ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > เกาะติดการปิดเปิดเทอม มหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน

เกาะติดการปิดเปิดเทอม มหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 22 ธ.ค. 2558 เปิดอ่าน : 4,993 ครั้ง

Advertisement


☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

เกาะติดการปิดเปิดเทอม มหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน

Advertisement

เกาะติดการปิดเปิดเทอม มหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน
โดย สุพจน์ เอี้ยงกุญชร 

(ที่มา:มติชนรายวัน 21 ธ.ค.2558)

 

การรวมกลุ่มประชาคมอาเซียน (Asean Community) ที่เคยคึกคักตลอดช่วงเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมานั้น ตอนนี้ดูเหมือนว่ากำลังเฉื่อยๆ ลงไป ทั้งๆ ที่ถึงกำหนดเวลาเริ่มต้นรวมกันอย่างเป็นทางการแล้ว หลังเลื่อนเวลาจากต้นปีมาเป็นปลายปี และบัดนี้กำลังจะสิ้นปีแล้ว แต่กลับไม่มีข่าวคราวความเคลื่อนไหวอะไรที่น่าตื่นเต้น ซ้ำดูเงียบเชียบอยู่เหมือนไม่มีอะไรจะเกิดขึ้นเลย

แต่สำหรับบางเรื่องที่เคยเร่งรีบลุกลนดำเนินการกันจนเกิดความเสียหายมากมายคือ การเลื่อนเวลาการปิด-เปิดเทอมมหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน ดังบทความเรื่อง ความเสียหายจากการปิด-เปิดเทอมมหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน ที่ได้เผยแพร่ไปแล้วนั้น (มติชน ฉบับวันที่ 10 พ.ย.2558) จนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครออกมารับผิดชอบแก้ไขปัญหาและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ดี บทความนี้จะขอชี้ลงไปที่ความเสียหายของผู้เรียนที่หลายๆ ท่าน หลายๆ ฝ่ายยังอาจไม่ตระหนักดังนี้

ด้านคุณภาพการเรียนการสอนนั้น หลายท่านมองเพียงเรื่องอากาศร้อนและวันหยุดที่มีมากในเดือนเมษายนเท่านั้นที่จะมีผลทำให้คุณภาพการเรียนการสอนลดลง แต่ที่จริงแล้วยังมีสาเหตุอื่นๆ อีก ซึ่งอาจแยกพิจารณาเป็นรายภาคการศึกษาได้ดังนี้

กรณีภาคการศึกษาแรก จากที่เคยเปิดเทอมในเดือนมิถุนายนและไปปิดเทอมย่อยในเดือนตุลาคม ซึ่งดูเหมือนไม่น่ามีปัญหาอะไรที่จะทำให้คุณภาพการเรียนการสอนลดลง แต่ข้อเท็จจริงก็คือ เดือนตุลาคมเป็นเดือนที่มีโอกาสสูงที่สุดที่จะมีพายุหมุนเขตร้อนเข้าถึงประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ฝนตกหนักและมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วม (ดูสถิติได้จากกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมชลประทาน) แต่แทนที่มหาวิทยาลัยจะหยุดเรียนเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงดังกล่าวเหมือนที่เป็นมาในอดีต มหาวิทยาลัยกลับเข้ามาแบกรับความเสี่ยงนี้เสียเอง

นอกจากนี้ เดือนตุลาคมยังเป็นเดือนที่ทางกรมการรักษาดินแดนจะเรียกนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) เข้ารับการฝึกทบทวนภาคสนามเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หากนักศึกษาคนไหนถูกเรียกก็จะต้องขาดเรียนอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ซึ่งนั่นหมายความว่านักศึกษาคนนั้นจะมีเวลาเรียนในเทอมนี้ไม่ถึงร้อยละ 80 ตามเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งโดยปกติต้องได้เกรด F แม้มีความพยายามจะขอให้ทางกรมการรักษาดินแดนเลื่อนเวลาให้ ซึ่งก็เป็นไปไม่ได้ เพราะการฝึก รด.ไม่ได้มีเฉพาะนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่ยังคงปิดเทอมในเดือนตุลาคมตามปกติ จึงไม่มีเหตุผลอันควรที่จะแก้ปัญหาให้คนส่วนน้อยแล้วไปกระทบกับคนส่วนใหญ่ อันเป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่จะกระทำเช่นนั้น

กรณีของภาคการศึกษาที่สอง จากที่เคยเปิดเทอมในเดือนพฤศจิกายนและมาปิดเทอมใหญ่ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนนั้น เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่าเดือนที่ร้อนที่สุดของประเทศไทยคือเดือนเมษายนและพฤษภาคม การที่นักศึกษาต้องเรียนท่ามกลางอากาศร้อนจัดนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดประสิทธิภาพเต็มที่ โดยมากจะขาดสมาธิและหลับไปด้วยความอ่อนเพลียจากการเสียเหงื่อ แม้จะมีห้องปรับอากาศให้เรียนก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก เพราะก่อนเข้าห้องเรียนและหลังจากเลิกเรียน นักศึกษายังต้องเผชิญกับอากาศร้อนจัดอยู่ดี ซึ่งเป็นเหตุให้ป่วยไข้ได้ง่ายอีกด้วย

อากาศร้อนจัดยังทำให้การเรียนภาคสนามไม่อาจทำได้อย่างเต็มที่ จำเป็นต้องลดกิจกรรมการเรียนการสอนภาคสนามลง เพราะแม้แต่การไถไร่ไถนาด้วยวัวควาย ซึ่งได้ชื่อว่ามีความอดทนสูง ชาวไร่ชาวนายังไม่ทำกัน เพราะช่วงนี้ชาวไร่ชาวนาจะเว้นการไถคราด หรือจะทำก็ทำเฉพาะในช่วงเช้าตรู่ก่อนที่จะมีแดดจัด แต่นักศึกษาต่อให้อดทนเข้มแข็งเพียงใดก็ยากจะสู้ไหว คุณภาพการเรียนการสอนจึงลดลงอย่างไม่ต้องสงสัย

ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดพายุฤดูร้อน แทนที่มหาวิทยาลัยจะปิดเทอมเพื่อให้นักศึกษาและอาจารย์ได้พักร้อนเหมือนแต่ก่อน อันเป็นการลดความเสี่ยงดังกล่าว แต่มหาวิทยาลัยก็เอาความเสี่ยงเหล่านั้นมาโยนให้นักศึกษาและอาจารย์แบกรับโดยไม่จำเป็น

จะเห็นได้ว่าฤดูร้อนไม่มีบรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้แต่อย่างใด แต่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ทั้งทางด้านกายภาพและพฤติกรรมโดยแท้จริง

ความต่อเนื่องในการเรียนของภาคการศึกษานี้ เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คุณภาพการเรียนการสอนลดลงอย่างชัดเจน ทั้งนี้เพราะเดือนเมษายนมีช่วงวันหยุดยาว (4-5 วัน) ในเทศกาลสงกรานต์ การเรียนการสอนในช่วงนี้จึงขาดความต่อเนื่อง ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าการขาดความต่อเนื่องมีผลเสียต่อประสิทธิภาพการเรียนการสอนอย่างมาก อีกทั้งเดือนนี้ยังมีวันหยุดมากทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น วันจักรี วันเช็งเม้ง และวันเกณฑ์ทหาร เมื่อหักวันหยุดเสาร์และอาทิตย์อีก 8-10 วัน จะเหลือวันที่มีการเรียนการสอนจริงๆ ไม่ถึงครึ่งเดือน สภาพเช่นนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่การเรียนการสอนจะมีคุณภาพ

นอกจากนั้น การปิด-เปิดเทอมตามอาเซียนที่ว่านี้ทำให้นักศึกษาปีทุกคนที่ต้องจบการศึกษา จะจบการศึกษาช้าไปอีก 2 เดือน นับเป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจของครัวเรือนและประเทศชาติ เพราะทำให้ประชากรวัยแรงงานของชาติเข้าสู่ภาคแรงงานช้าลงไปอีก 2 เดือนด้วย และยังทำให้นักศึกษาปีสุดท้ายมีปัญหาในการสมัครงานภาคเอกชนด้วยเพราะนักศึกษาไม่ได้ผ่านการเกณฑ์ทหาร เนื่องจากฤดูเกณฑ์ทหารอยู่ในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งยังไม่ปิดภาคการศึกษา และนักศึกษาจะต้องเสียเวลารอไปเกณฑ์ทหารในปีถัดไป แต่ถ้านักศึกษาเสี่ยงไปเข้ารับการตรวจเลือกทหารก่อนจบการศึกษา

ปะเหมาะเคราะห์ร้ายก็อาจเรียนไม่จบตามกำหนดได้ เพราะอาจโชคร้ายติดเกณฑ์ไปเข้ารับราชการทหารเสียก่อน

 

เรื่องการปิด-เปิดเทอมมหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียนนี้ นับเป็นกรณีตัวอย่างของการกำหนดนโยบายทางการศึกษาที่ผิดพลาด ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้และยอมรับกันได้ แต่เมื่อพิสูจน์ด้วยเหตุด้วยผลชัดเจนแล้ว ผู้ที่เกี่ยวข้องก็ควรยอมรับและหาทางแก้ไข แต่ขณะนี้กลับไม่มีใครฝ่ายไหนยอมรับว่าเป็นต้นคิดเป็นฝ่ายผลักดัน แต่กลับปล่อยให้แก้ไขกันเองแบบตัวใครตัวมันเหมือนไม่มีความผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้น หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็จะรุนแรงและเรื้อรังจนไม่มีทางแก้ไขได้ในอนาคตเหมือนหลายๆ เรื่องที่เป็นปัญหาในวงการศึกษาไทยขณะนี้

เรื่องนี้เป็นปัญหาของอุดมศึกษา อย่างน้อยคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ต้องเข้ามาดูแลแก้ไข อย่าให้ใครพูดได้ว่ามหาวิทยาลัยไม่ต้องมี กกอ.ก็อยู่ได้

 

 

สุพจน์ เอี้ยงกุญชร
คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เกาะติดการปิดเปิดเทอม มหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน , , เกาะติดการปิดเปิดเทอม , มหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
อภิปัญหาหนี้ครู...ปมที่แก้ไม่ตก 11 ปีลุกลาม 1.2 ล้านล้าน☕ คลิกอ่านเลย
อภิปัญหาหนี้ครู...ปมที่แก้ไม่ตก 11 ปีลุกลาม 1.2 ล้านล้าน
เปิดอ่าน 8,111 ครั้ง
ยิ่งกวดวิชามาก ยิ่งสะท้อนปัญหามาก☕ คลิกอ่านเลย
ยิ่งกวดวิชามาก ยิ่งสะท้อนปัญหามาก
เปิดอ่าน 4,817 ครั้ง
มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กควรอยู่ในห้องเรียนหรือไม่? โดย : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล☕ คลิกอ่านเลย
มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กควรอยู่ในห้องเรียนหรือไม่? โดย : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล
เปิดอ่าน 16,586 ครั้ง
ปัจจัยแห่งความล้มเหลว ในการปฏิรูปการศึกษาไทยคืออะไร โดย เพชร เหมือนพันธุ์☕ คลิกอ่านเลย
ปัจจัยแห่งความล้มเหลว ในการปฏิรูปการศึกษาไทยคืออะไร โดย เพชร เหมือนพันธุ์
เปิดอ่าน 17,459 ครั้ง
ให้อิสระโรงเรียน ปลดล็อกปฏิรูปการศึกษา☕ คลิกอ่านเลย
ให้อิสระโรงเรียน ปลดล็อกปฏิรูปการศึกษา
เปิดอ่าน 8,782 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เคล็ดลับ"ล้างเห็ด" ให้สะอาดทันใจ เคล็ดลับ"ล้างเห็ด" ให้สะอาดทันใจ
เปิดอ่าน 18,063 ครั้ง
การใช้ลายมือชื่อผู้รับเงินด้วยลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ในใบเสร็จฯในการเบิกเงินสวัสดิการการศึกษาบุตรการใช้ลายมือชื่อผู้รับเงินด้วยลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ในใบเสร็จฯในการเบิกเงินสวัสดิการการศึกษาบุตร
เปิดอ่าน 19,722 ครั้ง
ประชาธิปไตย คืออะไรประชาธิปไตย คืออะไร
เปิดอ่าน 60,295 ครั้ง
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ครูใหญ่-ปฏิรูปศึกษาพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ครูใหญ่-ปฏิรูปศึกษา
เปิดอ่าน 8,959 ครั้ง
ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพสักคำ?! ประกันชีวิตอาวุโส...เรื่องที่ต้องรู้ แต่ไม่ได้บอกไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพสักคำ?! ประกันชีวิตอาวุโส...เรื่องที่ต้องรู้ แต่ไม่ได้บอก
เปิดอ่าน 9,135 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ