| ความศักดิ์สิทธิ์ของใบมะตูม |
|
ใบมะตูมใช้ในพิธีไสยศาตร์ของศาสนาพราหมณ์ โดยแช่ในน้ำมนต์หรือหนุนไว้ใต้ตำรา มีความหมายว่า เบิกบานตูมแตกหน่อขึ้นมา ในสมัยพระจอมเกล้าฯ นั้นได้มีประเพณีเจ้านายที่ผนวช ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว)จะได้รับพระราชทานนำพระมหาสังข์ใบมะตูมและทรงเจิมให้ด้วย
ใบมะตูมมีสามแฉกคล้ายตรี ซึ่งเป็นอาวุธของพระนารายณ์ ตามประวัติเล่าไว้ว่า พระนารายณ์ใช้ตรีของพระองค์ปราบช้างเจรภังคี เอาเชือกบาศผูกเท้าช้างแล้วเอามาผูกตรีที่ปักไว้บนดิน ช้างก็หมดพยศ พอช้างตายพระนารายณ์ถอนตรีออกจากดินก็เกิดต้นมะตูมใบเป็นหอกสามแฉก
ราชประเพณี
พระราชทานน้ำสังข์ และ ใบมะตูม
หอยสังข์มีถิ่นกำเนิดในมหาสมุทรอินเดีย ตั้งแต่ชายฝั่งทะเลทางตะวันออกของทวีป แอฟริกามาทางมหาสมุทรแปซิฟิก แถบหมู่เกาะอินเดียตะวันออกจนถึงโปลินีเซีย พราหมณ์ในพระเทศอินเดียใช้บรรจุน้ำเทพมนตร์ และเป่าในพิธีกรรมของพราหมณ์ เมื่อพราหมณ์เดินทางมาสู่ดินแดนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็ได้นำลัทธิประเพณีและการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ มาปฏิบัติและเผยแพร่ ราชสำนักไทยคงรับคติความเชื่ออย่างพราหมณ์มาใช้ตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน พระมหากษัตริย์พระราชทานน้ำจากสังข์ ใบมะตูม และทรงเจิม เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่ได้รับ สังข์ที่ทรงใช้ในการพระราชพิธี พิธีต่าง ๆ นั้น มีลำดับการใช้ตามฐานันดรศักดิ์และเกียรติของผู้รับ
มูลเหตุที่ใช้สังข์รดน้ำและพระราชทานใบมะตูมนั้น มีตำนานกล่าวไว้ในหนังสือเทวปางของพราหมณ์ ในปางพระนารายณ์ปราบสังข์อสูร ว่า มีอสูรผีเสื้อน้ำตนหนึ่งไปลักคัมภีร์ไตรเพทของพระพรหม ซึ่งนอนหลับอยู่ริมมหาสมุทรเพื่อรอเวลาเข้าเฝ้าพระอิศวร แล้วนำคัมภีร์ไปให้อสูรมัจฉา พระอิศวรรู้เหตุจึงให้พระนารายณ์อวตารไปปราบ เพื่อตามคัมภีร์ไตรเพทออกมาได้ แล้วจึงสาปสังข์ว่า ถ้ามนุษย์จะทำการมงคลพิธีก็จงเอาสังข์เข้าไปอยู่ในการพิธีนั้น ถ้าผู้ใดรดน้ำในอุทรสังข์ก็ให้เป็นมงคลกันอุบาทว์ เสนียดจัญไร ทั้งนี้เนื่องด้วยปรากฏรอยนิ้วพระหัตถ์ของพระนารายณ์กดติดอยู่ตรงที่นั้น พราหมณ์จึงนำสังข์มาบรรจุน้ำเทพมนตร์ในพิธีกรรมของพราหมณ์
ส่วนประเพณีการใช้น้ำพระพุทธมนต์บรรจุในสังข์ก็โดยเหตุที่พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ น้ำพระพุทธมนต์ที่พระราชทานนั้นก็เนื่องด้วยคติในพระพุทธศาสนา โดยประเพณีทำน้ำพระพุทธมนต์นี้ พระสงฆ์วัดชนะสงคราม จำนวน ๕ รูป เข้าไปเจริญพระพุทธมนต์เสกน้ำ ณ หอศาสตราคม ในพระบรมมหาราชวังเป็นประจำทุกวันพระ ในเวลา ๑๓ นาฬิกา ครั้งหนึ่ง และ เวลา ๑๘ นาฬิกา อีกครั้งหนึ่ง พระสงฆ์ชุดแรกเมื่อเจริญพระพุทธมนต์เสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจวัง ๒ นาย จะนำน้ำพระพุทธมนต์ส่วนหนึ่งใส่ในบาตร ๒ ใบ พร้อมกำหญ้าคา แล้วเดินนำพระสงฆ์ ๒ รูป ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ไปรอบพระมหามณเฑียร คือ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระที่นั่งไพศาลทักษิณ และ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย โดยเข้าทางประตูดุสิตศาสดาไปออกประตูสนามราชกิจ พระสงฆ์ชุดที่ ๒ เข้าไปเจริญพระพุทธมนต์เสร็จแล้วกลับ น้ำพระพุทธมนต์นี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายราชูปโภคเก็บรักษาไว้สำหรับเชิญไปถวายพระมหากษัตริย์ เป็นน้ำสรงพระพักตร์ประจำวันเป็นราชประเพณีสืบมา และใช้บรรจุในพระมหาสังข์ถวายเพื่อพระราชทานในพระราชพิธีต่าง ๆ ดังกล่าวมาแล้ว
สำหรับใบมะตูมนั้นตามตำนานเทวปางของพราหมณ์ได้กล่าวไว้ว่า พรหมองค์หนึ่งจุติเป็นช้างชื่อ เอกทันต์ มีอิทธิฤทธิ์กำลังมหาศาล ไม่ยอมปฏิบัติการใด ๆ ตามที่พระนารายณ์มีโองการ พระนารายณ์ทรงกริ้วมาก จึงนำเอารุกขเจ็ดประการ คือ เถาไม้ต่าง ๆ เจ็ดชนิด ทรงร่ายมนต์แล้วฟาดลงที่รอยเท้าอันเป็นทางเดินของช้างเอกทันต์ ด้วยอำนาจมนต์ของพระนารายณ์ ทำให้ช้างเอกทันต์ปวดหัวแทบจะแตกเป็นเจ็ดภาคจนทนไม่ไหว วิ่งมาด้วยความโกรธตรงเข้าต่อสู้ แต่สู้ฤทธิ์พระนารายณ์ไม่ได้จึงบ่ายหน้าหนี พระนารายณ์จึงทรงเชือกบาศก์ซัดผูกมัดเท้าขวาของช้างเอกทันต์ แล้วทรงนำพระแสงตรีซึ่งเป็นอาวุธประจำพระองค์ปักลงที่พื้นดินอธิษฐานให้เป็นต้นมะตูม จากนั้นเอาปลายเชือกบาศก์กระหวัดผูกไว้กับต้นมะตูมช้างเอกทันต์จึงพ่ายแพ้ต่อพระนารายณ์ พราหมณ์ถือว่า ใบมะตูม ซึ่งมีลักษณะเป็น ๓ แฉก คล้ายพระแสงตรีเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและเป็นมงคล จึงถวายพระมหากษัตริย์ ทรงใช้ในโอกาสพระราชทานน้ำสังข์เป็นราชประเพณีสืบมา
|
ขอบคุณที่มาข้อมูล
วันที่ 17 พ.ค. 2552
Advertisement
 เปิดอ่าน 8,496 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,711 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,445 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,492 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,453 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,502 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,451 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,464 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,816 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,557 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,485 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,558 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,356 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,505 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,715 ครั้ง  เปิดอ่าน 8,533 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 8,610 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 8,451 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,492 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,503 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,732 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,548 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 8,474 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 9,466 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 8,868 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 27,310 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 2,659 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 20,196 ครั้ง |
|
|