ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > พลิกโฉม"แผนการศึกษาแห่งชาติ"แผนงานชัด-อ่านง่าย-ใช้ได้จริง

พลิกโฉม"แผนการศึกษาแห่งชาติ"แผนงานชัด-อ่านง่าย-ใช้ได้จริง

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 5 ม.ค. 2559 เปิดอ่าน : 6,721 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
พลิกโฉม"แผนการศึกษาแห่งชาติ"แผนงานชัด-อ่านง่าย-ใช้ได้จริง

Advertisement

พลิกโฉม'แผนการศึกษาแห่งชาติ'แผนงานชัด-อ่านง่าย-ใช้ได้จริง : เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ

ในปี 2559 เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ด้วยแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2552-2559 (ฉบับปรับปรุง) ที่ใช้อยู่เวลานี้ กำลังจะสิ้นสุดลง ดังนั้น สกศ.ต้องเร่งจัดทำร่างแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2574 ซึ่งเป็นแผนระยะยาว 15 ปี โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อให้ทันประกาศใช้ในปี พ.ศ.2560

“แผนการศึกษาแห่งชาติเปรียบเสมือน “ธรรมนูญการศึกษา” ที่ได้กำหนดกรอบและแนวทางการจัดการศึกษาเพื่อใช้ในการเตรียมพร้อมเด็กและเยาวชนในอีก 15 ปีข้างหน้าให้พร้อมเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 และทันต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สภาพสังคมโลก” ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) สะท้อนความสำคัญของแผนการศึกษาแห่งชาติ พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้การยกร่างแผนการศึกษาฯ ที่มี ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานอนุกรรมการสภาการศึกษา ด้านจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ เป็นประธาน คืบหน้าไปแล้ว 40% โดยได้กำหนดหลักการสำคัญ คือ เป็นแผนยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาการศึกษาให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว มุ่งเน้นการประกันโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และการศึกษาเพื่อการมีงานทำและสร้างงานได้ ประกอบด้วย 4 หมวดหลัก ได้แก่ หมวดที่ 1 หลักการและความมุ่งหมาย หมวดที่ 2 ระบบการศึกษา หมวดที่ 3 แนวนโยบายการศึกษาของรัฐ และหมวดที่ 4 แนวทางการจัดการศึกษา ซึ่งทั้ง 4 หมวดผ่านการระดมความคิดเห็นทั้งสิ้น

ส่วนแผนการทำงานขั้นตอนต่อไปนั้น ดร.กมล แจงว่า ที่ผ่านมาพบว่าแผนการศึกษาที่ทำไปนั้นองค์กรหลักของ ศธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหยิบนำไปใช้จริงประมาณ 15% ทั้งที่ความจริงควรต้องนำไปใช้ไม่น้อยกว่า 80% เพราะฉะนั้น เพื่อให้แผนการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้มีความสมบูรณ์ สกศ.จะเชิญทุกหน่วยงานมาร่วมลงรายละเอียดในแต่ละหมวดของร่างแผนการศึกษาให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาระยะ 15 ปี ที่แต่ละหน่วยงานกำลังจัดทำอยู่ เพื่อที่เมื่อถึงเวลานำไปปฏิบัติจะได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษาได้ตรงตามเป้าหมายและมาตรฐานที่วางไว้

“ราวเดือนมกราคม-มีนาคม 2559 เป็นช่วงสำคัญ จะเริ่มคิกออฟครั้งใหญ่ จัดประชุมวิชาการเชิญนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิของไทยและต่างประเทศ หรือตัวอย่างประเทศที่ทำข้อมูลแผนการศึกษาประสบความสำเร็จมาบอกเล่าประสบการณ์ และแบ่งกลุ่มให้องค์กรหลัก ศธ.และทุกหน่วยงานมาร่วมวงถกแถลงและปรับแผนร่วมกัน ซึ่งคาดว่าใช้เวลาไม่นาน จากนั้นจะนำแผนลงไปสู่ระดับพื้นที่ว่ามีสิ่งใดติดขัดหรือไม่ ประกอบกับเรารวมกลุ่มประชาคมอาเซียนแล้ว มีความเชื่อมโยงประเทศสมาชิก ยิ่งต้องคำนึงถึงความแตกต่าง ความต้องการทางด้านการศึกษาและด้านอาชีพ จึงอาจจะไม่สามารถใช้แผนแผนเดียวกับทุกพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตาม จะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเสนอ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบต่อไป" เลขาธิการ สกศ.ระบุ

นอกจากนี้ สกศ.มีแนวคิดจะปรับโฉมรูปเล่มแผนการศึกษาแห่งชาติใหม่ โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศึกษาธิการ ได้มอบให้ไปศึกษาแผนการศึกษาแห่งชาติของประเทศมาเลเซีย มาเป็นต้นแบบในการจัดทำ ซึ่งพบว่าแผนการศึกษาของมาเลเซียเป็นระยะยาว 15 ปีเช่นเดียวกับของไทย แต่ที่ต่างกันคือ เขาจะกำหนดชัดไว้ในช่วง 5 แรก 5 ปีถัดมา และ 5 ปีสุดท้ายมีแผนการทำงานอะไรบ้าง วางเป้าหมาย ทิศทางการทำงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน รวมไปถึงยกตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในเรื่องนั้นๆ ประกอบ เพราะฉะนั้นรูปเล่มแผนการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่จากเดิมที่จะเป็นเชิงวิชาการก็จะเปลี่ยนทำในลักษณะดังกล่าว โดยไม่ใช่แค่เพียงรูปแบบสวยงามน่าอ่าน ยังมุ่งให้ประชาชนอ่านง่าย เข้าใจ มองเห็นกระบวนการทำงานและผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้น โดยมีตัวอย่างหรือกรณีศึกษาที่เห็นผลเป็นรูปธรรมประกอบ

“ที่สำคัญผมจะฟื้นการทำแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติขึ้นอีกครั้ง เพราะพบว่าที่ผ่านมา สกศ.หยุดทำไป โดยขณะนี้ได้เสนอ พล.อ.ดาว์พงษ์แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ระยะเวลา 5 ปี มีเลขาธิการ สกศ.เป็นประธาน ซึ่งแผนนี้จะสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ ระยะ 15 ปี แต่จะกำหนดรายละเอียดของแผนงานโครงการหลักๆ การกำหนดเป้าหมาย งบประมาณ และกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม เพื่อหน่วยงานต่างๆ นำไปดำเนินการตามแนวทางของรัฐบาล” ดร.กมล กล่าวในที่สุด

สาระสำคัญของทั้ง 4 หมวดหลักในร่างแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2574 ดังนี้ หมวดที่ 1 หลักการและความมุ่งหมายของการจัดการศึกษา เน้นการให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ โดยการสร้างทักษะ ความรู้ความสามารถและสมรรถนะ ให้ครอบคลุมการศึกษาในทุกระดับ ให้โอกาสทางการศึกษาสำหรับผู้พิการ ผู้ที่มีความสามารถพิเศษ และเน้นความเสมอภาคทางเพศ โดยเชื่อมโยงกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

หมวดที่ 2 ระบบการศึกษา เห็นว่าระบบการศึกษาไม่ควรยึดตามกรอบเวลา ควรเน้นตามศักยภาพของผู้เรียน หากสามารถเรียนจบได้เร็วก็สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้เร็วขึ้น เพิ่มกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ อาทิ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ผู้มีความสามารถพิเศษ รวมทั้งการเรียนรู้ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (e–education) และการเรียนรู้ด้วยตนเอง

หมวดที่ 3 แนวนโยบายการศึกษาของรัฐ ให้ความสำคัญกับการลดบทบาทหน่วยงานส่วนกลางจากการเป็นผู้จัดการศึกษามาเป็นผู้กำกับนโยบาย แผน คุณภาพและมาตรฐาน การติดตามประเมินผล กระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษา ปรับระบบการจัดสรรเงินงบประมาณจากเดิมที่จัดสรรผ่านสถานศึกษามาเป็นการจัดสรรผ่านผู้เรียนให้มากขึ้น เน้นหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย เสียสละ การสร้างทัศนคติ ค่านิยมที่ถูกต้อง

หมวดที่ 4 แนวทางการจัดการศึกษา เน้นการให้สถานศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน การจัดทำหลักสูตรสอดคล้องกับบริบทของชุมชนในท้องถิ่น กระบวนการผลิตและพัฒนาครู การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพครู จูงใจคนดี คนเก่ง มีความสามารถเข้าสู่วิชาชีพครู การจัดสรรทุนสนับสนุนผู้เรียนที่มีศักยภาพ ด้อยโอกาส ยากจน และขาดแคลนทุนทรัพย์



ที่มา : สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 
คมชัดลึก วันที่ 5 มกราคม 2559

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> พลิกโฉม"แผนการศึกษาแห่งชาติ"แผนงานชัด-อ่านง่าย-ใช้ได้จริง , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
อ่านอะไร...คนไทย?

อ่านอะไร...คนไทย?
เปิดอ่าน 5,344 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Smart Thailand

Smart Thailand
เปิดอ่าน 5,531 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ภาษาอังกฤษเด็กไทยไม่ก้าวหน้าปัญหาอยู่ที่ใคร?☕ คลิกอ่านเลย
ภาษาอังกฤษเด็กไทยไม่ก้าวหน้าปัญหาอยู่ที่ใคร?
เปิดอ่าน 10,008 ครั้ง
ทำไมคนไทยปฏิรูปการศึกษาไม่ได้ผล☕ คลิกอ่านเลย
ทำไมคนไทยปฏิรูปการศึกษาไม่ได้ผล
เปิดอ่าน 12,638 ครั้ง
แนวโน้มนโยบายด้านการศึกษาของโดนัลด์ ทรัมพ์☕ คลิกอ่านเลย
แนวโน้มนโยบายด้านการศึกษาของโดนัลด์ ทรัมพ์
เปิดอ่าน 25,875 ครั้ง
วิเคราะห์จุดอ่อน-แข็ง การถ่ายโอนการศึกษา : เพื่อหาความเป็นไปได้ ☕ คลิกอ่านเลย
วิเคราะห์จุดอ่อน-แข็ง การถ่ายโอนการศึกษา : เพื่อหาความเป็นไปได้
เปิดอ่าน 6,183 ครั้ง
วิธีเฟ้นคนแบบ "Google" ไม่สนปริญญา☕ คลิกอ่านเลย
วิธีเฟ้นคนแบบ "Google" ไม่สนปริญญา
เปิดอ่าน 4,963 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

(ก.ค.ศ.)การจ่ายค่าตอบแทนมีความสำคัญยิ่งในฐานะเป็นหน้าที่หลักประการหนึ่งของหน่วยงาน(ก.ค.ศ.)การจ่ายค่าตอบแทนมีความสำคัญยิ่งในฐานะเป็นหน้าที่หลักประการหนึ่งของหน่วยงาน
เปิดอ่าน 10,887 ครั้ง
"กำจัดจุดอ่อน" ผลงานทางวิชาการ สาขาภาษาไทย"กำจัดจุดอ่อน" ผลงานทางวิชาการ สาขาภาษาไทย
เปิดอ่าน 12,905 ครั้ง
4 สมุนไพร สยบโรค4 สมุนไพร สยบโรค
เปิดอ่าน 16,567 ครั้ง
Yahoo ประกาศ 10 อันดับคำค้นยอดนิยมประจำปี 2013Yahoo ประกาศ 10 อันดับคำค้นยอดนิยมประจำปี 2013
เปิดอ่าน 6,935 ครั้ง
[ อยากมีเงินเหลือ อ่านเลย! ] วิธีลดค่าไฟฟ้าเดือนละ 1 พันบาท[ อยากมีเงินเหลือ อ่านเลย! ] วิธีลดค่าไฟฟ้าเดือนละ 1 พันบาท
เปิดอ่าน 14,362 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ