ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > ปัญหาเด็กไม่ยอมออกไปเล่นกลางแจ้งและวิธีแก้

ปัญหาเด็กไม่ยอมออกไปเล่นกลางแจ้งและวิธีแก้

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 15 เม.ย. 2561 เปิดอ่าน : 50,839 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ปัญหาเด็กไม่ยอมออกไปเล่นกลางแจ้งและวิธีแก้

Advertisement

การเล่นเป็นการพัฒนาที่ดีสำหรับเด็กเพราะไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ การออกไปเล่นกลางแจ้งยังสามารถช่วยให้เด็กผ่อนคลายจากความกังวลต่างๆ เช่น ความเครียดจากห้องเรียนหรือจากการทำกิจกรรมต่างๆ ที่โรงเรียน ดังนั้น การออกไปเล่นกลางแจ้งจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญที่จะช่วยให้เด็กเจริญเติบโตได้อย่างมีความสุขและสมบูรณ์แบบทั้งนี้เด็กบางคนอาจไม่ชอบออกไปเล่นกลางแจ้งเพราะสาเหตุต่างๆ ซึ่งเราได้รวมรวบมาให้คุณทางด้านล่างนี้พร้อมวิธีการแก้ไข 
 
 
อย่างไรก็ตามการเล่นการแจ้งนั้นอาจทำให้เสื้อผ้าเลอะเปรอะเปื้อนได้ง่าย ไม่ว่าคราบดินโคลนหรือคราบที่อาจขจัดออกไม่ง่ายนักอย่างการขจัดคราบสนิมบนเสื้อผ้า หากคุณกังวลในการทำความสะอาดคราบต่างๆ บนเสื้อผ้าคุณควรรีบนำเสื้อที่ผ้าที่เลอะมาขจัดคราบหรือแช่น้ำทันทีไม่ปล่อยไว้นานให้คราบฝังลึกบนใยผ้า หากคราบซักออกยากอย่างสนิมยังไม่หลุดออก คลิกที่นี่สำหรับวิธีขจัดคราบสนิมบนเสื้อ
 
ทำไมเด็กไม่ออกไปเล่น
1. สภาพอากาศ
อากาศบ้านเรานั้นอย่างที่ทุกๆ คนทราบว่าร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเที่ยงถึงบ่ายโมงที่แสงแดดอาจแรงกว่าช่วงอื่นๆนี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่เด็กไม่ออกไปเล่นนอกบ้านเพราะอากาศที่ร้อน จึงทำให้หมดแรงและเหนื่อยง่าย ดังนั้นคุณควรเลือกช่วงเวลาที่อากาศหรือแสงแดดไม่ร้อนมากนักเช่น ช่วงเช้าก่อนเที่ยงหรือหลังช่วงบ่ายแก่ๆ หลังบ่ายสองโมงเป็นต้นไป ช่วงเวลานี้อาจมีลมพัดเย็นสบายทำให้เด็กสามารถเล่นกลางแจ้งได้อย่างสนุกสนาน
 
2. เด็กติดเกมส์
การที่เด็กติดเกมส์นั้นสามารถหยุดกิจกรรมทุกสิ่งอย่าง ดังนั้นคุณพ่อและคุณแม่ควรกำหนดเวลาการเล่นเกมส์ให้กับเด็กอย่างเคร่งครัด การเล่นเกมส์นอกจากจะทำให้เสียเวลาในการเรียนรู้สำหรับเด็กแล้วยังทำให้ระบบการทำงานของสายตานั้นแย่ลง ทำให้สายตาสั้นหรือเอียงได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่ควรหาเกมส์ที่ลูกชอบเล่นจากจอคอมพิวเตอร์มาประยุกต์เป็นการเล่นนอกบ้าน อย่างเกมส์หาสมบัติ คุณสามารถนำสิ่งของไปซ่อนนอกบ้านในสวนตามที่ต่างๆ แล้วให้เด็กๆ ออกไปวิ่งหาเป็นต้น
 
3. เด็กติดทีวี
การที่เด็กติดทีวีไม่ว่าจะการ์ตูนหรือรายการเด็กต่างๆ ก็ตามสามารถทำให้เด็กไม่อยากออกไปทำอะไร ดังนั้นคุณควรฝึกการมีระเบียบวินัยในการดูทีวีให้กับเด็ก เช่นหากเป็นรายการโปรดของลูกคุณสามารถอัดรายการให้ลูกดูก่อนนอนหรือให้ดูช่วงเที่ยงที่มีอากาศร้อน แล้วบอกให้เด็กออกไปเล่นกิจกรรมนอกบ้านได้อย่างหมดห่วง 
 
4. เด็กอยากนอนตลอดเวลา 
หากเด็กนอนตื่นสายหรือง่วงนอนบ่อยอาจทำให้ไม่อยากให้เด็กออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านเพราะห่วงนอน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรฝึกนิสัยให้ลูกนอนและตื่นเป็นเวลาโดยเด็กอนุบาลและเด็กที่มีอายุ6 ปีขึ้นไป นั้นควรมีเวลานอน 10-12 ชั่วโมง คุณควรให้ลูกได้มีเวลานอนอย่างเพียงพอ เพื่อให้ลูกมีแรงออกไปเล่นกิจกรรมนอกบ้านระหว่างวันและไม่รู้สึกเหนื่อยหรือง่วง
 
5. การบ้านเยอะ
บางครั้งการทำการบ้านหลากหลายวิชาก็อาจทำให้เด็กรู้สึกว่าไม่มีเวลาทำอย่างอื่น ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรช่วยลูกแบ่งเวลาให้ดี เช่นให้เวลาทำการบ้าน 2-3 ชั่วโมงและควรอยู่ใกล้เด็กเผื่อเด็กต้องการความช่วยเหลือซึ่งจะช่วยให้การทำการบ้านเร็วขึ้น หากการบ้านยังไม่เสร็จคุณควรบอกลูกให้ออกไปเล่นกลางแจ้งเพื่อพักผ่อนสมองและผ่อนคลายกล้ามเนื้อก่อนกลับมาทำการบ้านอีกครั้งให้เสร็จ
 
 
 
 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ปัญหาเด็กไม่ยอมออกไปเล่นกลางแจ้งและวิธีแก้ , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ขจัดกลิ่นเท้าด้วยมะนาว

ขจัดกลิ่นเท้าด้วยมะนาว
เปิดอ่าน 7,886 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เครียดมาก ๆ ระวังเหงือกอักเสบ☕ คลิกอ่านเลย
เครียดมาก ๆ ระวังเหงือกอักเสบ
เปิดอ่าน 7,726 ครั้ง
นาคเล่นน้ำ☕ คลิกอ่านเลย
นาคเล่นน้ำ
เปิดอ่าน 10,532 ครั้ง
เที่ยวมหกรรมนวดนานาชาติ ในงานแฟร์สุขภาพ☕ คลิกอ่านเลย
เที่ยวมหกรรมนวดนานาชาติ ในงานแฟร์สุขภาพ
เปิดอ่าน 7,282 ครั้ง
เคล็ดลับขายของออนไลน์อย่างไรไม่ขาดทุน☕ คลิกอ่านเลย
เคล็ดลับขายของออนไลน์อย่างไรไม่ขาดทุน
เปิดอ่าน 6,750 ครั้ง
รวมผักกินยากแสนอร่อยแต่เปี่ยมคุณค่า☕ คลิกอ่านเลย
รวมผักกินยากแสนอร่อยแต่เปี่ยมคุณค่า
เปิดอ่าน 9,770 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กควรอยู่ในห้องเรียนหรือไม่? โดย : ทีปกร วุฒิพิทยามงคลมือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กควรอยู่ในห้องเรียนหรือไม่? โดย : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล
เปิดอ่าน 16,416 ครั้ง
แอสเพอร์เกอร์ซินโดรม อีกหนึ่งอาการที่ไม่ควรมองข้ามแอสเพอร์เกอร์ซินโดรม อีกหนึ่งอาการที่ไม่ควรมองข้าม
เปิดอ่าน 7,539 ครั้ง
ที่มาของ "กรุงเทพมหานคร" และ "บางกอก" ที่มาของ "กรุงเทพมหานคร" และ "บางกอก"
เปิดอ่าน 30,669 ครั้ง
วิวาห์ใต้สมุทรตรัง 2010วิวาห์ใต้สมุทรตรัง 2010
เปิดอ่าน 7,837 ครั้ง
การเต้นเป็นกลุ่มที่เรียกว่า "ฮาร์เล็ม เชค Harlem Shake" คืออะไร?การเต้นเป็นกลุ่มที่เรียกว่า "ฮาร์เล็ม เชค Harlem Shake" คืออะไร?
เปิดอ่าน 27,627 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ