ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > พลิกโฉม"แผนการศึกษาแห่งชาติ"แผนงานชัด-อ่านง่าย-ใช้ได้จริง
พลิกโฉม"แผนการศึกษาแห่งชาติ"แผนงานชัด-อ่านง่าย-ใช้ได้จริง
บทความการศึกษา โพสต์เมื่อวันที่ : 5 ม.ค. 2559 เปิดอ่าน : 9,073 ครั้ง
☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน
Advertisement

พลิกโฉม"แผนการศึกษาแห่งชาติ"แผนงานชัด-อ่านง่าย-ใช้ได้จริง
Advertisement

พลิกโฉม'แผนการศึกษาแห่งชาติ'แผนงานชัด-อ่านง่าย-ใช้ได้จริง : เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ

ในปี 2559 เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ด้วยแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2552-2559 (ฉบับปรับปรุง) ที่ใช้อยู่เวลานี้ กำลังจะสิ้นสุดลง ดังนั้น สกศ.ต้องเร่งจัดทำร่างแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2574 ซึ่งเป็นแผนระยะยาว 15 ปี โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อให้ทันประกาศใช้ในปี พ.ศ.2560

“แผนการศึกษาแห่งชาติเปรียบเสมือน “ธรรมนูญการศึกษา” ที่ได้กำหนดกรอบและแนวทางการจัดการศึกษาเพื่อใช้ในการเตรียมพร้อมเด็กและเยาวชนในอีก 15 ปีข้างหน้าให้พร้อมเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 และทันต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สภาพสังคมโลก” ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) สะท้อนความสำคัญของแผนการศึกษาแห่งชาติ พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้การยกร่างแผนการศึกษาฯ ที่มี ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานอนุกรรมการสภาการศึกษา ด้านจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ เป็นประธาน คืบหน้าไปแล้ว 40% โดยได้กำหนดหลักการสำคัญ คือ เป็นแผนยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาการศึกษาให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว มุ่งเน้นการประกันโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และการศึกษาเพื่อการมีงานทำและสร้างงานได้ ประกอบด้วย 4 หมวดหลัก ได้แก่ หมวดที่ 1 หลักการและความมุ่งหมาย หมวดที่ 2 ระบบการศึกษา หมวดที่ 3 แนวนโยบายการศึกษาของรัฐ และหมวดที่ 4 แนวทางการจัดการศึกษา ซึ่งทั้ง 4 หมวดผ่านการระดมความคิดเห็นทั้งสิ้น

ส่วนแผนการทำงานขั้นตอนต่อไปนั้น ดร.กมล แจงว่า ที่ผ่านมาพบว่าแผนการศึกษาที่ทำไปนั้นองค์กรหลักของ ศธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหยิบนำไปใช้จริงประมาณ 15% ทั้งที่ความจริงควรต้องนำไปใช้ไม่น้อยกว่า 80% เพราะฉะนั้น เพื่อให้แผนการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้มีความสมบูรณ์ สกศ.จะเชิญทุกหน่วยงานมาร่วมลงรายละเอียดในแต่ละหมวดของร่างแผนการศึกษาให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาระยะ 15 ปี ที่แต่ละหน่วยงานกำลังจัดทำอยู่ เพื่อที่เมื่อถึงเวลานำไปปฏิบัติจะได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษาได้ตรงตามเป้าหมายและมาตรฐานที่วางไว้

“ราวเดือนมกราคม-มีนาคม 2559 เป็นช่วงสำคัญ จะเริ่มคิกออฟครั้งใหญ่ จัดประชุมวิชาการเชิญนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิของไทยและต่างประเทศ หรือตัวอย่างประเทศที่ทำข้อมูลแผนการศึกษาประสบความสำเร็จมาบอกเล่าประสบการณ์ และแบ่งกลุ่มให้องค์กรหลัก ศธ.และทุกหน่วยงานมาร่วมวงถกแถลงและปรับแผนร่วมกัน ซึ่งคาดว่าใช้เวลาไม่นาน จากนั้นจะนำแผนลงไปสู่ระดับพื้นที่ว่ามีสิ่งใดติดขัดหรือไม่ ประกอบกับเรารวมกลุ่มประชาคมอาเซียนแล้ว มีความเชื่อมโยงประเทศสมาชิก ยิ่งต้องคำนึงถึงความแตกต่าง ความต้องการทางด้านการศึกษาและด้านอาชีพ จึงอาจจะไม่สามารถใช้แผนแผนเดียวกับทุกพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตาม จะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเสนอ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบต่อไป" เลขาธิการ สกศ.ระบุ

นอกจากนี้ สกศ.มีแนวคิดจะปรับโฉมรูปเล่มแผนการศึกษาแห่งชาติใหม่ โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศึกษาธิการ ได้มอบให้ไปศึกษาแผนการศึกษาแห่งชาติของประเทศมาเลเซีย มาเป็นต้นแบบในการจัดทำ ซึ่งพบว่าแผนการศึกษาของมาเลเซียเป็นระยะยาว 15 ปีเช่นเดียวกับของไทย แต่ที่ต่างกันคือ เขาจะกำหนดชัดไว้ในช่วง 5 แรก 5 ปีถัดมา และ 5 ปีสุดท้ายมีแผนการทำงานอะไรบ้าง วางเป้าหมาย ทิศทางการทำงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน รวมไปถึงยกตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในเรื่องนั้นๆ ประกอบ เพราะฉะนั้นรูปเล่มแผนการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่จากเดิมที่จะเป็นเชิงวิชาการก็จะเปลี่ยนทำในลักษณะดังกล่าว โดยไม่ใช่แค่เพียงรูปแบบสวยงามน่าอ่าน ยังมุ่งให้ประชาชนอ่านง่าย เข้าใจ มองเห็นกระบวนการทำงานและผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้น โดยมีตัวอย่างหรือกรณีศึกษาที่เห็นผลเป็นรูปธรรมประกอบ

“ที่สำคัญผมจะฟื้นการทำแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติขึ้นอีกครั้ง เพราะพบว่าที่ผ่านมา สกศ.หยุดทำไป โดยขณะนี้ได้เสนอ พล.อ.ดาว์พงษ์แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ระยะเวลา 5 ปี มีเลขาธิการ สกศ.เป็นประธาน ซึ่งแผนนี้จะสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ ระยะ 15 ปี แต่จะกำหนดรายละเอียดของแผนงานโครงการหลักๆ การกำหนดเป้าหมาย งบประมาณ และกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม เพื่อหน่วยงานต่างๆ นำไปดำเนินการตามแนวทางของรัฐบาล” ดร.กมล กล่าวในที่สุด

สาระสำคัญของทั้ง 4 หมวดหลักในร่างแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2574 ดังนี้ หมวดที่ 1 หลักการและความมุ่งหมายของการจัดการศึกษา เน้นการให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ โดยการสร้างทักษะ ความรู้ความสามารถและสมรรถนะ ให้ครอบคลุมการศึกษาในทุกระดับ ให้โอกาสทางการศึกษาสำหรับผู้พิการ ผู้ที่มีความสามารถพิเศษ และเน้นความเสมอภาคทางเพศ โดยเชื่อมโยงกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

หมวดที่ 2 ระบบการศึกษา เห็นว่าระบบการศึกษาไม่ควรยึดตามกรอบเวลา ควรเน้นตามศักยภาพของผู้เรียน หากสามารถเรียนจบได้เร็วก็สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้เร็วขึ้น เพิ่มกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ อาทิ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ผู้มีความสามารถพิเศษ รวมทั้งการเรียนรู้ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (e–education) และการเรียนรู้ด้วยตนเอง

หมวดที่ 3 แนวนโยบายการศึกษาของรัฐ ให้ความสำคัญกับการลดบทบาทหน่วยงานส่วนกลางจากการเป็นผู้จัดการศึกษามาเป็นผู้กำกับนโยบาย แผน คุณภาพและมาตรฐาน การติดตามประเมินผล กระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษา ปรับระบบการจัดสรรเงินงบประมาณจากเดิมที่จัดสรรผ่านสถานศึกษามาเป็นการจัดสรรผ่านผู้เรียนให้มากขึ้น เน้นหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย เสียสละ การสร้างทัศนคติ ค่านิยมที่ถูกต้อง

หมวดที่ 4 แนวทางการจัดการศึกษา เน้นการให้สถานศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน การจัดทำหลักสูตรสอดคล้องกับบริบทของชุมชนในท้องถิ่น กระบวนการผลิตและพัฒนาครู การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพครู จูงใจคนดี คนเก่ง มีความสามารถเข้าสู่วิชาชีพครู การจัดสรรทุนสนับสนุนผู้เรียนที่มีศักยภาพ ด้อยโอกาส ยากจน และขาดแคลนทุนทรัพย์



ที่มา : สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 
คมชัดลึก วันที่ 5 มกราคม 2559


Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ภาษาอังกฤษไม่แข็ง

ภาษาอังกฤษไม่แข็ง
เปิดอ่าน 8,605 ครั้ง
ไอเดีย..โครงสร้างศธ.รูปแบบใหม่สลาย5แท่งหวนสู่ "กรม"!

ไอเดีย..โครงสร้างศธ.รูปแบบใหม่สลาย5แท่งหวนสู่ "กรม"!
เปิดอ่าน 21,034 ครั้ง
‘คุณค่าของครู’ ในโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลง

‘คุณค่าของครู’ ในโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลง
เปิดอ่าน 47,687 ครั้ง
Area-Based Education สร้างการศึกษาตอบโจทย์จังหวัด

Area-Based Education สร้างการศึกษาตอบโจทย์จังหวัด
เปิดอ่าน 7,623 ครั้ง
เกาะติดการปิดเปิดเทอม มหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน

เกาะติดการปิดเปิดเทอม มหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน
เปิดอ่าน 5,968 ครั้ง
"พ่อแม่รังแกฉัน"(ใครกันจะรังแกลูกได้เท่าพ่อแม่)

"พ่อแม่รังแกฉัน"(ใครกันจะรังแกลูกได้เท่าพ่อแม่)
เปิดอ่าน 11,909 ครั้ง
คอลัมน์: การศึกษา: ถึงคิว...พักงาน(ยาว) "ผอ.สมศ." ปลดล็อก..."ประเมินภายนอกรอบ 4"!!

คอลัมน์: การศึกษา: ถึงคิว...พักงาน(ยาว) "ผอ.สมศ." ปลดล็อก..."ประเมินภายนอกรอบ 4"!!
เปิดอ่าน 28,551 ครั้ง
ปัดฝุ่น "สถาบันฝึกหัดครู" พัฒนาพลเมืองการศึกษาศตวรรษ 21

ปัดฝุ่น "สถาบันฝึกหัดครู" พัฒนาพลเมืองการศึกษาศตวรรษ 21
เปิดอ่าน 7,898 ครั้ง
ความผูกพันสำคัญต่อองค์กรอย่างไร ?

ความผูกพันสำคัญต่อองค์กรอย่างไร ?
เปิดอ่าน 6,439 ครั้ง
เด็กๆ ควรใช้นิ้วมือในการนับเลขหรือไม่

เด็กๆ ควรใช้นิ้วมือในการนับเลขหรือไม่
เปิดอ่าน 31,421 ครั้ง
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ครูใหญ่-ปฏิรูปศึกษา

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ครูใหญ่-ปฏิรูปศึกษา
เปิดอ่าน 10,850 ครั้ง
ปัญหาศึกษาไทยใหญ่กว่าฟรี12 หรือ15 ปี

ปัญหาศึกษาไทยใหญ่กว่าฟรี12 หรือ15 ปี
เปิดอ่าน 12,100 ครั้ง
ตามไปดูต้นแบบความสำเร็จ การปฏิรูปการศึกษา 5 ประเทศ

ตามไปดูต้นแบบความสำเร็จ การปฏิรูปการศึกษา 5 ประเทศ
เปิดอ่าน 14,302 ครั้ง
อุดมศึกษาไทยเสื้อไซซ์เดียว

อุดมศึกษาไทยเสื้อไซซ์เดียว
เปิดอ่าน 7,195 ครั้ง
FOCUS ประเด็นจาก PISA : การกำกับดูแลที่มีประสิทธิผลส่งผลอย่างไรต่อการเรียนรู้

FOCUS ประเด็นจาก PISA : การกำกับดูแลที่มีประสิทธิผลส่งผลอย่างไรต่อการเรียนรู้
เปิดอ่าน 6,522 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

"พ่อแม่รังแกฉัน"(ใครกันจะรังแกลูกได้เท่าพ่อแม่)
"พ่อแม่รังแกฉัน"(ใครกันจะรังแกลูกได้เท่าพ่อแม่)
เปิดอ่าน 11,909 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เด็กๆ ควรใช้นิ้วมือในการนับเลขหรือไม่
เด็กๆ ควรใช้นิ้วมือในการนับเลขหรือไม่
เปิดอ่าน 31,421 ☕ คลิกอ่านเลย

การศึกษาไทย เราโง่อย่างมีหลักการ
การศึกษาไทย เราโง่อย่างมีหลักการ
เปิดอ่าน 27,271 ☕ คลิกอ่านเลย

"ปฏิรูปการศึกษา" ทางรอด "วิกฤติเศรษฐกิจไทย"
"ปฏิรูปการศึกษา" ทางรอด "วิกฤติเศรษฐกิจไทย"
เปิดอ่าน 6,484 ☕ คลิกอ่านเลย

ทบทวนระบบการประกันคุณภาพ การศึกษาของไทยเดี๋ยวนี้... ฤๅว่าจะสายเกินไป
ทบทวนระบบการประกันคุณภาพ การศึกษาของไทยเดี๋ยวนี้... ฤๅว่าจะสายเกินไป
เปิดอ่าน 10,020 ☕ คลิกอ่านเลย

ความผูกพันสำคัญต่อองค์กรอย่างไร ?
ความผูกพันสำคัญต่อองค์กรอย่างไร ?
เปิดอ่าน 6,439 ☕ คลิกอ่านเลย

การศึกษาในกะลา
การศึกษาในกะลา
เปิดอ่าน 9,626 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

หญิงไทยอายุต่ำกว่า 40 ปีเป็นมะเร็งเต้านมร้อยละ 33.4 สูงกว่าหญิงมะกัน
หญิงไทยอายุต่ำกว่า 40 ปีเป็นมะเร็งเต้านมร้อยละ 33.4 สูงกว่าหญิงมะกัน
เปิดอ่าน 9,274 ครั้ง

MegaDict สุดยอดพจนานุกรมอัจฉริยะ
MegaDict สุดยอดพจนานุกรมอัจฉริยะ
เปิดอ่าน 24,426 ครั้ง

มาดามคูรี : เคมี
มาดามคูรี : เคมี
เปิดอ่าน 11,979 ครั้ง

เจาะ 40 ปีการศึกษาไทย เป๋ไปเป๋มา...ดิ่งลงเหว!! : ศ.พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์
เจาะ 40 ปีการศึกษาไทย เป๋ไปเป๋มา...ดิ่งลงเหว!! : ศ.พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์
เปิดอ่าน 44,338 ครั้ง

ศิลปะและสิ่งแวดล้อม
ศิลปะและสิ่งแวดล้อม
เปิดอ่าน 13,898 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ