ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > ปลูกวินัย "แม่พิมพ์ของชาติ"

ปลูกวินัย "แม่พิมพ์ของชาติ"

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 12 ม.ค. 2559 เปิดอ่าน : 8,191 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ปลูกวินัย "แม่พิมพ์ของชาติ"

Advertisement

บทความโดย ทีมการศึกษา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

สางปัญหา "หนี้สินครู" สลาย "กับดัก" ฉุดรั้งจิตวิญญาณเบ้าหลอมเยาวชนไทย

“กล้วยไม้มีดอกช้า ฉันใด การศึกษาเป็นไป เช่นนั้น แต่ดอกออกคราวไร งามเด่น การศึกษาปลูกปั้น เสร็จแล้วแสนงาม”

บทกลอนของ “หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล” ที่สะท้อนให้เห็นภาพการศึกษาและสภาพชีวิตของครู ที่เปรียบได้ดั่งดอกกล้วยไม้ ซึ่งนอกจากจะเป็นพืชที่อยู่ในที่สูง ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศแล้ว ยังไม่ร่วงโรยง่าย เปรียบเสมือนครูที่อยู่ทั่วแดนไทย ต้องอดทนต่อสู้เพื่ออุดมการณ์และอุทิศตนเพื่อการศึกษาของชาติ

 

จากวันนี้อีกเพียง 4 วันก็จะถึง “วันครู” 16 มกราคม 2559 “ทีมการศึกษา” ขอเจาะเวลาย้อนอดีตกลับสู่ช่วงปี 2558 ที่เพิ่งผ่านมาหมาดๆ เพื่อสะท้อนภาพ “แม่พิมพ์” บางส่วนที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ หลังถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ และตั้งคำถามอย่างหนักหน่วงต่อการทำหน้าที่ ว่า ครูได้เสียสละ ทุ่มเทจิตวิญญาณ เพื่อปลูกฝังความรู้และความดีให้กับลูกศิษย์อย่างเต็มความสามารถดั่งเช่นดอกกล้วยไม้แล้วหรือไม่ หรือเป็นเพียงดอกกล้วยไม้ที่เหี่ยวเฉารอวันร่วงโรย

ทั้งยังสะท้อนภาพหนึ่งในปัญหาสำคัญของครู ที่ส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอน นั่นคือ ครูจำนวนไม่น้อยมัวพะวักพะวงอยู่กับปัญหาหนี้สินที่ล้นพ้นตัว แก้อย่างไรก็เหมือนวัวพันหลักไม่หลุดพ้นนั่นเอง

จากข้อมูลของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล พบว่ามีครูกว่า 1,700 คน เดือดเนื้อร้อนใจหนัก ต้องมาร้องทุกข์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ช่วยเหลือกลุ่มครูทั่วประเทศที่เป็นหนี้วิกฤติ อันเป็นผลกระทบที่เกิดจากสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และกองทุนพัฒนาชีวิตครู ซึ่งที่ผ่านมาได้ผุดโครงการเงินกู้ต่างๆ ให้กับครูกู้มากมายเกินตัว ทำให้นายกรัฐมนตรีต้องสั่งการ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ หาทางช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

“...ครูต้องรับผิดชอบตัวเอง การล้างหนี้ให้ คงเป็นไปไม่ได้ รวมถึงให้ไปดูว่า เหตุใดครูจึงไม่ใช้หนี้เพื่อหาแนวทางแก้ไขในภาพรวมทั้งระบบ...” ประกาศิตจาก นายกรัฐมนตรี ย้ำชัดเจนในการแก้ปัญหาครูเป็นอย่างแรก

ขณะที่การรวบรวมข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) พบว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษาของ ศธ. มีหนี้สินจากการกู้เงินประมาณ 470,000 คน เป็นหนี้กับธนาคารออมสิน ประมาณ 470,000 ล้านบาท และเป็นหนี้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศอีกกว่า 700,000 ล้านบาท ทั้งยังไม่นับรวมหนี้นอกระบบอื่นๆอีก จึงคาดว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษาของ ศธ.ทั่วประเทศน่าจะมีหนี้สินรวมกันไม่น้อยกว่า 1.2 ล้านล้านบาท

เมื่อเจาะลึกในรายละเอียดก็พบว่า โครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) เริ่มมีปัญหาหนี้สินค้างชำระตั้งแต่โครงการที่ 2-7 โดยพบว่า สถาบันการเงินที่ดำเนินโครงการดังกล่าวขาดการติดตามและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง อีกทั้งยังเกิดภาวการณ์เลียนแบบไม่ชำระเงินกู้ เนื่องจากสถาบันการเงินจะหักชำระหนี้เงินกู้ค้างชำระจากเงินสนับสนุนสำนักงาน สกสค. และไม่มีการติดตามฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่งผลให้มีผู้ค้างชำระมากถึง 66,281 ราย และมีแนวโน้มสูงจะเป็น NPL จำนวนมาก

และเพื่อขานรับนโยบายเร่งด่วนของนายกรัฐมนตรีในการแก้ปัญหานี้ ศธ.จึงเร่งหารือกับกระทรวงการคลัง และธนาคารออมสิน เปิดให้ครูที่เป็นหนี้ค้างชำระลงทะเบียนเพื่อเข้ามาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ซึ่งจำแนกมาตรการแก้ไขเป็น 4 กลุ่ม

 

กลุ่มที่ 1 ลูกหนี้ขั้นวิกฤติ ใช้มาตรการ ก. ชะลอฟ้องร้องและบังคับคดี และ ข.ให้ชำระเงินต้นปลอดดอกเบี้ยไม่เกิน 3 ปี

กลุ่มที่ 2 ลูกหนี้ใกล้วิกฤติ ใช้มาตรการพักชำระดอกเบี้ยไม่เกินครึ่งหนึ่ง เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี และให้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยส่วนที่เหลือ

กลุ่มที่ 3 ลูกหนี้ค้างชำระไม่เกิน 12 งวด ใช้มาตรการ ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามมาตรการของธนาคาร

กลุ่มที่ 4 ลูกหนี้ปกติ ใช้มาตรการพักชำระเงินต้นไม่เกิน 2 ปี แต่ให้ชำระดอกเบี้ย

หลังเปิดให้ครูลงทะเบียนเพื่อขอรับการช่วยเหลือปรากฏว่ามีผู้มาลงทะเบียน 51,370 ราย แต่ยังมีกลุ่มลูกหนี้ค้างชำระที่ไม่มาลงทะเบียนอีก 13,000 ราย ส่งผลให้ธนาคารออมสินต้องดำเนินมาตรการทางกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม มาตรการการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูดังกล่าว ศธ.เห็นว่ายังไม่ใช่แนวทางการแก้ไขปัญหาที่เบ็ดเสร็จ จึงเสนอโครงการลดภาระหนี้ครูโดยการนำเงินในอนาคตเป็นเงินค้ำประกันการให้สินเชื่อ อาทิ เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ ช.พ.ค. และเงินบำเหน็จตกทอดของกระทรวงการคลัง แต่ก็ยังไม่ตกผลึก ต้องหารือในรายละเอียดอีกหลายตลบ

แต่หากเจาะลึกถึงปัญหาหนี้ครูที่เข้าสู่ขั้นวิกฤติ รวมถึงมาตรการและแนวทางต่างๆ ที่กำหนดขึ้น หลายคนยังมองว่าจะเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น

“หากครูจะกู้เงิน ไม่ว่าจะในโครงการใดๆ ก็ตาม ผู้บริหารของครูคนนั้นๆ นอกจากจะต้องพิจารณารอบคอบว่าครูซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชามีความสามารถในการชำระหนี้ได้หรือไม่แล้ว ต่อไปผู้บังคับบัญชาที่เซ็นรับรองให้ครูคนนั้นๆ จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบกรณีที่เกิดปัญหาตามมาในภายหลังด้วย เพราะหากปล่อยให้เซ็นรับรองกันง่ายๆ ปัญหาก็คงแก้ไม่ตก ที่สำคัญต้องสร้างวินัยในการใช้จ่ายให้ครูด้วย” รมว.ศธ. กล่าว

ทีมการศึกษา เห็นด้วยที่ พล.อ.ดาว์พงษ์ ต้องการให้สะสางปัญหาหนี้ครูตั้งแต่ต้นทางยันปลายทางไปพร้อมๆกัน เพราะหากแก้แต่ปลายเหตุด้วยการรีไฟแนนซ์ หรือจัดหาแหล่งเงินใหม่ๆให้ครูกู้ แต่ต้นเหตุของปัญหายังปล่อยให้ครูกู้เงินกันง่ายๆเช่นนี้ต่อไป สุดท้ายก็จะก่อหนี้ใหม่ไม่หยุดหย่อน ทั้งยังเห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยเฉพาะความชัดเจนที่ให้ครูต้องเป็นผู้รับผิดชอบหนี้ที่ตัวเองก่อ

ขณะเดียวกัน เรายังแอบหวังลึกๆแทนแม่พิมพ์ทั้งหลายว่า แนวทางและมาตรการการแก้ไขปัญหาหนี้ครูที่รัฐบาลชุดนี้จะเข็นออกมาใช้จะเป็นทางออกที่ดี และเป็นของขวัญวันครูปีนี้ให้กับบรรดาแม่พิมพ์ของชาติที่มีรายได้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ให้ก้าวพ้นกับดักฉุดรั้งจิตวิญญาณของความเป็นครู

อย่างน้อยให้ครูได้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เป็นที่เคารพของลูกศิษย์ ผู้ปกครอง และสังคมอย่างเต็มภาคภูมิ และสำคัญที่สุดคือ ครูเองต้องพึงสังวรที่จะยกเครื่องการทำงาน และการปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูกศิษย์

ขอให้วันครูปีนี้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของครู เพื่อเป็นเบ้าหลอมที่สมบูรณ์แบบให้กับอนาคตของชาติ

ดั่งเช่น “ดอกกล้วยไม้” ที่ชูช่อผลิดอกออกใบอันงดงามตลอดไป.

 

ทีมการศึกษา 

 

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 12 มกราคม 2559

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ปลูกวินัย "แม่พิมพ์ของชาติ" , , ปลูกวินัย , , แม่พิมพ์ของชาติ , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ภาษาอังกฤษไม่แข็ง

ภาษาอังกฤษไม่แข็ง
เปิดอ่าน 6,511 ครั้ง
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด "SCB-สถาบันการศึกษา"☕ คลิกอ่านเลย
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด "SCB-สถาบันการศึกษา"
เปิดอ่าน 12,191 ครั้ง
หมดยุค"ปริญญาแปะฝาบ้าน"!! "ทักษะอาชีพ-ชีวิต"สำคัญกว่า?☕ คลิกอ่านเลย
หมดยุค"ปริญญาแปะฝาบ้าน"!! "ทักษะอาชีพ-ชีวิต"สำคัญกว่า?
เปิดอ่าน 419,999 ครั้ง
เด็กรุ่นใหม่... เขาทำ (อาชีพ) อะไร☕ คลิกอ่านเลย
เด็กรุ่นใหม่... เขาทำ (อาชีพ) อะไร
เปิดอ่าน 5,716 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษา...เพื่ออะไร ?☕ คลิกอ่านเลย
ปฏิรูปการศึกษา...เพื่ออะไร ?
เปิดอ่าน 5,182 ครั้ง
ว่าด้วยการเรียนและการสอบ คอลัมน์ ฝ่ากำแพงเมืองจีน☕ คลิกอ่านเลย
ว่าด้วยการเรียนและการสอบ คอลัมน์ ฝ่ากำแพงเมืองจีน
เปิดอ่าน 4,193 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

กีฬาวิ่ง 31 ขา สามัคคี กีฬาวิ่ง 31 ขา สามัคคี
เปิดอ่าน 21,855 ครั้ง
“รังผึ้ง” นวัตกรรมใหม่…สามารถเก็บน้ำผึ้งโดยไม่ต้องกวนผึ้งเลย“รังผึ้ง” นวัตกรรมใหม่…สามารถเก็บน้ำผึ้งโดยไม่ต้องกวนผึ้งเลย
เปิดอ่าน 11,081 ครั้ง
คนไทย80% กินอาหารเกินจำเป็นร่างกายคนไทย80% กินอาหารเกินจำเป็นร่างกาย
เปิดอ่าน 6,831 ครั้ง
ร้อนนี้กินอย่างไร เย็นทั้งกาย สุขทั้งใจร้อนนี้กินอย่างไร เย็นทั้งกาย สุขทั้งใจ
เปิดอ่าน 7,854 ครั้ง
การกระทำระหว่างเซต (Operation Between Sets)การกระทำระหว่างเซต (Operation Between Sets)
เปิดอ่าน 17,164 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ