ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมความรู้ทั่วไป  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

เปิดเทอม On-site ห่างไกลโควิด-19 แนะวิธีตรวจ ATK เด็ก


ความรู้ทั่วไป 18 พ.ค. 2565 เวลา 03:41 น.

4,591

views
Advertisement

เปิดเทอม On-site ห่างไกลโควิด-19 แนะวิธีตรวจ ATK เด็ก

เปิดภาคเรียน On-site อย่างเป็นทางการแล้ว ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่การแพร่ระบาดเริ่มลดลง อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติตนดูแลตนเองยังคงต้องเข้มงวดเหมือนเดิม โดยเฉพาะในเด็กที่สามารถติดเชื้อได้ง่าย ซคชึ่องนอกแมสก์และแอลกอฮอล์ล้างมือที่เป็นอุปกรณ์สำคัญแล้ว ชุดตรวจ ATK ที่ใช้ในการตรวจหาเชื้อก็เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง

สำหรับการตรวจ ATK สำหรับเด็กอย่างถูกต้องมีดังนี้

ข้อควรปฏิบัติ

  • ตรวจสอบชุดตรวจว่าได้มาตรฐานได้รับรองจาก อย. ไม่ชำรุดหรือหมดอายุ
  • ศึกษาวิธีการตรวจของชุดตรวจนั้นๆ อย่างละเอียด
  • ล้างมือให้สะอาด

ชุดตรวจ ATK แบบน้ำลาย

การเก็บน้ำลาย เพื่อให้ได้สิ่งส่งตรวจที่มีคุณภาพและมีโอกาสตรวจพบเชื้อโควิด-19 ได้สูงที่สุด จะต้องเป็นน้ำลาย ที่มาจากด้านหลังของคอ

การใช้งาน

  • บ้วนน้ำลายกระแอมจากลำคอลงในหลอดเก็บตัวอย่าง
  • บีบสารสกัดลงในหลอด ปิดฝาให้แน่นและผสมโดยการคว่ำหลอดขึ้นลงประมาณ 10 ครั้ง
  • หยดตัวอย่างประมาณ 3 หยดลงในแผ่นทดสอบ
  • ทิ้งไว้ตามระยะเวลาที่คู่มือของชุดตรวจแนะนำก่อนการอ่านผล

คำแนะนำ

  • งดการแปรงฟัน และบ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แนะนำให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดเท่านั้น
  • งดการรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม งดสูบบุหรี่ หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง ประมาณ 30 นาที
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของคู่มือในกล่อง ซึ่งอาจจะมีข้อแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละยี่ห้อ
  • เลือกใช้ชุดตรวจที่ได้คุณภาพ ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา
  • หากผลตรวจเป็นบวก ให้แยกกักตัวทันที และติดต่อโรงพยาบาล หรือโทร 1330
  • หากผลตรวจเป็นลบ ให้ระวังผลลวง เพราะอาจมีเชื้อน้อยจนตรวจไม่พบให้ตรวจซ้ำอีกครั้งภายใน 1 – 2 วัน
  • ชุดตรวจที่ใช้แล้วให้รัดปากถุงให้มิดชิดและทิ้งในถังขยะติดเชื้อ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค

การ swab จมูก

ก่อนทำต้องอธิบายให้เด็ก ๆ เข้าใจ แล้ว จากนั้นผู้ปกครองใส่ไม้ swab เข้าไปในจมูกเด็ก ๆ

วิธีใช้ คือ

  • เทน้ำยาลงในหลอดตัวอย่างให้ถึงจุดที่กำหนด
  • นำก้าน swap แหย่จมูก ให้เด็กเงยศีรษะเล็กน้อย หรือเอียงประมาณ 70 องศาฯ หมุน 3-4 ครั้ง ค้างไว้ 3 วินาที
  • นำก้าน swap ใส่หลอด หมุนวนในน้ำยาประมาณ 5 ครั้ง
  • นำหลอดดูดน้ำยา หยดลงช่องประมาณ 2-3 หยด
  • ทิ้งไว้ตามระยะเวลาที่คู่มือของชุดตรวจแนะนำก่อนการอ่านผล
  • ถ้าขึ้น 2 แถบ ที่ C และ T แสดงว่า ติดเชื้อโควิด-19

สังเกตภาวะแทรกซ้อนหลังการ swab

1.ภาวะน้ำไขสันหลังรั่ว เป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก แต่อย่างไรก็ตาม หากมีน้ำใส ๆ ไหลออกจากจมูก ข้างเดียว ให้สงสัยภาวะนี้ และรีบไปพบแพทย์ เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามา คือ ภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โดยพบประมาณ 15-20 %

2.ไม้ swab หักคาอยู่ในโพรงจมูก อาจพบได้ในกรณีที่เด็ก ๆ ดิ้น หรือขัดขืน ไม่ให้ความร่วมมือ ดังนั้นหลังดึงไม้ออกมาแล้ว ให้ตรวจสอบว่า ไม้ swab ออกมาครบถ้วนดีหรือไม่ หากสงสัยว่ามีชิ้นส่วนของไม้ติดอยู่ให้รีบพบแพทย์

3.เลือดกำเดาไหล โดยทั่วไปหลังการ swab ตรวจหาเชื้อโควิด-19 มีโอกาสที่จะมีเลือดออกเล็กน้อยได้ แต่หากเลือดกำเดาไหลออกมา ให้กดปีกจมูกด้านนั้นจนกระทั่งเลือดหยุด หรืออาจใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นประคบด้วย

4.ภาวะติดเชื้อของผนังกั้นจมูก มีรายงานพบได้ในผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ทำอย่างไรหากลูกป่วย?

  • หากลูกของคุณมีอาการบ่งชี้ของโรคโควิด-19 ให้พบแพทย์ทันทีที่เริ่มมีอาการ แม้ว่าจะมีอาการเพียงเล็กน้อยก็ตาม
  • หากแพทย์แจ้งว่าสามารถรักษาตัวที่บ้านได้ ให้เลือกผู้ที่มีหน้าที่ดูแลเด็กเพียงคนเดียวเท่านั้น เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง ผู้ดูแลควรมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว และได้รับวัคซีนแล้ว หากไม่สามารถแยกเด็กและผู้ดูแลออกจากสมาชิกครอบครัวที่เหลือ ขอให้แยกสมาชิกครอบครัวที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงที่อาจป่วยหนักหากได้รับเชื้อโควิด-19 ออกจากเด็กและผู้ดูแลแทน
  • ห้ามกักตัวเด็กเพียงลำพัง
  • ควรพูดคุยกับลูกหลานของท่านเกี่ยวกับโรคโควิด-19 และอธิบายถึงสาเหตุที่จำเป็นต้องมีการเว้นระยะห่างจากสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวเป็นระยะเวลาหนึ่ง
  • ผู้ดูแลและเด็กที่อายุ 6 ขวบขึ้นไป ควรจะใส่หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่พอดีกับใบหน้าเมื่อต้องอยู่ใกล้ชิดกัน
  • หมั่นล้างมือเป็นประจำ ด้วยสบู่และน้ำหรือแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ
  • ทำให้ลูกๆ รู้สึกมั่นใจว่าคุณจะดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี และถ้าพักผ่อนเพียงพอ พวกเขาจะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับการรักษาแบบแยกกักตัวที่บ้าน สำหรับเด็กติดเชื้อโควิด-19

โดยกรณีเด็กติดเชื้อ แพทย์จะมีการพิจารณาอาการก่อนถึงรับเข้ารักษาแบบ Home Isolation

  • ผู้ป่วยที่ลงทะเบียนในระบบ 1330
  • ผู้ป่วยที่มารับการรักษาที่ ARI Clinic โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณา
  • ผู้ป่วยที่รับการรักษาตัวในโรงพยาบาลแล้วอาการดีขึ้น แต่ต้องติดตามอาการต่อเนื่องแบบแยกกักตัวที่บ้าน
  • เกณฑ์การเข้ารับผู้ป่วยเด็กสู่ Home Isolation มีรายละเอียดดังนี้
  • อายุเกิน 1 ปี
  • น้ำหนักตัว/ความสูง มากกว่า 160 ในเด็ก (ไม่มีภาวะโรคอ้วน)
  • ไข้สูงกว่า 39 องศาเซลเซียส (อยู่ในดุลพินิจของแพทย์)
  • ไม่มีโรคประจำตัวที่เสี่ยง เช่น หอบหืด, โรคปอดเรื้อรัง, โรคหัวใจ, ลงชักรุนแรง, สมองพิการ, ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • มีพื้นที่กักตัวแยกห้องน้ำแยกจากผู้ไม่ติดเชื้อ
  • มีผู้ดูแล
  • อาศัยในเขตกรุงเทพฯ

ที่มา : โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, ศูนย์ข้อมูล COVID-19, Siriraj Channel,

ขอบคุณที่มาเนื้อหาจาก PPTV 17 พ.ค. 2565 


เปิดเทอม On-site ห่างไกลโควิด-19 แนะวิธีตรวจ ATK เด็กการตรวจATKการตรวจATKเด็กตรวจATKนักเรียนการตรวจโควิดเด็ก

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

บูชาแล้วรวย

บูชาแล้วรวย


เปิดอ่าน 16,402 ครั้ง
ความหมายของคำว่า แม่

ความหมายของคำว่า แม่


เปิดอ่าน 65,100 ครั้ง
8 วิธีคลายเครียดทันใจ

8 วิธีคลายเครียดทันใจ


เปิดอ่าน 14,344 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

"กูเกิ้ล"ผุดนวัตกรรม แว่นเสมือนจริง-รถอัตโนมัติ!

"กูเกิ้ล"ผุดนวัตกรรม แว่นเสมือนจริง-รถอัตโนมัติ!

เปิดอ่าน 10,020 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
สร้างรั้วบ้านตามหลักฮวงจุ้ย
สร้างรั้วบ้านตามหลักฮวงจุ้ย
เปิดอ่าน 34,217 ☕ คลิกอ่านเลย

เทคนิคเลือกกระถางต้นไม้ให้เหมาะสม
เทคนิคเลือกกระถางต้นไม้ให้เหมาะสม
เปิดอ่าน 25,520 ☕ คลิกอ่านเลย

5 เหตุผลที่องค์กรยุคใหม่ควรติดตั้งระบบ Access Control
5 เหตุผลที่องค์กรยุคใหม่ควรติดตั้งระบบ Access Control
เปิดอ่าน 2,883 ☕ คลิกอ่านเลย

เปิดโผ 15 อาชีพที่กำลังจะสาบสูญไปในอนาคต
เปิดโผ 15 อาชีพที่กำลังจะสาบสูญไปในอนาคต
เปิดอ่าน 39,767 ☕ คลิกอ่านเลย

โรคเก๊าต์ เกิดจากอะไร มีอาการแบบไหน รักษาอย่างไร อาหารอะไรกินได้และไม่ควรกิน
โรคเก๊าต์ เกิดจากอะไร มีอาการแบบไหน รักษาอย่างไร อาหารอะไรกินได้และไม่ควรกิน
เปิดอ่าน 3,418 ☕ คลิกอ่านเลย

7 วิธีเพิ่มผู้ติดตาม TikTok แบบไม่ผิดกฎ อัปเดตล่าสุด 2026
7 วิธีเพิ่มผู้ติดตาม TikTok แบบไม่ผิดกฎ อัปเดตล่าสุด 2026
เปิดอ่าน 564 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เลเซอร์กำจัดขน รู้ให้ครบก่อนเริ่มกำจัดขนอย่างมั่นใจ
เลเซอร์กำจัดขน รู้ให้ครบก่อนเริ่มกำจัดขนอย่างมั่นใจ
เปิดอ่าน 320 ครั้ง

การยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 ผ่านอินเทอร์เน็ต
การยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 ผ่านอินเทอร์เน็ต
เปิดอ่าน 51,653 ครั้ง

ตัวอย่างหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา และแผนการจัดประสบการณ์ ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2562
ตัวอย่างหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา และแผนการจัดประสบการณ์ ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2562
เปิดอ่าน 76,249 ครั้ง

WebOS เว็บโอเอส เว็บโอเอส อะไรๆ ก็ เว็บโอเอส
WebOS เว็บโอเอส เว็บโอเอส อะไรๆ ก็ เว็บโอเอส
เปิดอ่าน 20,155 ครั้ง

รวม 10 อันดับขับรถสุดเห่ย ขอให้มีสตินะครับ
รวม 10 อันดับขับรถสุดเห่ย ขอให้มีสตินะครับ
เปิดอ่าน 17,976 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ