริหาร? โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ นพรัก
เปิดอ่าน 14,669 ครั้ง
อกคศ.เขตพื้นที่ฯ เลื่อนเงินเดือนครู : ต้อนคนเข้าพวก

อกคศ.เขตพื้นที่ฯ เลื่อนเงินเดือนครู : ต้อนคนเข้าพวก
เปิดอ่าน 27,673 ครั้ง
ว่าด้วยการเรียนและการสอบ คอลัมน์ ฝ่ากำแพงเมืองจีน

ว่าด้วยการเรียนและการสอบ คอลัมน์ ฝ่ากำแพงเมืองจีน
เปิดอ่าน 6,288 ครั้ง
วิกฤติการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21

วิกฤติการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21
เปิดอ่าน 12,552 ครั้ง
ภาษาไทย ภาษาชาติ และการสอนของครู

ภาษาไทย ภาษาชาติ และการสอนของครู
เปิดอ่าน 30,407 ครั้ง
มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กควรอยู่ในห้องเรียนหรือไม่? โดย : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล

มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กควรอยู่ในห้องเรียนหรือไม่? โดย : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล
เปิดอ่าน 18,176 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ระบบการศึกษาที่ไม่สมดุล (1)
ระบบการศึกษาที่ไม่สมดุล (1)
เปิดอ่าน 7,270 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
"แก่"…อย่างมีคุณค่า โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
"แก่"…อย่างมีคุณค่า โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
เปิดอ่าน 9,896 ☕ คลิกอ่านเลย

ปฏิรูปการศึกษาหลังยุค รธน.มีชัย โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์
ปฏิรูปการศึกษาหลังยุค รธน.มีชัย โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์
เปิดอ่าน 10,874 ☕ คลิกอ่านเลย

เจาะลึกความสำเร็จการบริหารโรงเรียนตามแนวทาง SLC ของร.ร.พุทธจักรวิทยา  สร้างฐานการเรียนรู้ที่เข้มแข็งให้นักเรียน ดันคะแนนเฉลี่ยโอเน็ตปี’62 พุ่ง
เจาะลึกความสำเร็จการบริหารโรงเรียนตามแนวทาง SLC ของร.ร.พุทธจักรวิทยา สร้างฐานการเรียนรู้ที่เข้มแข็งให้นักเรียน ดันคะแนนเฉลี่ยโอเน็ตปี’62 พุ่ง
เปิดอ่าน 41,753 ☕ คลิกอ่านเลย

การพัฒนาการบริหารจัดการศึกษา 4.0 ภายใต้พลวัตแห่งศตวรรษที่ 21 สู่การเป็นประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนอย่างยั่งยืนของการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานไทย
การพัฒนาการบริหารจัดการศึกษา 4.0 ภายใต้พลวัตแห่งศตวรรษที่ 21 สู่การเป็นประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนอย่างยั่งยืนของการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานไทย
เปิดอ่าน 58,734 ☕ คลิกอ่านเลย

เมื่อกล้าปราบคอร์รัปชั่น ก็ลองกล้าเปลี่ยนประเทศ ด้วยการปฏิรูปการศึกษา
เมื่อกล้าปราบคอร์รัปชั่น ก็ลองกล้าเปลี่ยนประเทศ ด้วยการปฏิรูปการศึกษา
เปิดอ่าน 7,401 ☕ คลิกอ่านเลย

การใช้อินเทอร์เน็ตและผลกระทบต่อคะแนนวิทยาศาสตร์ : FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 33 (กันยายน 2561)
การใช้อินเทอร์เน็ตและผลกระทบต่อคะแนนวิทยาศาสตร์ : FOCUS ประเด็นจาก PISA : ฉบับที่ 33 (กันยายน 2561)
เปิดอ่าน 37,049 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

คลิปข่าว ผลสอบ o-net ป.6 พบคะแนนเฉลี่ยโอเน็ต ต่ำกว่าครึ่งถึง 6 วิชา
คลิปข่าว ผลสอบ o-net ป.6 พบคะแนนเฉลี่ยโอเน็ต ต่ำกว่าครึ่งถึง 6 วิชา
เปิดอ่าน 11,191 ครั้ง

ADSL2/2+
ADSL2/2+
เปิดอ่าน 13,376 ครั้ง

เคลียร์แล้วปัญหาโลกแตก "ไก่" เกิดก่อน "ไข่"
เคลียร์แล้วปัญหาโลกแตก "ไก่" เกิดก่อน "ไข่"
เปิดอ่าน 18,087 ครั้ง

หลักเกณฑ์เลื่อนวิทยฐานะครูแนวใหม่หวังฉุดการศึกษาไทยให้สูงขึ้น?
หลักเกณฑ์เลื่อนวิทยฐานะครูแนวใหม่หวังฉุดการศึกษาไทยให้สูงขึ้น?
เปิดอ่าน 18,165 ครั้ง

ดื่มชาดำหรือเขียวประจำวันละ3ถ้วย ปัดเป่าอัมพาตไกลร้อยละ21
ดื่มชาดำหรือเขียวประจำวันละ3ถ้วย ปัดเป่าอัมพาตไกลร้อยละ21
เปิดอ่าน 8,244 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

  • IELTS Test
  • SAT Test
  • สอบ IELTS
  • สอบ TOEIC
  • สอบ SAT
  • เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  • เพลงเด็กอนุบาล
  •  
    หมวดหมู่เนื้อหา
    เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


    · Technology
    · บทความเทคโนโลยีการศึกษา
    · e-Learning
    · Graphics & Multimedia
    · OpenSource & Freeware
    · ซอฟต์แวร์แนะนำ
    · การถ่ายภาพ
    · Hot Issue
    · Research Library
    · Questions in ETC
    · แวดวงนักเทคโนฯ

    · ความรู้ทั่วไป
    · คณิตศาสตร์
    · วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    · ภาษาต่างประเทศ
    · ภาษาไทย
    · สุขศึกษาและพลศึกษา
    · สังคมศึกษา ศาสนาฯ
    · ศิลปศึกษาและดนตรี
    · การงานอาชีพ

    · ข่าวการศึกษา
    · ข่าวตามกระแสสังคม
    · งาน/บริการสังคม
    · คลิปวิดีโอยอดนิยม
    · เกมส์
    · เกมส์ฝึกสมอง

    · ทฤษฎีทางการศึกษา
    · บทความการศึกษา
    · การวิจัยทางการศึกษา
    · คุณครูควรรู้ไว้
    · เตรียมประเมินวิทยฐานะ
    · ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
    · เครื่องมือสำหรับครู

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ