ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > สุขศึกษาและพลศึกษา > การแพ้ยา Drug Hypersensitivity

การแพ้ยา Drug Hypersensitivity

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 3 ม.ค. 2551 เปิดอ่าน : 14,010 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
การแพ้ยา Drug Hypersensitivity

Advertisement

อาการแพ้ยาเป็นสิ่งที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในคนที่มีประวัติแพ้ยาชนิดใดชนิดหนึ่งมาก่อน และคนที่มีประวัติของโรคภูมิแพ้ (เช่น หืด, หวัดเรื้อรัง, ลมพิษ, ผื่นค้น) จะมีโอกาสแพ้ยามากกว่าคนทั่วไป ดังนั้นในการใช้ยาจึงควรระมัดระวังในเรื่องนี้ให้มาก ไม่ควรใช้อย่างพร่ำเพรือ หรือใช้เกินความจำเป็นยาที่แพ้ ที่พบได้ค่อนข้างบ่อย ได้แก่

          1. ยาต้านจุลชีพหรือปฏิชีวนะ เช่น เพนิซิลลิน ,อะม็อกซีซิลลิน ,ยาประเภทซัลฟา ,เตตราไซคลีน ,สเตรปโตไมซิน เป็นต้น
          2. ยาแก้ปวดลดไข้ เช่น แอสไพริน, ไดไพโรน
          3. ยาชา เช่น ไซโลเคน (xylocaine), โปรเคน (procaine)
          4. เซรุ่มต่าง ๆ เช่น เซรุ่มแก้พิษงู, เซรุ่มแก้บาดทะยัก
          5. น้ำเกลือ และเลือด


อาการแพ้ยา
          1. ในรายที่มีอาการแพ้อ่อน ๆ อาจมีเพียงลมพิษผื่นค้น หรือมีผื่นแดง จุดแดงหรือตุ่มใสเล็ก ๆ ขึ้นทั่วตัว หรือหน้าบวม หนังตาบวม ริมฝีปากบวม มักเกิดจากการกินยาเม็ด เช่น แอสไพริน, เพนวี, อะม็อกซีซิลลิน, ยาประเภทซัลฟา
          2. ในรายที่มีอาการแพ้ขนาดปานกลาง อาจมีอาการใจสั่น แน่นหน้าอก คลื่นไส้อาเจียน หรือหายใจขัดคล้ายหืด(ฟังปอดได้ยินเสียงวี้ด) มักเกิดจากการใช้ยาฉีด
         3. ในรายที่เป็นรุนแรง จะมีอาการเป็นลม ตัวเย็น ชีพจรเบาเร็ว ความดันต่ำ และหยุดหายใจ มักเกิดหลังจากฉีดยาประเภทเพนิซิลลิน หรือเซรุ่มในทันทีทันใด บางครั้งอาจถึงแก่ความตายแบบที่เรียกว่า "คาเข็ม" ได้ เราเรียกอาการแพ้ยารุนแรงชนิดนี้ว่า ช็อกจากการแพ้ (Anaphylactic shock )หรืออาจพบเป็นลักษณะพุพอง หนังเปื่อยลอกทั้งตัวคล้ายถูกไฟลวก ปากเปื่อย ตาอักเสบ ท่อปัสสาวะอักเสบ มีไข้ ซึ่งเรียกว่ากลุ่มอาการสตีเวนส์-จอห์นสัน (Stevens-Johnson syndrome) ซึ่งอาจเกิดการติดเชื้อกลายเป็นโลหิตเป็นพิษ ถึงตายได้
          4. ในการแพ้เลือดหรือน้ำเกลือ มักมีอาการไข้หนาวสั่น หรือลมพิษขึ้นโดยทั่วไป ยาชนิดฉีดจะทำให้เกิดอาการ
    รุนแรงและรวดเร็วมากกว่าชนิดกิน


การรักษาการแพ้ยา
          1. ในรายที่มีอาการแพ้อ่อน ๆ (ดังในข้อ 1) ให้เลิกใช้ยาที่แพ้แล้วให้ยาแก้แพ้ เช่น คลอร์เฟนิรามีน  หรือไดเฟนไฮดรามีน  1/2 -1 หลอด ฉีดเข้ากล้าม หรือ ให้อย่างเม็ดกินวันละ 3-4 ครั้ง ๆ ละ 1/2-1 เม็ด จนกว่าจะหาย
          2. ในรายที่มีอาการขนาดปานกลาง (ดังในข้อ 2) หรือรุนแรง (ดังในข้อ 3) ให้ฉีดอะดรีนาลิน 0.3-0.5 มล. หรือสเตอรอยด์ เช่น เดกซาเมทาโซน 1-2 หลอด เข้ากล้ามหรือเข้าหลอดเลือดดำทันที ถ้าไม่ดีขึ้นให้ส่งโรงพยาบาลด่วน
          3. ในรายที่หยุดหายใจ ให้ทำการผายปอดพร้อมกับฉีดยาอะดรีนาลิน
          4. ในรายที่เป็นแบบกลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน ให้เลิกใช้ยาที่แพ้ ให้ยาแก้หรือสเตอรอยด์แล้วส่งโรงพยาบาลทันที เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อ กลายเป็นโลหิตเป็นพิษถึงตายได้


การป้องกัน

          1. ทุกครั้งที่ให้ยา ควรถามประวัติการแพ้ยาในอดีตที่ผ่านมาและประวัติโรคภูมิแพ้ของผู้ป่วยและครอบครัวของผู้ป่วย ถ้ามีประวัติเหล่านี้ ควรระมัดระวังในการใช้ยาให้มาก และควรแนะนำให้ผู้ป่วยสังเกตดูอาการแพ้ยาที่อาจเกิดขึ้น ถ้ามีอาการให้รีบหยุดยา แล้วกลับไปหาหมอที่รักษาทันที
          2. อย่าฉีดยาอย่างพร่ำเพรื่อ ทุกครั้งที่ฉีดยาโดยเฉพาะยาที่ทำให้เกิดการแพ้ได้ง่าย เช่น เพนิซิลลิน หรือ เซรุ่ม ควรทำการทดสอบผิวหนังก่อน และควรมียาแก้แพ้  สเตอรอยด์  และอะดรีนาลิน  ตลอดจนอุปกรณ์ในการช่วยผายปอดไว้ให้พร้อม
          3. ถ้าพบผู้ป่วยแพ้ยา ควรแนะนำให้ผู้ป่วยรู้ว่าแพ้ยาอะไร และห้ามกินยาชนิดนั้น ๆ หรือยายี่ห้อต่างๆ ที่เข้ายาชนิดนั้นอีกต่อไป และแนะนำผู้ป่วยทุกครั้งที่หาหมอควรจะบอกหมอว่าเคยแพ้ยาอะไร
          4. อาการแพ้ยามักจะเกิดเมื่อผู้ป่วยเคยได้รับยาชนิดนั้นมาก่อนหลาย ๆ ครั้ง ในทารกหรือเด็กอ่อนที่ไม่ได้รับยามาก่อน จึงมีโอกาสแพ้ยาน้อย ส่วนคนที่เคยได้รับยา (โดยเฉพาะยาฉีด) มาก่อนหลาย ๆ ครั้ง โอกาสที่จะแพ้ยาชนิดนั้นก็สูงขึ้นตามลำดับ ดังนั้นยิ่งใช้ยาบ่อยครั้งขึ้นเท่าไหร่ ก็พึงระวังการเกิดอาการแพ้มากขึ้นเท่านั้น

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> การแพ้ยา Drug Hypersensitivity , , การแพ้ยา , Drug , Hypersensitivity << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
ยาปฏิชีวนะ

ยาปฏิชีวนะ
เปิดอ่าน 14,243 ครั้ง
คลิกอ่าน!
การรักษาโรคตาแห้ง

การรักษาโรคตาแห้ง
เปิดอ่าน 13,784 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ทาน "ถั่วงอก" แล้วส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร☕ คลิกอ่านเลย
ทาน "ถั่วงอก" แล้วส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร
เปิดอ่าน 21,358 ครั้ง
ผักสุกมีคุณค่าอาหารสูงกว่าดิบ☕ คลิกอ่านเลย
ผักสุกมีคุณค่าอาหารสูงกว่าดิบ
เปิดอ่าน 15,969 ครั้ง
ประโยชน์ของผักใบเขียวมีอะไรบ้าง☕ คลิกอ่านเลย
ประโยชน์ของผักใบเขียวมีอะไรบ้าง
เปิดอ่าน 71,655 ครั้ง
หลัก4อ. ป้องกันตัวเองให้ห่างไกลไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009☕ คลิกอ่านเลย
หลัก4อ. ป้องกันตัวเองให้ห่างไกลไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
เปิดอ่าน 14,766 ครั้ง
รักษาอาการท้องเสียด้วยฝรั่ง☕ คลิกอ่านเลย
รักษาอาการท้องเสียด้วยฝรั่ง
เปิดอ่าน 10,601 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เผย 14 รอยเลื่อนมีพลังในไทย ที่อาจทำให้เกิดแผ่นดินไหวเผย 14 รอยเลื่อนมีพลังในไทย ที่อาจทำให้เกิดแผ่นดินไหว
เปิดอ่าน 12,429 ครั้ง
TOEFL คืออะไร TOEFL คืออะไร
เปิดอ่าน 33,947 ครั้ง
โรคเหน็บชา สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9โรคเหน็บชา สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
เปิดอ่าน 19,888 ครั้ง
รับชมย้อนหลัง "แนวทางใหม่การให้วิทยฐานะครู" ยุค นพ.ธีระเกียรติ จากรายการ เผชิญหน้า FaceTime  (7 ก.พ. 2560)รับชมย้อนหลัง "แนวทางใหม่การให้วิทยฐานะครู" ยุค นพ.ธีระเกียรติ จากรายการ เผชิญหน้า FaceTime (7 ก.พ. 2560)
เปิดอ่าน 32,392 ครั้ง
สับปะรดสีปลูกไม่ยากสับปะรดสีปลูกไม่ยาก
เปิดอ่าน 15,469 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ