ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > สุขศึกษาและพลศึกษา > การแพ้ยา Drug Hypersensitivity
การแพ้ยา Drug Hypersensitivity
สุขศึกษาและพลศึกษา โพสต์เมื่อวันที่ : 3 ม.ค. 2551 เปิดอ่าน : 16,519 ครั้ง
☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน
Advertisement

การแพ้ยา Drug Hypersensitivity
Advertisement

อาการแพ้ยาเป็นสิ่งที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในคนที่มีประวัติแพ้ยาชนิดใดชนิดหนึ่งมาก่อน และคนที่มีประวัติของโรคภูมิแพ้ (เช่น หืด, หวัดเรื้อรัง, ลมพิษ, ผื่นค้น) จะมีโอกาสแพ้ยามากกว่าคนทั่วไป ดังนั้นในการใช้ยาจึงควรระมัดระวังในเรื่องนี้ให้มาก ไม่ควรใช้อย่างพร่ำเพรือ หรือใช้เกินความจำเป็นยาที่แพ้ ที่พบได้ค่อนข้างบ่อย ได้แก่

          1. ยาต้านจุลชีพหรือปฏิชีวนะ เช่น เพนิซิลลิน ,อะม็อกซีซิลลิน ,ยาประเภทซัลฟา ,เตตราไซคลีน ,สเตรปโตไมซิน เป็นต้น
          2. ยาแก้ปวดลดไข้ เช่น แอสไพริน, ไดไพโรน
          3. ยาชา เช่น ไซโลเคน (xylocaine), โปรเคน (procaine)
          4. เซรุ่มต่าง ๆ เช่น เซรุ่มแก้พิษงู, เซรุ่มแก้บาดทะยัก
          5. น้ำเกลือ และเลือด


อาการแพ้ยา
          1. ในรายที่มีอาการแพ้อ่อน ๆ อาจมีเพียงลมพิษผื่นค้น หรือมีผื่นแดง จุดแดงหรือตุ่มใสเล็ก ๆ ขึ้นทั่วตัว หรือหน้าบวม หนังตาบวม ริมฝีปากบวม มักเกิดจากการกินยาเม็ด เช่น แอสไพริน, เพนวี, อะม็อกซีซิลลิน, ยาประเภทซัลฟา
          2. ในรายที่มีอาการแพ้ขนาดปานกลาง อาจมีอาการใจสั่น แน่นหน้าอก คลื่นไส้อาเจียน หรือหายใจขัดคล้ายหืด(ฟังปอดได้ยินเสียงวี้ด) มักเกิดจากการใช้ยาฉีด
         3. ในรายที่เป็นรุนแรง จะมีอาการเป็นลม ตัวเย็น ชีพจรเบาเร็ว ความดันต่ำ และหยุดหายใจ มักเกิดหลังจากฉีดยาประเภทเพนิซิลลิน หรือเซรุ่มในทันทีทันใด บางครั้งอาจถึงแก่ความตายแบบที่เรียกว่า "คาเข็ม" ได้ เราเรียกอาการแพ้ยารุนแรงชนิดนี้ว่า ช็อกจากการแพ้ (Anaphylactic shock )หรืออาจพบเป็นลักษณะพุพอง หนังเปื่อยลอกทั้งตัวคล้ายถูกไฟลวก ปากเปื่อย ตาอักเสบ ท่อปัสสาวะอักเสบ มีไข้ ซึ่งเรียกว่ากลุ่มอาการสตีเวนส์-จอห์นสัน (Stevens-Johnson syndrome) ซึ่งอาจเกิดการติดเชื้อกลายเป็นโลหิตเป็นพิษ ถึงตายได้
          4. ในการแพ้เลือดหรือน้ำเกลือ มักมีอาการไข้หนาวสั่น หรือลมพิษขึ้นโดยทั่วไป ยาชนิดฉีดจะทำให้เกิดอาการ
    รุนแรงและรวดเร็วมากกว่าชนิดกิน


การรักษาการแพ้ยา
          1. ในรายที่มีอาการแพ้อ่อน ๆ (ดังในข้อ 1) ให้เลิกใช้ยาที่แพ้แล้วให้ยาแก้แพ้ เช่น คลอร์เฟนิรามีน  หรือไดเฟนไฮดรามีน  1/2 -1 หลอด ฉีดเข้ากล้าม หรือ ให้อย่างเม็ดกินวันละ 3-4 ครั้ง ๆ ละ 1/2-1 เม็ด จนกว่าจะหาย
          2. ในรายที่มีอาการขนาดปานกลาง (ดังในข้อ 2) หรือรุนแรง (ดังในข้อ 3) ให้ฉีดอะดรีนาลิน 0.3-0.5 มล. หรือสเตอรอยด์ เช่น เดกซาเมทาโซน 1-2 หลอด เข้ากล้ามหรือเข้าหลอดเลือดดำทันที ถ้าไม่ดีขึ้นให้ส่งโรงพยาบาลด่วน
          3. ในรายที่หยุดหายใจ ให้ทำการผายปอดพร้อมกับฉีดยาอะดรีนาลิน
          4. ในรายที่เป็นแบบกลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน ให้เลิกใช้ยาที่แพ้ ให้ยาแก้หรือสเตอรอยด์แล้วส่งโรงพยาบาลทันที เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อ กลายเป็นโลหิตเป็นพิษถึงตายได้


การป้องกัน

          1. ทุกครั้งที่ให้ยา ควรถามประวัติการแพ้ยาในอดีตที่ผ่านมาและประวัติโรคภูมิแพ้ของผู้ป่วยและครอบครัวของผู้ป่วย ถ้ามีประวัติเหล่านี้ ควรระมัดระวังในการใช้ยาให้มาก และควรแนะนำให้ผู้ป่วยสังเกตดูอาการแพ้ยาที่อาจเกิดขึ้น ถ้ามีอาการให้รีบหยุดยา แล้วกลับไปหาหมอที่รักษาทันที
          2. อย่าฉีดยาอย่างพร่ำเพรื่อ ทุกครั้งที่ฉีดยาโดยเฉพาะยาที่ทำให้เกิดการแพ้ได้ง่าย เช่น เพนิซิลลิน หรือ เซรุ่ม ควรทำการทดสอบผิวหนังก่อน และควรมียาแก้แพ้  สเตอรอยด์  และอะดรีนาลิน  ตลอดจนอุปกรณ์ในการช่วยผายปอดไว้ให้พร้อม
          3. ถ้าพบผู้ป่วยแพ้ยา ควรแนะนำให้ผู้ป่วยรู้ว่าแพ้ยาอะไร และห้ามกินยาชนิดนั้น ๆ หรือยายี่ห้อต่างๆ ที่เข้ายาชนิดนั้นอีกต่อไป และแนะนำผู้ป่วยทุกครั้งที่หาหมอควรจะบอกหมอว่าเคยแพ้ยาอะไร
          4. อาการแพ้ยามักจะเกิดเมื่อผู้ป่วยเคยได้รับยาชนิดนั้นมาก่อนหลาย ๆ ครั้ง ในทารกหรือเด็กอ่อนที่ไม่ได้รับยามาก่อน จึงมีโอกาสแพ้ยาน้อย ส่วนคนที่เคยได้รับยา (โดยเฉพาะยาฉีด) มาก่อนหลาย ๆ ครั้ง โอกาสที่จะแพ้ยาชนิดนั้นก็สูงขึ้นตามลำดับ ดังนั้นยิ่งใช้ยาบ่อยครั้งขึ้นเท่าไหร่ ก็พึงระวังการเกิดอาการแพ้มากขึ้นเท่านั้น


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> การแพ้ยา Drug Hypersensitivityการแพ้ยาDrugHypersensitivity << คลิกอ่านเพิ่มเติม

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

เซรุ่ม

เซรุ่ม
เปิดอ่าน 22,903 ครั้ง
มช.เจ๋งพบสารเซซมิน"งาดำ" รักษามะเร็งครั้งแรกของโลก

มช.เจ๋งพบสารเซซมิน"งาดำ" รักษามะเร็งครั้งแรกของโลก
เปิดอ่าน 69,526 ครั้ง
สรรพคุณของ "ปลีกล้วย"

สรรพคุณของ "ปลีกล้วย"
เปิดอ่าน 65,677 ครั้ง
"ตังกุย" คืออะไร มีสรรพคุณอย่างไร

"ตังกุย" คืออะไร มีสรรพคุณอย่างไร
เปิดอ่าน 16,152 ครั้ง
"พรมมิ" วัชพืชบำรุงสมอง

"พรมมิ" วัชพืชบำรุงสมอง
เปิดอ่าน 12,890 ครั้ง
อันตรายจากการกินของดอง

อันตรายจากการกินของดอง
เปิดอ่าน 22,334 ครั้ง
วิตามิน บี

วิตามิน บี
เปิดอ่าน 18,089 ครั้ง
วิธีปฐมพยาบาลบาดแผลจากสัตว์มีพิษกัดต่อย

วิธีปฐมพยาบาลบาดแผลจากสัตว์มีพิษกัดต่อย
เปิดอ่าน 300,338 ครั้ง
วิธียืดเส้นก่อนออกกำลังกาย

วิธียืดเส้นก่อนออกกำลังกาย
เปิดอ่าน 27,333 ครั้ง
อาหารกับการออกกำลัง

อาหารกับการออกกำลัง
เปิดอ่าน 12,545 ครั้ง
ผักสุกมีคุณค่าอาหารสูงกว่าดิบ

ผักสุกมีคุณค่าอาหารสูงกว่าดิบ
เปิดอ่าน 17,385 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 2 ลูกบอล (The Ball)

ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 2 ลูกบอล (The Ball)
เปิดอ่าน 31,723 ครั้ง
เทควันโด : ประโยชน์ของการเล่นกีฬาเทควันโด

เทควันโด : ประโยชน์ของการเล่นกีฬาเทควันโด
เปิดอ่าน 33,980 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 16 การเตะเข้าเล่น

ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 16 การเตะเข้าเล่น
เปิดอ่าน 39,347 ครั้ง
โรคของเส้นผม ขน และเล็บ

โรคของเส้นผม ขน และเล็บ
เปิดอ่าน 18,970 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ประโยชน์ใกล้ตัว พืชผักสวนครัวใกล้บ้าน
ประโยชน์ใกล้ตัว พืชผักสวนครัวใกล้บ้าน
เปิดอ่าน 27,032 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ทาน "ถั่วงอก" แล้วส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร
ทาน "ถั่วงอก" แล้วส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร
เปิดอ่าน 23,440 ☕ คลิกอ่านเลย

สรรพคุณทางยาของ "ผักแขยง"
สรรพคุณทางยาของ "ผักแขยง"
เปิดอ่าน 29,137 ☕ คลิกอ่านเลย

ประโยชน์และสรรพคุณทางยาของกระเทียม
ประโยชน์และสรรพคุณทางยาของกระเทียม
เปิดอ่าน 17,931 ☕ คลิกอ่านเลย

การออกกำลังของผู้ที่มีโรคหัวใจ
การออกกำลังของผู้ที่มีโรคหัวใจ
เปิดอ่าน 13,143 ☕ คลิกอ่านเลย

ประโยชน์ของ "หอยขม" ตามตำราแพทย์แผนไทย
ประโยชน์ของ "หอยขม" ตามตำราแพทย์แผนไทย
เปิดอ่าน 62,717 ☕ คลิกอ่านเลย

9 อาการป่วยเพราะน้ำ(ในตัว) ขึ้น-ลง
9 อาการป่วยเพราะน้ำ(ในตัว) ขึ้น-ลง
เปิดอ่าน 26,152 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เคล็บลับอร่อยได้ดังใจ แต่..ไม่อ้วน
เคล็บลับอร่อยได้ดังใจ แต่..ไม่อ้วน
เปิดอ่าน 9,080 ครั้ง

ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 10 ลูกบอลอยู่ในการเล่นและอยู่นอกการเล่น
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 10 ลูกบอลอยู่ในการเล่นและอยู่นอกการเล่น
เปิดอ่าน 31,310 ครั้ง

รวม 10 อันดับขับรถสุดเห่ย ขอให้มีสตินะครับ
รวม 10 อันดับขับรถสุดเห่ย ขอให้มีสตินะครับ
เปิดอ่าน 15,091 ครั้ง

การกำเนิดของศาสนาพราหมณ์
การกำเนิดของศาสนาพราหมณ์
เปิดอ่าน 84,376 ครั้ง

PowerPoint ประกอบการประชุมชี้แจงการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ของ กศจ.
PowerPoint ประกอบการประชุมชี้แจงการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ของ กศจ.
เปิดอ่าน 21,480 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

  • IELTS Test
  • SAT Test
  • สอบ IELTS
  • สอบ TOEIC
  • สอบ SAT
  • เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  • เพลงเด็กอนุบาล
  •  
    หมวดหมู่เนื้อหา
    เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


    · Technology
    · บทความเทคโนโลยีการศึกษา
    · e-Learning
    · Graphics & Multimedia
    · OpenSource & Freeware
    · ซอฟต์แวร์แนะนำ
    · การถ่ายภาพ
    · Hot Issue
    · Research Library
    · Questions in ETC
    · แวดวงนักเทคโนฯ

    · ความรู้ทั่วไป
    · คณิตศาสตร์
    · วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    · ภาษาต่างประเทศ
    · ภาษาไทย
    · สุขศึกษาและพลศึกษา
    · สังคมศึกษา ศาสนาฯ
    · ศิลปศึกษาและดนตรี
    · การงานอาชีพ

    · ข่าวการศึกษา
    · ข่าวตามกระแสสังคม
    · งาน/บริการสังคม
    · คลิปวิดีโอยอดนิยม
    · เกมส์
    · เกมส์ฝึกสมอง

    · ทฤษฎีทางการศึกษา
    · บทความการศึกษา
    · การวิจัยทางการศึกษา
    · คุณครูควรรู้ไว้
    · เตรียมประเมินวิทยฐานะ
    · ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
    · เครื่องมือสำหรับครู

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ