ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > เกาะติดการปิดเปิดเทอม มหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน

เกาะติดการปิดเปิดเทอม มหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 22 ธ.ค. 2558 เปิดอ่าน : 5,440 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

เกาะติดการปิดเปิดเทอม มหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน

Advertisement

เกาะติดการปิดเปิดเทอม มหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน
โดย สุพจน์ เอี้ยงกุญชร 

(ที่มา:มติชนรายวัน 21 ธ.ค.2558)

 

การรวมกลุ่มประชาคมอาเซียน (Asean Community) ที่เคยคึกคักตลอดช่วงเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมานั้น ตอนนี้ดูเหมือนว่ากำลังเฉื่อยๆ ลงไป ทั้งๆ ที่ถึงกำหนดเวลาเริ่มต้นรวมกันอย่างเป็นทางการแล้ว หลังเลื่อนเวลาจากต้นปีมาเป็นปลายปี และบัดนี้กำลังจะสิ้นปีแล้ว แต่กลับไม่มีข่าวคราวความเคลื่อนไหวอะไรที่น่าตื่นเต้น ซ้ำดูเงียบเชียบอยู่เหมือนไม่มีอะไรจะเกิดขึ้นเลย

แต่สำหรับบางเรื่องที่เคยเร่งรีบลุกลนดำเนินการกันจนเกิดความเสียหายมากมายคือ การเลื่อนเวลาการปิด-เปิดเทอมมหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน ดังบทความเรื่อง ความเสียหายจากการปิด-เปิดเทอมมหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน ที่ได้เผยแพร่ไปแล้วนั้น (มติชน ฉบับวันที่ 10 พ.ย.2558) จนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครออกมารับผิดชอบแก้ไขปัญหาและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ดี บทความนี้จะขอชี้ลงไปที่ความเสียหายของผู้เรียนที่หลายๆ ท่าน หลายๆ ฝ่ายยังอาจไม่ตระหนักดังนี้

ด้านคุณภาพการเรียนการสอนนั้น หลายท่านมองเพียงเรื่องอากาศร้อนและวันหยุดที่มีมากในเดือนเมษายนเท่านั้นที่จะมีผลทำให้คุณภาพการเรียนการสอนลดลง แต่ที่จริงแล้วยังมีสาเหตุอื่นๆ อีก ซึ่งอาจแยกพิจารณาเป็นรายภาคการศึกษาได้ดังนี้

กรณีภาคการศึกษาแรก จากที่เคยเปิดเทอมในเดือนมิถุนายนและไปปิดเทอมย่อยในเดือนตุลาคม ซึ่งดูเหมือนไม่น่ามีปัญหาอะไรที่จะทำให้คุณภาพการเรียนการสอนลดลง แต่ข้อเท็จจริงก็คือ เดือนตุลาคมเป็นเดือนที่มีโอกาสสูงที่สุดที่จะมีพายุหมุนเขตร้อนเข้าถึงประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ฝนตกหนักและมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วม (ดูสถิติได้จากกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมชลประทาน) แต่แทนที่มหาวิทยาลัยจะหยุดเรียนเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงดังกล่าวเหมือนที่เป็นมาในอดีต มหาวิทยาลัยกลับเข้ามาแบกรับความเสี่ยงนี้เสียเอง

นอกจากนี้ เดือนตุลาคมยังเป็นเดือนที่ทางกรมการรักษาดินแดนจะเรียกนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) เข้ารับการฝึกทบทวนภาคสนามเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หากนักศึกษาคนไหนถูกเรียกก็จะต้องขาดเรียนอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ซึ่งนั่นหมายความว่านักศึกษาคนนั้นจะมีเวลาเรียนในเทอมนี้ไม่ถึงร้อยละ 80 ตามเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งโดยปกติต้องได้เกรด F แม้มีความพยายามจะขอให้ทางกรมการรักษาดินแดนเลื่อนเวลาให้ ซึ่งก็เป็นไปไม่ได้ เพราะการฝึก รด.ไม่ได้มีเฉพาะนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่ยังคงปิดเทอมในเดือนตุลาคมตามปกติ จึงไม่มีเหตุผลอันควรที่จะแก้ปัญหาให้คนส่วนน้อยแล้วไปกระทบกับคนส่วนใหญ่ อันเป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่จะกระทำเช่นนั้น

กรณีของภาคการศึกษาที่สอง จากที่เคยเปิดเทอมในเดือนพฤศจิกายนและมาปิดเทอมใหญ่ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนนั้น เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่าเดือนที่ร้อนที่สุดของประเทศไทยคือเดือนเมษายนและพฤษภาคม การที่นักศึกษาต้องเรียนท่ามกลางอากาศร้อนจัดนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดประสิทธิภาพเต็มที่ โดยมากจะขาดสมาธิและหลับไปด้วยความอ่อนเพลียจากการเสียเหงื่อ แม้จะมีห้องปรับอากาศให้เรียนก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก เพราะก่อนเข้าห้องเรียนและหลังจากเลิกเรียน นักศึกษายังต้องเผชิญกับอากาศร้อนจัดอยู่ดี ซึ่งเป็นเหตุให้ป่วยไข้ได้ง่ายอีกด้วย

อากาศร้อนจัดยังทำให้การเรียนภาคสนามไม่อาจทำได้อย่างเต็มที่ จำเป็นต้องลดกิจกรรมการเรียนการสอนภาคสนามลง เพราะแม้แต่การไถไร่ไถนาด้วยวัวควาย ซึ่งได้ชื่อว่ามีความอดทนสูง ชาวไร่ชาวนายังไม่ทำกัน เพราะช่วงนี้ชาวไร่ชาวนาจะเว้นการไถคราด หรือจะทำก็ทำเฉพาะในช่วงเช้าตรู่ก่อนที่จะมีแดดจัด แต่นักศึกษาต่อให้อดทนเข้มแข็งเพียงใดก็ยากจะสู้ไหว คุณภาพการเรียนการสอนจึงลดลงอย่างไม่ต้องสงสัย

ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดพายุฤดูร้อน แทนที่มหาวิทยาลัยจะปิดเทอมเพื่อให้นักศึกษาและอาจารย์ได้พักร้อนเหมือนแต่ก่อน อันเป็นการลดความเสี่ยงดังกล่าว แต่มหาวิทยาลัยก็เอาความเสี่ยงเหล่านั้นมาโยนให้นักศึกษาและอาจารย์แบกรับโดยไม่จำเป็น

จะเห็นได้ว่าฤดูร้อนไม่มีบรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้แต่อย่างใด แต่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ทั้งทางด้านกายภาพและพฤติกรรมโดยแท้จริง

ความต่อเนื่องในการเรียนของภาคการศึกษานี้ เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คุณภาพการเรียนการสอนลดลงอย่างชัดเจน ทั้งนี้เพราะเดือนเมษายนมีช่วงวันหยุดยาว (4-5 วัน) ในเทศกาลสงกรานต์ การเรียนการสอนในช่วงนี้จึงขาดความต่อเนื่อง ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าการขาดความต่อเนื่องมีผลเสียต่อประสิทธิภาพการเรียนการสอนอย่างมาก อีกทั้งเดือนนี้ยังมีวันหยุดมากทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น วันจักรี วันเช็งเม้ง และวันเกณฑ์ทหาร เมื่อหักวันหยุดเสาร์และอาทิตย์อีก 8-10 วัน จะเหลือวันที่มีการเรียนการสอนจริงๆ ไม่ถึงครึ่งเดือน สภาพเช่นนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่การเรียนการสอนจะมีคุณภาพ

นอกจากนั้น การปิด-เปิดเทอมตามอาเซียนที่ว่านี้ทำให้นักศึกษาปีทุกคนที่ต้องจบการศึกษา จะจบการศึกษาช้าไปอีก 2 เดือน นับเป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจของครัวเรือนและประเทศชาติ เพราะทำให้ประชากรวัยแรงงานของชาติเข้าสู่ภาคแรงงานช้าลงไปอีก 2 เดือนด้วย และยังทำให้นักศึกษาปีสุดท้ายมีปัญหาในการสมัครงานภาคเอกชนด้วยเพราะนักศึกษาไม่ได้ผ่านการเกณฑ์ทหาร เนื่องจากฤดูเกณฑ์ทหารอยู่ในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งยังไม่ปิดภาคการศึกษา และนักศึกษาจะต้องเสียเวลารอไปเกณฑ์ทหารในปีถัดไป แต่ถ้านักศึกษาเสี่ยงไปเข้ารับการตรวจเลือกทหารก่อนจบการศึกษา

ปะเหมาะเคราะห์ร้ายก็อาจเรียนไม่จบตามกำหนดได้ เพราะอาจโชคร้ายติดเกณฑ์ไปเข้ารับราชการทหารเสียก่อน

 

เรื่องการปิด-เปิดเทอมมหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียนนี้ นับเป็นกรณีตัวอย่างของการกำหนดนโยบายทางการศึกษาที่ผิดพลาด ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้และยอมรับกันได้ แต่เมื่อพิสูจน์ด้วยเหตุด้วยผลชัดเจนแล้ว ผู้ที่เกี่ยวข้องก็ควรยอมรับและหาทางแก้ไข แต่ขณะนี้กลับไม่มีใครฝ่ายไหนยอมรับว่าเป็นต้นคิดเป็นฝ่ายผลักดัน แต่กลับปล่อยให้แก้ไขกันเองแบบตัวใครตัวมันเหมือนไม่มีความผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้น หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็จะรุนแรงและเรื้อรังจนไม่มีทางแก้ไขได้ในอนาคตเหมือนหลายๆ เรื่องที่เป็นปัญหาในวงการศึกษาไทยขณะนี้

เรื่องนี้เป็นปัญหาของอุดมศึกษา อย่างน้อยคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ต้องเข้ามาดูแลแก้ไข อย่าให้ใครพูดได้ว่ามหาวิทยาลัยไม่ต้องมี กกอ.ก็อยู่ได้

 

 

สุพจน์ เอี้ยงกุญชร
คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เกาะติดการปิดเปิดเทอม มหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน , , เกาะติดการปิดเปิดเทอม , มหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
เคล็ดลับเรียนแล้วรวย

เคล็ดลับเรียนแล้วรวย
เปิดอ่าน 5,668 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
"การศึกษาหันหลัง" คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ โดย สาโรจน์ มณีรัตน์☕ คลิกอ่านเลย
"การศึกษาหันหลัง" คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ โดย สาโรจน์ มณีรัตน์
เปิดอ่าน 8,323 ครั้ง
ระบบการศึกษาที่ไม่สมดุล (1)☕ คลิกอ่านเลย
ระบบการศึกษาที่ไม่สมดุล (1)
เปิดอ่าน 6,335 ครั้ง
ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ นโยบายปฏิรูปที่ใกล้ตัวนักเรียนมากที่สุด☕ คลิกอ่านเลย
ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ นโยบายปฏิรูปที่ใกล้ตัวนักเรียนมากที่สุด
เปิดอ่าน 7,085 ครั้ง
วิกฤติการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21☕ คลิกอ่านเลย
วิกฤติการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21
เปิดอ่าน 11,421 ครั้ง
ครูพันธุ์ควอลิตี้☕ คลิกอ่านเลย
ครูพันธุ์ควอลิตี้
เปิดอ่าน 6,559 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

หน่วยจัดประสบการณ์และหน่วยการเรียนรู้ เรื่อง โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ชั้นอนุบาล 1 - มัธยมศึกษาปีที่ 3หน่วยจัดประสบการณ์และหน่วยการเรียนรู้ เรื่อง โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ชั้นอนุบาล 1 - มัธยมศึกษาปีที่ 3
เปิดอ่าน 6,980 ครั้ง
การเบิกจ่ายเงินวิทยฐานะการเบิกจ่ายเงินวิทยฐานะ
เปิดอ่าน 22,982 ครั้ง
ความหมายของเทคโนโลยีความหมายของเทคโนโลยี
เปิดอ่าน 44,874 ครั้ง
เฉาก๊วยทำมาจากอะไรเฉาก๊วยทำมาจากอะไร
เปิดอ่าน 14,274 ครั้ง
ทำไมจึงตื่นเต้นกันนักหนาเมื่อญี่ปุ่นค้นพบ แหล่งแร่โลหะหายาก ที่เกาะมินามิโตริ โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ทำไมจึงตื่นเต้นกันนักหนาเมื่อญี่ปุ่นค้นพบ แหล่งแร่โลหะหายาก ที่เกาะมินามิโตริ โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์
เปิดอ่าน 7,929 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ